ขออภัยคุณผู้อ่านทุกท่านที่ไม่ค่อยได้พบกัน ใจจริงแล้วอยากจะเล่าประสบการณ์ในการเข้าร่วมชุมนุมใจจะขาด แต่เพราะเวลาไม่เอื้ออำนวย ด้วยเหตุปัจจัยต้องเป็นอาจารย์ เอ๊ย! พี่เลี้ยงคุม โรงเรียนสาธิตมัฆวานแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน แล้วยังต้องรับผิดชอบปิดต้นฉบับวารสาร DemoCrazy ซึ่งขณะพิมพ์ข้อความเพื่ออัพบล็อกในร้านอินเตอร์เน็ต ระหว่างรอรับรูปที่อัดล้างอยู่นั้น ท้องยังร้องอยู่เลยครับ เอาเป็นว่า ไว้เดือนหน้า คิดว่ายังมีเวลาว่างหลังปิดต้นฉบับ เราคงได้บอกเล่าเรื่องราวในบล็อกแห่งนี้กันต่อครับ |

วันนี้ (24 มิถุนายน) เวลา 11.00น. กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เดินมาจากสนามหลวงปรากฎตัวประมาณ 60 คน เพื่อมาให้กำลังใจรัฐบาลที่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช พ่วงด้วยการปราศรัยไม่ไว้วางใจ "รัฐบาลเงา" หรือพรรคประชาธิปัตย์ ที่หน้ารัฐสภา โดยตั้งเวทีใช้เครื่องขยายเสียงอยู่ฝั่งสวนสัตว์เขาดิน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับผู้ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายประชาชน ทั้ง 2 กลุ่ม หวุดหวิดจะปะทะกัน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงด่าทอยั่วยุซึ่งกันและกัน ทั้งประเด็นเรื่องความขัดแย้งในการแบ่งเขตแดนบริเวณเขาพระวิหาร ประเด็นเรื่องการแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ โดย นปช.ต้องการปกป้องรัฐบาล ส่วนผู้ชุมนุมฝั่งตรงข้ามเดินทางมาเรียกร้องการทำงานของรัฐบาลให้คำนึงถึงปากท้องประชาชน แต่แล้ว... เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ผู้ชุมนุมฝ่าย นปช.คนหนึ่งพยายามจะทำร้ายร่างกาย ภมร มานะพรชัย ช่างภาพของหนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์วัย 27 ปี ภมร เล่าให้ฟังภายหลังว่า ระหว่างที่ตนทำหน้าที่ถ่ายภาพผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา ได้มีชายคนหนึ่งถือร่มยกขึ้นพยายามจะแทงเข้าที่ใบหน้าของตน แต่ตนได้ปัดหลบไปให้พ้นใบหน้า แต่ร่มกลับเกี่ยวเสื้อเชิ้ตของตนขาด ชายผู้ที่พยายามทำร้ายร่างกายไม่ได้ขอโทษ และมีพวกผู้ชุมนุมด้วยกันมาแสดงท่าทีจะเอาเรื่อง สุดท้าย แกนนำ นปช. สุรชัย แซ่ด่าน (ด่านวัฒนานุสรณ์) ที่เป็นแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เข้ามาห้ามปรามและขอโทษแทน 
เรื่องแบบนี้ถือเป็นการ คุกคามสื่อมวลชน อีกกรณีหนึ่ง ที่หลายคนควรพิจารณา โดยเฉพาะ พญาไม้ เผด็จ ภูริปฏิภาณ ที่ลูกหม้อของท่านเองแท้ๆ ยังถูกพวกเดียวกันทำร้าย ทั้งๆ ที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ฉบับนี้ ทำหน้าที่เหมือนยาชูกำลังสำหรับลิ่วล้อระบอบทักษิณมาโดยตลอด นอกเหนือจาก ประชาทรรศน์ ที่เหยี่ยวข่าวการเมืองรายหนึ่งได้ดิบได้ดีเพราะมี ปากห้อย ยกถุงเงินพร้อมสัมปทานคลื่นความถี่โทรทัศน์ ก่อนหน้านี้ เรายังจำกันได้กับกรณีที่สื่อรัฐสภาถูก แกนนำม็อบเติมเงิน ถ่ายรูปเรียงตัว อ้างว่า เก็บไว้ศึกษา อีกกรณีหนึ่ง นักข่าวเอเอสทีวีถูกมือดีนำเบอร์โทรศัพท์เผยแพร่ ชวนให้ต่อสายเพื่อข่มขู่การทำหน้าที่ของสื่อ เข้าใจว่า กลุ่มม็อบเสื้อแดง หวาดระแวงสื่อมวลชนอย่างหนัก จึงต้องข่มขู่ทุกวิถีทางที่มีโอกาส อะไรจะเกิดขึ้น หากวันหนึ่งการข่มขู่คุกคามจะเกิดขึ้นต่อประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีความแตกต่างแนวคิดทางการเมือง พยายามจะเอาชนะด้วยการใช้กำลังเพื่อกดดัน ขณะที่นักวิชาการประเภท หอคอยบนงาช้าง และเอ็นจีโอโจมตีหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กระบอกเสียงของกลุ่มพันธมิตรว่าเป็น ดาวสยามยุคใหม่ ... เมื่อมองอีกมุมหนึ่งที่พวกตีโวหารในห้องแอร์ คงไม่รู้ว่า กลุ่มสภาสนามหลวง หรือ แนวร่วม นปก. เดี๋ยวนี้ พฤติกรรมไม่ต่างอะไรจาก นวพล หรือ กระทิงแดง ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 นี่คงเป็นบทเรียนสำหรับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง ตั้งแต่นักการเมือง ผู้สื่อข่าว ไปจนถึงประชาชนที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกัน เราคงไม่ต้องบอกว่า เราจะทำอย่างไรกับคนพวกนี้ สำคัญที่ว่า เราจะดูแลตัวเองอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัย ในยามที่ รัฐตำรวจ กำลังสวามิภักดิ์กับอำนาจรัฐเพื่อความอยู่รอด แล้วเราจะถามหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร !? ฝากบอกบรรดานักการเมืองพรรคพลังประชาชน ในภาคเหนือและอีสาน ที่เกณฑ์ชาวบ้านตากแดดตากฝนเพื่อกดดันพันธมิตรฯ หันมาดูพฤติกรรมของ สภาสนามหลวง บ้างเถอะ แล้วจะรู้ว่าใครกันแน่ ที่ก่อความวุ่นวาย!!!
|