พิมพ์หน้านี้
|
การฟื้นตัวอีกครั้งของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี (PTV) ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักการเมืองซีกพรรคไทยรักไทย (หรือพลังประชาชน) อย่าง วีระ มุสิกพงษ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และ จักรภพ เพ็ญแข คงจำกันได้สำหรับการประกาศปิดสถานีพีทีวี (พร้อมกับเสียงเพลง จำเลยรัก ของวงจิ๊กโก๋ยามบ่าย ขวัญใจเสี่ยวีระ ไขมุกดำ) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเพราะ หมดตูด เงินไม่พอที่จะบริหารต่อไปได้ จึงนำเงินทั้งหมดไปจ่ายชดเชยพนักงานกว่า 100 คน สถานการณ์ในตอนนั้น ถ้าจะให้เดาถึงสภาพแต่ละคน เราอาจจะเห็น จักรภพ ได้ดิบได้ดีคุมสื่อภาครัฐ โดยเฉพาะฟรีทีวีช่อง เอ็นบีที (NBT) กระบอกเสียงชั้นดีมีมาตรฐาน ขณะที่ ณัฐวุฒิ ได้รับเชิญให้เป็นโฆษกรัฐบาล ขนาบข้างสองผู้ประกาศข่าวในทำเนียบ ส่วน ตู่-จตุพร ได้โบนัสคะแนนเสียง ส.ส.สัดส่วน สังกัดพรรคพลังประชาชน แต่ชะตากรรมของทั้งสามคน (นอกจากนายหัววีระ ซึ่งพาครอบครัวหนีไปทำร้านอาหารในเมืองนิวคาสเซิ่ล ยกเว้นลูกชายอีกคน เที่ยวออกเทปดีดกีตาร์ตามผับบาร์) ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะบทบาทในช่องเอ็นบีที จักรภพเป็นแค่ คนออกแขก หน้าม่านลิเกเท่านั้น คนที่ได้รับผลประโยชน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ กลับเป็นกลุ่มของ ยี่ห้อย ร้อยยี่สิบ ซึ่งอยู่เบื้องหลังเครือข่ายสื่อภายใต้ชื่อ ดิจิตอลมีเดียโฮลดิ้ง ที่วางแผนร่วมกับ ทองเจือ รีพอตเตอร์ และ พญาไม้ ข่าวสด ขนาดก่อนหน้านี้มีข่าวแลบๆ มาว่า จักรภพ ไปขอเวลาจัดรายการแบบที่เคยจัดที่ช่องเอ็นบีที แต่สุดท้ายก็ต้อง โดนเบรค ด้วยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นชนักติดหลัง ส่วนคนที่เหลืออย่าง ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แม้ในภาพลักษณ์โฆษกรัฐบาลจะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ตัวตนของณัฐวุฒิยังนับว่า ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะยึดติดกับการทำหน้าที่ตีโต้คนอื่น เช่นเดียวกับ จตุพร ที่คนใต้ด้วยกันยังรังเกียจ คำถามที่ตามมาก็คือ พีทีวีจะกลับมาในรูปแบบไหน คราวนี้พวกเขามาในรูปแบบของ ผู้เช่าเวลา ภายใต้ชื่อ เพื่อนพ้องน้องพี่ แทนที่จะเป็น เจ้าของสถานี โดยตรงซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่า ออกอากาศผ่านทาง เอ็มวีทีวี 5 (MVTV5) ของชัยวุฒิ ทวีปวรเดช วันละ 5 ชั่วโมงต่อวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 7.30-9.30 น. รายการเพื่อนพ้องน้องพี่ 11.00-12.00 น. รายการมหาประชาชน และเวลา 18.30-20.30 น.เป็นรายการเพื่อนพ้องน้องพี่ 3 ช่วงรายการ ช่วงละ 2 ชั่วโมงเช้าค่ำ และ 1 ชั่วโมงก่อนเที่ยง ถ้าจะให้เดารูปแบบรายการ ก็คงหนีไม่พ้นรูปแบบสนทนาร่วมกัน 4 คน วีระ-จักรภพ-จตุพร-ณัฐวุฒิ ตลอด 5 ชั่วโมง รายการประเภทนี้ใช้ทีมงานเพียงไม่กี่คน แทนที่จะเป็นนับสิบนับร้อยคนเหมือนช่วงก่อตั้งสถานีเต็มรูปแบบ ซึ่งเข้าใจว่าลักษณะดังกล่าวน่าจะสามารถประหยัดต้นทุนไปได้มหาศาล น่าสงสัยถึงวัตถุประสงค์ในการกลับมาของพีทีวี ในเมื่อฝ่ายรัฐบาลมีช่องเอ็นบีทีอยู่แล้ว ทำไมจะต้องเปิดพีทีวีเพิ่มอีกด้วย ตรงนี้ถ้าจะให้คาดเดา ก็คงเป็นเพราะพวกเขาอยากจะมี กระบอกเสียง เป็นของตัวเองบ้าง ซึ่งมีประโยชน์ในแง่ของ การตกเบิก จากเจ้าของท่อน้ำเลี้ยง ส่วนความคาดหวังที่จะเอาชนะ เอเอสทีวี (ASTV) ของฝั่งพันธมิตรฯ นั้น เมื่อมองศักยภาพเพียงแค่นักจัดรายการที่ใช้ฝีปากกล้าเพื่อตีโต้คนอื่น ยังห่างชั้นตั้งหลายขุม ที่ผ่านมาจากการประเมินพบว่า พีทีวี เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับการใช้สื่ออื่นๆ ของเครือข่ายระบอบทักษิณ เพราะทีวีผ่านดาวเทียมคนที่มีกำลังซื้อเท่านั้นที่จะดูได้ พีทีวีสร้างชื่อได้ในช่วงการจัดม็อบภายใต้ชื่อ แนวร่วม นปก. ขับไล่ คมช. จนนำไปสู่การก่อจราจลขนาดย่อมๆ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีฯ แต่ชื่อที่สร้างเป็นเพียง ผู้ก่อม็อบ เท่านั้น หาใช่เป็นชื่อของ สื่อโทรทัศน์ ไม่ ... ต้องนึกย้อนไปถึงสมัยที่ สมัคร สุนทรเวช เป็น รมต.มหาดไทยเมื่อปี 2519 ได้ออกหนังสือพิมพ์รายวันของรัฐภายใต้ชื่อ เจ้าพระยา เพื่อเป็นตัวอย่างการทำหนังสือพิมพ์ที่เป็นกลางให้นักหนังสือพิมพ์ที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเดียว ในที่สุดแล้วหนังสือพิมพ์เจ้าพระยากลับขายได้น้อยมากในแต่ละวัน จนต้องปิดกิจการไปในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ด้วยสาเหตุ โฆษณาชวนเชื่อ ฝ่ายรัฐมากเกินไป น่าคิดว่า การเกิดขึ้นของพีทีวีเป็นไปในลักษณะสนับสนุนรัฐบาล และระบอบทักษิณแบบสุดโต่งเช่นนี้ คาดเดาไม่ยากว่าเมื่อถึงเวลาจบสิ้น ภาพที่ออกมาก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่า สื่อเฉพาะกิจ นั่นเอง |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||