พิมพ์หน้านี้
|
เนื่องจากเวลาเพียง 5 เดือน ทุกคนพบว่า นายสมัคร ขาดความรับผิดชอบในคำพูดของตัวเองมาตลอด พูดออกไปแล้วเพียงอีกไม่กี่อึดใจ ก็บอกว่า ไม่ได้พูด และชอบโยนความผิดให้กับสื่อมวลชน ทั้งที่ความจริงแล้วพฤติกรรมของนายสมัครนั้น มีความเคยชินที่จะ พูดข้างเดียว โดยใช้ สื่อของรัฐ กล่าวหาฝ่ายอื่นที่ไม่มีโอกาสชี้แจง ซึ่งเป็นพฤติกรรมของนายสมัคร ที่ไม่ยอมรับ การตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นนายสมัคร ควรเลิกพูดข้างเดียวโดยใช้สื่อของรัฐได้แล้ว ใครที่เคยเห็นผลงาน แบงก์เจ๊ง หรือ สั่งสลายม็อบ ก็ถือว่าเคยชินกับยุคจมูกหมูปากหมา แต่ถ้าไม่เคยเห็น เอาตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ จากคำพูดในรายการ สนทนาประสาสมัคร เมื่อเช้าวานนี้ ปล่อยไก่ตัวเบอเริ่มให้ท่านกล้าณรงค์ จันทึก กรรมการ ป.ป.ช.เค้าสวนหมัดอย่างจัง ... ผมมาตามตรอกออกตามประตู มาจากการเลือกตั้ง แต่ที่ยื่น ป.ป.ช.เป็นไงครับ คณะของคุณไม่ถูกตามกฎหมาย คณะคุณไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ยังทำหน้าที่ไปได้ แต่ผมถวายสัตย์ แล้วเวลานี้ กฎหมายเปิดช่อง เอาไปยื่น ถ้า ป.ป.ช. รับปั๊บ ผมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เห็นไหมคณะที่มาตามตรอกออกตามประตู มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่ถูกคณะที่ไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ และแต่งตั้งโดย คมช. สั่งให้หยุดทำงานได้ อย่างนี้มันมันถูกไหม ... ต่อมาในเวลาห้าโมงเช้าวันเดียวกัน นายกฯ สมัครก็ไปพูดแก้ต่างให้กับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ... ขอแก้ข่าวนิดหน่อย เพราะว่าใช้ ข้อมูลจะพูดว่าไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ไปพูดว่า ไม่ได้ถวายสัตย์ ถ้าผมถวายสัตย์ผมก็ไปถวายสัตย์ด้วยกัน (เสียงคล้ายคนเมา) จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ผมกำลังจะต่อว่าเค้าไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ... น่าแปลกใจว่า ทำไมคุณสมัครไม่ใช้สื่อของรัฐอย่าง สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะที่กรมฯ เป็นเจ้าของ ช่องเอ็นบีที (NBT) กระบอกเสียงชั้นดีมีมาตรฐาน ที่คุณจัดรายการด่าคนอื่นทุกเช้าวันอาทิตย์ แต่กระเสือกกระสนแก้ต่างให้กับ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ซึ่งที่มาที่ไปคนละเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ว่า ไอ.เอ็น.เอ็น. ดีหรือไม่ดี ... เพียงแต่การแก้ต่าง ต้องแก้ต่างให้กับ สื่อที่เป็นต้นทาง ไม่ใช่ ใช้สื่ออื่นเป็นทางผ่าน ก็เหมือนกับเวลาที่คุณสมัครไปกินแกงเขียวหวานที่ช่อง 11 แล้วลืมเก็บจาน จะไปเก็บจานที่ ไอ.เอ็น.เอ็น.มันก็จานช้อนส้อมที่ เปื้อนน้ำลาย คุณสมัครซะเมื่อไหร่ ... มองมุมกลับอีกที ที่คุณสมัครไม่ไปแก้ต่างที่ช่อง 11 ก็เพราะว่า กลัวหน้าแหก หรือไม่ก็ กลัวกองเชียร์ไขว้เขว ก็ได้ เอาล่ะ... จะไปหาความรับผิดชอบอะไรกับ นายกฯ ที่มีคนเกลียดทั้งบ้านทั้งเมือง ประชาชนอย่างเราถ้าไม่มัวแต่มานั่งด่าเค้าก็ออกมานั่งขับไล่บนท้องถนน นี่ปาเข้าไป 50 วัน ทำลายสถิติที่ขับไล่ทักษิณ 34 วัน 34 คืนแล้ว กาแฟดำ ในกรุงเทพธุรกิจเช้าวันนี้ กล่าวรู้สึกได้ว่า นายกฯ หมดสภาพ จริงๆ ทำบ้านเมืองนี้ลุกเป็นไฟ เพราะนายกฯ พูดในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" กับคนทั้งประเทศ ประกาศสงคราม กับทุกฝ่ายที่ไม่ใช่พวกของตน แต่ไม่ได้ เสนอทางออก ให้กับบ้านเมืองอะไรเลยแม้แต่น้อย สรุปสั้นๆ คำอธิบายล้วนเป็นการพูดข้างเดียวของคุณสมัคร ที่มีแต่น้ำเสียงดุดันและโกรธแค้น แต่ไม่ได้มีอะไรในแง่ของสาระที่จะตอบข้อสงสัยของประชาชนได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งนายกฯ พูดแบบใส่อารมณ์หุนหันพลันแล่น และสำแดงความแค้นเคืองส่วนตัว ยิ่งใช้ภาษาไร้วัฒนธรรม ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดแจ้งขึ้นว่าคุณสมัคร ไม่ควรจะอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศอีกต่อไป ... ในตอนท้ายของรายการที่คุณสมัครบอกว่าจะปรับคณะรัฐมนตรีใหญ่เพื่อจะทำงานแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง จึงไม่มีความหมายอะไรในแง่ของการทำให้ประชาชนคนไทยเห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำได้เลย เพราะคนฟังก็รู้ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ "หมดสภาพ" ของการเป็นผู้นำแล้ว...เพราะปัญหาที่โหมกระหน่ำใส่ตัวนายกฯ และคณะรัฐมนตรีนั้น หนักหนาสากรรจ์เกินกว่าที่เขาจะแก้ไขเยียวยาได้ ... แต่สำหรับหนังสือพิมพ์เจ้าของพาดหัวแห่งปี ไร้ยางอาย อย่างเช่น ไทยโพสต์ มาด้วยพาดหัวตื่นตาตื่นใจอย่าง สำราก'สัตว์นรก' คอลัมนิสต์ขาประจำอย่าง เปลว สีเงิน จั่วหัวเอาไว้ว่า ยกเรื่องใหม่"กลบประเด็น"เรื่องใหญ่ มองว่า ... อืมมม...นักการเมืองบางประเภทก็เหมือน "สัตว์เลี้ยง" ของสังคมชนิดหนึ่ง เราต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้ และมีใจเมตตาด้วยการระลึกไว้เสมอว่า "อย่ารังแกสัตว์เลี้ยง" ผมไม่ได้ดูรายการตอนเช้าก็จริง แต่ดูบางช่วง-บางตอนที่เขานำมาประกอบข่าว เห็นสีหน้า-ท่าทางแล้ว "ผมสงสารท่านครับ" จะเรียกว่าอะไรล่ะ? สู้แบบหลังชนฝา หรือ สู้แบบหมาจนตรอก มันก็ครือๆ กันแหละ! ฟังเอาไว้ประกอบการวินิจฉัยคน อย่าไปเก็บเอากากขยะมาเป็นอารมณ์ปรุงจิตให้ขุ่นมัวไปเลย ห่วงก็แต่ชาวบ้านที่ยุ่งอยู่กับการประกอบอาชีพประจำวัน ทำให้ไม่ได้ศึกษาข้อมูลในแต่ละเรื่อง เมื่อฟังโวหาร "แก้ตัวข้างเดียว" แล้วอาจสับสน หรืออาจหลงไขว้เขวตามไปด้วย! ในการ "ฟุ้งหน้าจอ" เมื่อวานนี้ มีหลายประเด็นที่อยากจะคุย แต่ผมไม่อยากเป็นเหยื่อแห่งการ "ถูกลากให้หลงประเด็น" ไทยเสียสิทธิเหนือปราสาทพระวิหาร...ในยุครัฐบาลนายสมัคร... ศิลปะโวหารของนายสมัคร ยากที่ใครจะตามทัน แต่สำคัญที่สุดคือ ความพยายามทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความ ไขว้เขว เข้ารกเข้าพง หลงประเด็นให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่พูดออกมาจากปากเป็นต้องมีเรื่อง เพื่อเอาตัวเองให้อยู่รอดในอำนาจที่มี เห็นแบบนี้แล้วเราอาจจะต้องเจออีกหลายมุขจากคุณสมัคร จนกว่าจะพ้นสภาพเน่าเหม็นทางการเมืองเช่นนี้ เห็นหรือยัง สภาพของนายสมัครไม่เหลือ แต่ก็ยังหน้าด้านหน้าทน !!! |