• kittinunn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kittinunn@serithai.net
  • วันที่สร้าง : 2006-12-29
  • จำนวนเรื่อง : 719
  • จำนวนผู้ชม : 278215
  • จำนวนผู้โหวต : 673
  • ส่ง msg :
bloggerKittinunn
เกาะติด-วิจารณ์ จับตาเหตุบ้านการเมือง สังคม สภาวะแวดล้อม และมุมมองที่แตกต่าง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kittinunn
วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2551
ตามกลิ่นช่วงชิง “ปฏิวัติ!”
Posted by kittinunn , ผู้อ่าน : 295 , 00:33:55 น.  
พิมพ์หน้านี้


ข่าวคราวที่เราได้พบเห็นตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ออกมาจากรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่มีนัยยะน่าสงสัยอย่างยิ่ง

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “รัฐบาลสมัคร” ประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท ออกแคมเปญภายใต้โครงการ “6 มาตราการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทย” ทั้งการใช้น้ำ-ไฟฟรีแก่ผู้ที่ใช้ไฟน้อย ขึ้นรถเมล์ร้อน-รถไฟชั้น 3 ฟรี ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ลดภาษีน้ำมัน

จนกระทั่งค่อนสัปดาห์ถัดมา อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและ รมว.กลาโหม “พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร”ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ออกมาประกาศเจรจาหยุดยิงแก่ “กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย” ซึ่งภาพของการเจรจาถูกเผยแพร่ผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ของ ททบ.5 ไปยังดาวเทียม TGN ออกอากาศทั่วโลกอีกด้วย

พิจารณา “สองข่าวใหญ่” ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ก่อให้เกิดนัยยะตามมาว่า สิ่งที่รัฐบาลได้สร้างภาพออกมาทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นไปเพื่อ “ลดกระแสต้าน” จากการขับไล่รัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของการเสียอธิปไตย “เขาพระวิหาร” ที่สังคมจับตามอง

และเมื่อพิจารณาลึกๆ จะเห็นได้ว่า การออกมาจุดกระแสสองเรื่องดังกล่าว ที่สุดแล้วผลที่ตามมาก็ไม่ได้มี “ความบริสุทธิ์ใจ” ในผลงานของรัฐบาลเท่าใดนัก

เรื่องของแคมเปญ 6 เดือน ถือได้ว่าเป็น “ประชานิยมทิ้งทวน” ท่ามกลางสภาวะของรัฐบาลที่กำลังสั่นคลอนจากวิกฤตศรัทธา คงจำกันได้กับการ “แจกคูปองคนจน” ซึ่งสุดท้ายต้องพับกระดานเพราะความยุ่งยาก และไม่ได้ผลในวงกว้าง

แต่ถึงกระนั้นก็ยังจับตามองถึงมาตรการนี้ว่าเป็นการ “ซื้อเสียงล่วงหน้า” เพราะเป็นการ “ซื้อใจ” ให้ลดกระแสต้านในช่วงเวลาอันสั้นเพียง 6 เดือน

ส่วนเรื่องของการ “ประกาศหยุดยิง” ของกลุ่มใต้ดินฯ บนหน้าจอโทรทัศน์ ผลที่สุดถูกมองว่าเป็นการ “โชว์ปาหี่” เพราะทราบมาว่า ข่าวการเจรจาหยุดยิงนี้ได้รับการกระจายหลายวันแล้ว แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจ

อาจเป็นเพราะมีข่าวอื่นที่ใหญ่กว่า หรือถูกมองว่า “เป็นเรื่องปาหี่ไร้สาระ” อย่างที่หลายๆ คนเคลือบแคลงสงสัย

โดยเฉพาะจุดประสงค์ของ “พล.อ.เชษฐา” ที่มองว่าหวังรับเก้าอี้ “รมว.กลาโหม” จากผลการสร้างภาพดังกล่าว ส่วนชาวมุสลิมในภาคใต้ที่ออกโทรทัศน์กลายเป็นพูโลลี้ภัยในสวีเดนที่ชื่อ “ลุกมาน บินลีมา” ซึ่งบทบาทในการก่อความไม่สงบในชายแดนใต้เป็นเพียง “นายหน้าค้าไฟใต้”

ไม่โดดเด่นเท่า “ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต” (BRN Co-Ordinate) และ “ขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี” ซึ่งมีบทบาทในการก่อความไม่สงบเป็นหลัก

และการที่กลุ่มคนเหล่านั้นออกโทรทัศน์โดยตราหน้าว่า “ผู้ที่ก่อความไม่สงบ” นับจากหลังสิ้นเสียงประกาศถือว่าเป็น “อาชญากร” นอกจากตัวผู้ที่อ้างตนว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มใต้ดินจะ “ขาดความน่าเชื่อถือ” แล้ว เหตุรุนแรงอุกอาจแบบฉับพลันทันใด ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการแถลงนี้ ถือว่าเป็นการ “ทำลายความน่าเชื่อถือ” ของการประกาศที่ออกสู่สายตาคนทั่วโลก

ถึงกระนั้นก็ตาม “สองข่าวใหญ่” ที่เกิดขึ้นเพื่อกลบกระแสของรัฐบาล ก็ยังไม่สามารถสยบ “เสถียรภาพ” ของรัฐบาลแบบฉับพลันทันด่วนได้

ขณะเดียวกันสัญญาณ “ปฏิวัติรัฐประหาร” รอบใหม่ที่กำลังเป็นที่น่าจับตามอง ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ กลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้ถูกตีให้ฟูเหมือนกระแสที่ทั้งรัฐบาล และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่างฝ่ายต่างช่วงชิงพื้นที่สื่อเพื่อหาแนวร่วมอย่างต่อเนื่อง

เรื่องพิพาทเกี่ยวกับ “พื้นที่ทับซ้อน” โดยรอบ “ประสาทเขาพระวิหาร” ที่พันธมิตรฯ พยายามจุดกระแส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงนามข้อตกลงในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแก่กัมพูชา ของรัฐมนตรีต่างประเทศ “นพดล ปัทมะ” ซึ่งไม่ได้ผ่านสภา จนทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในเจตนาของนายนพดล

กระทั่งเป็นกระแสต่อต้านรัฐบาล ที่อาจขยายวงกว้างไปสู่เรื่องของความมั่นคง จากการที่ทางการไทยต้องยกดินแดนให้ 7 ประเทศดูแลผลประโยชน์ร่วมกัน

ปัจจุบันพันธมิตรฯ หยิบเรื่องนี้เคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลไปพร้อมๆ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ด้านความมั่นคง ทหารบกนำโดย ผบ.ทบ. “พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา” สั่งการให้กองกำลังสุรนารี ตรึงกำลังบริเวณชายแดน

โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อน สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดบริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ จากการประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาถือว่ายังตั้งรับไม่ทัน โดยเฉพาะข่าวคราวที่ทหารไทยถูกจับ ถูกล้อมบ้าง มีการปะทะกันบ้าง ย่อมทำให้ฝ่ายไทยได้เปรียบ

แต่ต่อไปความรุนแรงจะบานปลายถึงขั้นใดนั้น ไม่มีใครรู้

ปัญหาด้านความมั่นคงในประเทศ ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะการแถลงหยุดยิงถูกมองว่า “จัดฉาก” นี่เองที่น่าเป็นห่วงว่า อาจจะร้ายแรงยิ่งกว่าคำพูดปรามาสของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร กล่าวหาว่าผู้ก่อความไม่สงบเป็น “พวกโจรกระจอก”

เพราะถึงการแสดงออกต่างกัน แต่นัยยะที่แสดงออกมา อ่านใจผู้ก่อความไม่สงบเหมือนกับเป็นการ “ดูถูกเหยียดหยาม” จนกระทั่งสร้างแรงกดดันให้เกิดความไม่สงบขึ้นมาได้

หากสถานการณ์ชายแดนทั้งที่อีสานและภาคใต้มีความรุนแรงมากขึ้น เอาแค่ “เสมือนว่า” กองทัพฯ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ รัฐบาลอาจจะฉวยโอกาสใช้ความรุนแรงเป็นข้ออ้างในการ “ปฏิวัติตัวเอง” โดยอ้างว่าเพื่อจัดระเบียบบ้านเมืองก็เป็นได้

แต่มีนัยยะแฝงตามมาก็คือ “การฉีกรัฐธรรมนูญ 2550 ทิ้ง”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สีเขียว” ระดับนายพลตรี-นายพัน รวมทั้งผู้บัญชาการ “สีกรมท่า” และ “สีกากี” ซึ่งเป็นคนของ “มือที่มองไม่เห็น” ที่อยู่เบื่องหลังรัฐบาลชุดนี้ ถูกจับตามองว่าอาจจะเป็นฝ่ายที่ร่วมกัน “ปฏิวัติตัวเอง” ก็เป็นได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากคำประกาศของนายกฯ สมัคร จุดชนวนให้สร้างความขัดแย้งได้โดยง่าย คาดว่าเมื่อเปิดสภา ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกส่งเข้าสภาทันที จนนับวันปะทุได้ เพราะจะมีการต่อต้านอย่างดุเดือด อีกทั้งฝ่ายสนับสนุนที่เตรียมไว้จัดการกับผู้ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็พร้อมแล้ว

สัญญาณอันตรายขั้นร้ายแรงของรัฐบาลสมัคร คือนับตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมจะเริ่มสำแดงให้คนของรัฐบาลสมัคร ล้มหายตายจากไปทีละคนสองคน

จนกระทั่งมาถึงตัวนายใหญ่ ที่จะต้องรับชะตากรรมในวันปิดคดี “ที่ดินรัชดา” รัฐบาลอาจ “ล้มกระดาน” เพื่อให้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ ยุติลงได้

ไม่ว่ารัฐบาลสมัครจะปฏิวัติตัวเองหรือไม่ หลังจากสัญญาณอันตรายของรัฐบาลสมัครผ่านพ้นไป  มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาลสมัคร เริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ จะถือเป็นการซื้อใจให้เกิดแรงสนับสนุน เพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับจนกระทั่ง 6 เดือน รัฐบาลจะสามารถโต้กระแสต้านจากกลุ่มที่ไม่พอใจรัฐบาลให้อ่อนแรงลง

ขณะเดียวกัน หากมองกันที่ฝ่ายพันธมิตรฯ การที่นายทหารอย่าง “พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์” ขึ้นเวทีฯ ทำให้หลายฝ่ายตีความได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความพยายามจากฝ่ายรัฐบาล โจมตีว่าพันธมิตรฯ ต้องการให้ทหารปฏิวัติ

เมื่อดูศักยภาพแล้ว แต่ละฝ่ายล้วนมี “กองทัพ” อยู่ในมือทั้งสิ้น ซึ่งการเกิดปฏิวัติหรือรัฐประหารขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายใดจะเป็นคนเริ่มก่อน อาจปฏิวัติตัวเอง หรือยุให้อีกฝ่ายปฏิวัติก็เป็นได้

นี่เป็นการวิเคราะห์บนพื้นฐานในสิ่งที่เห็น คุณผู้อ่านไม่จำเป็นต้องยึดถือในสิ่งที่เราได้กล่าวเอาไว้ก็ได้ เพียงแต่ในช่วงเวลานี้ ติดตามสถานการณ์ให้ดี อาจจะมีความพลิกผันทางการเมืองเกิดขึ้น

ในช่วงวันหยุดราชการยาวไปจนถึงวันจันทร์เช่นนี้ บรรยากาศทางการเมืองที่เงียบสงบ คงต้องจับตามองว่าจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นหรือไม่

ช่วงเวลาอันตรายของรัฐบาลสมัครจะผ่านพ้นไปอย่างไร และพันธมิตรฯ จะสามารถก้าวสู่เป้าหมายที่เรียกว่า “ชัยชนะ” อย่างที่ประกาศบนเวทีได้หรือไม่ อย่ากระพริบตา !!!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ampm08 วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 13.26 น.

แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร 1สมัครไม่ออก 2.สมัรครไม่ยุบ 3.สมัครไม่ถอย 4.สัครเดินหน้าดับเครื่องชน
ความคิดเห็นที่ 2
ซันญ่า วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 00.45 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS


ย่ำยีจิตใจกันมาก เสียใจ เสียใจได้ยินไหม???????????
ความคิดเห็นที่ 1
ปลิวลม วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 00.42 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

จากโจรกระจอก จนถึงจัดฉากการเมือง เห็นคนใต้เป็นอะไร
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณคิดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ "นายกฯ สมัคร" จะยุบสภาหรือไม่
ยุบสภา
289 คน
ไม่ยุบสภา
147 คน

  โหวต 436 คน