พิมพ์หน้านี้
|
ข่าวคราวที่เราได้พบเห็นตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ออกมาจากรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่มีนัยยะน่าสงสัยอย่างยิ่ง ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสมัคร ประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท ออกแคมเปญภายใต้โครงการ 6 มาตราการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทย ทั้งการใช้น้ำ-ไฟฟรีแก่ผู้ที่ใช้ไฟน้อย ขึ้นรถเมล์ร้อน-รถไฟชั้น 3 ฟรี ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ลดภาษีน้ำมัน จนกระทั่งค่อนสัปดาห์ถัดมา อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและ รมว.กลาโหม พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโรซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ออกมาประกาศเจรจาหยุดยิงแก่ กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งภาพของการเจรจาถูกเผยแพร่ผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ของ ททบ.5 ไปยังดาวเทียม TGN ออกอากาศทั่วโลกอีกด้วย พิจารณา สองข่าวใหญ่ ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ก่อให้เกิดนัยยะตามมาว่า สิ่งที่รัฐบาลได้สร้างภาพออกมาทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นไปเพื่อ ลดกระแสต้าน จากการขับไล่รัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของการเสียอธิปไตย เขาพระวิหาร ที่สังคมจับตามอง และเมื่อพิจารณาลึกๆ จะเห็นได้ว่า การออกมาจุดกระแสสองเรื่องดังกล่าว ที่สุดแล้วผลที่ตามมาก็ไม่ได้มี ความบริสุทธิ์ใจ ในผลงานของรัฐบาลเท่าใดนัก เรื่องของแคมเปญ 6 เดือน ถือได้ว่าเป็น ประชานิยมทิ้งทวน ท่ามกลางสภาวะของรัฐบาลที่กำลังสั่นคลอนจากวิกฤตศรัทธา คงจำกันได้กับการ แจกคูปองคนจน ซึ่งสุดท้ายต้องพับกระดานเพราะความยุ่งยาก และไม่ได้ผลในวงกว้าง แต่ถึงกระนั้นก็ยังจับตามองถึงมาตรการนี้ว่าเป็นการ ซื้อเสียงล่วงหน้า เพราะเป็นการ ซื้อใจ ให้ลดกระแสต้านในช่วงเวลาอันสั้นเพียง 6 เดือน ส่วนเรื่องของการ ประกาศหยุดยิง ของกลุ่มใต้ดินฯ บนหน้าจอโทรทัศน์ ผลที่สุดถูกมองว่าเป็นการ โชว์ปาหี่ เพราะทราบมาว่า ข่าวการเจรจาหยุดยิงนี้ได้รับการกระจายหลายวันแล้ว แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจ อาจเป็นเพราะมีข่าวอื่นที่ใหญ่กว่า หรือถูกมองว่า เป็นเรื่องปาหี่ไร้สาระ อย่างที่หลายๆ คนเคลือบแคลงสงสัย โดยเฉพาะจุดประสงค์ของ พล.อ.เชษฐา ที่มองว่าหวังรับเก้าอี้ รมว.กลาโหม จากผลการสร้างภาพดังกล่าว ส่วนชาวมุสลิมในภาคใต้ที่ออกโทรทัศน์กลายเป็นพูโลลี้ภัยในสวีเดนที่ชื่อ ลุกมาน บินลีมา ซึ่งบทบาทในการก่อความไม่สงบในชายแดนใต้เป็นเพียง นายหน้าค้าไฟใต้ ไม่โดดเด่นเท่า ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต (BRN Co-Ordinate) และ ขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี ซึ่งมีบทบาทในการก่อความไม่สงบเป็นหลัก และการที่กลุ่มคนเหล่านั้นออกโทรทัศน์โดยตราหน้าว่า ผู้ที่ก่อความไม่สงบ นับจากหลังสิ้นเสียงประกาศถือว่าเป็น อาชญากร นอกจากตัวผู้ที่อ้างตนว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มใต้ดินจะ ขาดความน่าเชื่อถือ แล้ว เหตุรุนแรงอุกอาจแบบฉับพลันทันใด ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการแถลงนี้ ถือว่าเป็นการ ทำลายความน่าเชื่อถือ ของการประกาศที่ออกสู่สายตาคนทั่วโลก ถึงกระนั้นก็ตาม สองข่าวใหญ่ ที่เกิดขึ้นเพื่อกลบกระแสของรัฐบาล ก็ยังไม่สามารถสยบ เสถียรภาพ ของรัฐบาลแบบฉับพลันทันด่วนได้ ขณะเดียวกันสัญญาณ ปฏิวัติรัฐประหาร รอบใหม่ที่กำลังเป็นที่น่าจับตามอง ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ กลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้ถูกตีให้ฟูเหมือนกระแสที่ทั้งรัฐบาล และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่างฝ่ายต่างช่วงชิงพื้นที่สื่อเพื่อหาแนวร่วมอย่างต่อเนื่อง เรื่องพิพาทเกี่ยวกับ พื้นที่ทับซ้อน โดยรอบ ประสาทเขาพระวิหาร ที่พันธมิตรฯ พยายามจุดกระแส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงนามข้อตกลงในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแก่กัมพูชา ของรัฐมนตรีต่างประเทศ นพดล ปัทมะ ซึ่งไม่ได้ผ่านสภา จนทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในเจตนาของนายนพดล กระทั่งเป็นกระแสต่อต้านรัฐบาล ที่อาจขยายวงกว้างไปสู่เรื่องของความมั่นคง จากการที่ทางการไทยต้องยกดินแดนให้ 7 ประเทศดูแลผลประโยชน์ร่วมกัน ปัจจุบันพันธมิตรฯ หยิบเรื่องนี้เคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลไปพร้อมๆ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ด้านความมั่นคง ทหารบกนำโดย ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา สั่งการให้กองกำลังสุรนารี ตรึงกำลังบริเวณชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อน สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดบริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ จากการประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาถือว่ายังตั้งรับไม่ทัน โดยเฉพาะข่าวคราวที่ทหารไทยถูกจับ ถูกล้อมบ้าง มีการปะทะกันบ้าง ย่อมทำให้ฝ่ายไทยได้เปรียบ แต่ต่อไปความรุนแรงจะบานปลายถึงขั้นใดนั้น ไม่มีใครรู้ ปัญหาด้านความมั่นคงในประเทศ ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะการแถลงหยุดยิงถูกมองว่า จัดฉาก นี่เองที่น่าเป็นห่วงว่า อาจจะร้ายแรงยิ่งกว่าคำพูดปรามาสของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร กล่าวหาว่าผู้ก่อความไม่สงบเป็น พวกโจรกระจอก เพราะถึงการแสดงออกต่างกัน แต่นัยยะที่แสดงออกมา อ่านใจผู้ก่อความไม่สงบเหมือนกับเป็นการ ดูถูกเหยียดหยาม จนกระทั่งสร้างแรงกดดันให้เกิดความไม่สงบขึ้นมาได้ หากสถานการณ์ชายแดนทั้งที่อีสานและภาคใต้มีความรุนแรงมากขึ้น เอาแค่ เสมือนว่า กองทัพฯ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ รัฐบาลอาจจะฉวยโอกาสใช้ความรุนแรงเป็นข้ออ้างในการ ปฏิวัติตัวเอง โดยอ้างว่าเพื่อจัดระเบียบบ้านเมืองก็เป็นได้ แต่มีนัยยะแฝงตามมาก็คือ การฉีกรัฐธรรมนูญ 2550 ทิ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีเขียว ระดับนายพลตรี-นายพัน รวมทั้งผู้บัญชาการ สีกรมท่า และ สีกากี ซึ่งเป็นคนของ มือที่มองไม่เห็น ที่อยู่เบื่องหลังรัฐบาลชุดนี้ ถูกจับตามองว่าอาจจะเป็นฝ่ายที่ร่วมกัน ปฏิวัติตัวเอง ก็เป็นได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากคำประกาศของนายกฯ สมัคร จุดชนวนให้สร้างความขัดแย้งได้โดยง่าย คาดว่าเมื่อเปิดสภา ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกส่งเข้าสภาทันที จนนับวันปะทุได้ เพราะจะมีการต่อต้านอย่างดุเดือด อีกทั้งฝ่ายสนับสนุนที่เตรียมไว้จัดการกับผู้ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็พร้อมแล้ว สัญญาณอันตรายขั้นร้ายแรงของรัฐบาลสมัคร คือนับตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมจะเริ่มสำแดงให้คนของรัฐบาลสมัคร ล้มหายตายจากไปทีละคนสองคน จนกระทั่งมาถึงตัวนายใหญ่ ที่จะต้องรับชะตากรรมในวันปิดคดี ที่ดินรัชดา รัฐบาลอาจ ล้มกระดาน เพื่อให้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ ยุติลงได้ ไม่ว่ารัฐบาลสมัครจะปฏิวัติตัวเองหรือไม่ หลังจากสัญญาณอันตรายของรัฐบาลสมัครผ่านพ้นไป มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาลสมัคร เริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ จะถือเป็นการซื้อใจให้เกิดแรงสนับสนุน เพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับจนกระทั่ง 6 เดือน รัฐบาลจะสามารถโต้กระแสต้านจากกลุ่มที่ไม่พอใจรัฐบาลให้อ่อนแรงลง ขณะเดียวกัน หากมองกันที่ฝ่ายพันธมิตรฯ การที่นายทหารอย่าง พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ ขึ้นเวทีฯ ทำให้หลายฝ่ายตีความได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความพยายามจากฝ่ายรัฐบาล โจมตีว่าพันธมิตรฯ ต้องการให้ทหารปฏิวัติ เมื่อดูศักยภาพแล้ว แต่ละฝ่ายล้วนมี กองทัพ อยู่ในมือทั้งสิ้น ซึ่งการเกิดปฏิวัติหรือรัฐประหารขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายใดจะเป็นคนเริ่มก่อน อาจปฏิวัติตัวเอง หรือยุให้อีกฝ่ายปฏิวัติก็เป็นได้ นี่เป็นการวิเคราะห์บนพื้นฐานในสิ่งที่เห็น คุณผู้อ่านไม่จำเป็นต้องยึดถือในสิ่งที่เราได้กล่าวเอาไว้ก็ได้ เพียงแต่ในช่วงเวลานี้ ติดตามสถานการณ์ให้ดี อาจจะมีความพลิกผันทางการเมืองเกิดขึ้น ในช่วงวันหยุดราชการยาวไปจนถึงวันจันทร์เช่นนี้ บรรยากาศทางการเมืองที่เงียบสงบ คงต้องจับตามองว่าจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นหรือไม่ ช่วงเวลาอันตรายของรัฐบาลสมัครจะผ่านพ้นไปอย่างไร และพันธมิตรฯ จะสามารถก้าวสู่เป้าหมายที่เรียกว่า ชัยชนะ อย่างที่ประกาศบนเวทีได้หรือไม่ อย่ากระพริบตา !!! |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||