พิมพ์หน้านี้
|
... ที่อุดรพวกทักษิณเค้ายกพวกรื้อเวที คนเจ็บอื้อเลย มีคนตายด้วยลูก ... แม่โทรศัพท์เข้ามาด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับนำโทรศัพท์จ่อเข้าทีวี เพื่อฟังเสียงการรายงานข่าวจากช่องทีวีสาธารณะ ซึ่งจับใจความได้ว่ามาจาก กลุ่มชมรมคนรักอุดร พากัน รื้อเวทีปราศรัย ที่หนองประจักษ์ ทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรอย่างป่าเถื่อน จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย (ภายหลังพบว่ากำลังยื้อชีวิตในห้องไอ.ซี.ยู.) บาดเจ็บกว่า 20 คน สาหัส 8 คน พร้อมทั้งรื้อเผาเวที ซึ่งก็คงมองออกว่าเป็นการกระทำที่ ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม ก่อนหน้านี้ระหว่างที่รถออกจากจุดนัดพบ สาวเทคนิค แห่งเมืองบุรีรัมย์ โทรศัพท์เข้ามาด้วยความตื่นตระหนก กล่าวว่าที่บุรีรัมย์ซึ่งมีการตั้งเวที ได้มีอันธพาลบุกเข้ามารื้อเต้นท์เวที พร้อมทั้งมีการ ยิงปืนขึ้นฟ้า เธอเล่าด้วยน้ำเสียงตระหนกตกใจ วิงวอนให้พวกเราส่งข่าวไปยังเวทีใหญ่ด้วย แม่เตือนด้วยความเป็นห่วง กำชับว่าดูแลตัวเองให้ดี เพราะกลัวว่าลูกชายคนนี้จะเป็นอะไรไป โชคดีที่จังหวัดเล็กๆ อย่างปราจีนบุรี เวทีบริเวณลานด้านข้างศาลหลักเมือง ซึ่งมีแพทย์อาวุโสท่านหนึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าฟังปราศรัยร่วมพันคน หลังทราบข่าวระหว่างนั่งในรถ ผมโทรศัพท์ไปหา ดรีม รุ่นน้องนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มวลชนพันธมิตรฯ อุดรคนหนึ่งที่เพิ่งจะกลับจากอุดรธานีเมื่อสองสามวันก่อน ทันทีที่ผมเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ระทึกดังกล่าว และผมบอกให้เขาช่วยตามข่าวด้วย เขาอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ... ระหว่างที่ผมนั่งพิมพ์บล็อกอยู่นี้ ในหัวสมองนึกเหตุการณ์เมื่อวันวานโดยพลัน ... 20 มิถุนายน 2551 วันที่เราเดินทางจาก มัฆวานรังสรรค์ มุ่งหน้าสู่ ทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่เราเหน็ดเหนื่อยกับการฝ่าด่านโล่มนุษย์สีกากี และรถตำรวจที่คุมขังผู้ต้องหาซึ่งจอดขวางถนนยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ระหว่างที่นั่งพัก ดรีม ชวนผมมานั่งกินข้าว กับบรรดาป้าๆ ที่เดินทางจาก อุดรธานี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวันประวัติศาสตร์ บุกล้อมทำเนียบรัฐบาล บรรดาคุณป้าจากอุดรฯ นั่งปูเสื่อเปิบข้าวพร้อมกับน้องของผม ชวนให้ชิม ปลาร้าปรุงรส ซึ่งใส่อยู่ในกระปุกพลาสติก เป็นของที่ระลึกชั้นดีที่ขายในสนามบิน พร้อมกับหมูทอดแดดเดียวและข้าวเหนียว เชื่อหรือเปล่าว่าทั้งชีวิตที่ไม่ได้มีโอกาสได้หยิบปลาร้าเข้าปาก คำแรกที่ผมกินปลาร้าจิ้มข้าวเหนียวเพียงเล็กน้อย มันทำให้รู้สึกชอบทานปลาร้าแบบนี้ขึ้นมาทันที จนกระทั่งข้าวเหนียวที่ปั้นในมือจิ้มปลาร้าปรุงรสกระปุกนี้อย่างเอร็ดอร่อย มาวันนี้ แม้กายจะเหนื่อยเพราะอ่อนล้าจากรถที่นั่งมานาน แต่ในใจผมนึกย้อนถึงภาพวันนั้นพร้อม น้ำตา ไม่รู้ว่าหนึ่งในผู้บาดเจ็บจนถึงสาหัส จะมีคุณป้าที่เคยนั่งจิ้มปลาร้าปรุงรสกินด้วยกันหรือเปล่า นึกเป็นห่วง ขอภาวนาว่าอย่าให้คุณป้าต้องเป็นอะไรไปเลย ... จริงๆ แล้วที่ผ่านมา การปะทะกันของมวลชนแต่ละฝ่ายทางการเมือง ได้ยินข่าวนี้จนชาชินในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นกลุ่มจัดตั้งที่มีเครือข่ายไปถึง นักการเมือง ของพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง แต่นับวันฝ่ายที่ออกมาก่อการยิ่งมีอาการ ย่ามใจ มากขึ้น ถึงกับใช้อาวุธประหัตประหารกันให้ตายไปข้าง เสมือนเป็นพ่อค้าที่กำลัง ทุบหัวปลา อย่างไร้ความปราณี จะให้พูดว่า ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลา แก่คนเหล่านั้น มันก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ไหนๆ ก็จ้างให้มารุมตีรุมต่อยคนอื่น ก็ต้องทำให้มันคุ้มกับค่าจ้าง พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ วันนี้ ดูเหมือนจะดุเดือดที่สุดเท่าที่มีมา
คุณไทกร พลสุวรรณ แกนนำอีสานกู้ชาติ ซึ่งจะขึ้นเวทีในวันเกิดเหตุ ระบุว่า แกนนำกลุ่มคนรักอุดร ถือไมโครโฟนปลุกระดมบอกว่า พวกนักรบศรีวิชัยไม่ใช่คนไทย ไม่มีบัตรประชาชน ให้ฆ่าได้เลย ตีได้แผลละ 500 แม้กระทั่ง เอาเลือดเจริญ (เจริญ หมู่ขจรพันธุ์-นักธุรกิจแกนนำเครือข่ายพันธมิตรอุดร) ออกได้ 20,000 บาท ฆ่าได้เลย พูดอย่างนี้ผมนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 ปรากฎการณ์นองเลือดในธรรมศาสตร์ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า ไทยฆ่าไทย โดยพลัน ข้อกล่าวหาตั้งแต่ ในธรรมศาสตร์มีพวกญวณ หรือ ในตึกโดมเป็นที่ซ่องสุมอาวุธ ที่ฝ่ายขวาพยายามโจษจันว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์ ไปจนกระทั่งตัดต่อภาพ ละครแขวนคอ บนหน้าหนังสือพิมพ์ดาวสยาม กล่าวว่านักศึกษาเหล่านี้พยายามหมิ่นพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อโยงกันไปโยงกันมาผลที่สุดก็กลายเป็นการเข่นฆ่าประชาชน โดยกลุ่มอันธพาลการเมืองที่ชื่อ นวพล กระทิงแดง พร้อมกับกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน ไม่น่าเชื่อว่า อดีตที่ขมขื่น มันจะวนเวียนกันให้เราได้เห็นภาพแห่งความรุนแรงอย่างน่าหวาดกลัว ลูกหลานคนตุลาท่านหนึ่ง โทรศัพท์มาหาผมบอกว่า เราน่าจะเรียกร้องอะไรสักอย่างกับกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ลูกหลานได้รับรู้ว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต่างสูญเสียมากเพียงใดจากความเข้าใจต่างกันทางการเมือง และไม่อยากให้เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีก ซึ่งก็ขอรับไว้พิจารณา พวกเราที่ได้ติดตามข่าวเรื่องนี้ อาจจะรู้สึกโกธรแค้นชิงชัง หรือคิดจะตอบโต้บ้าง ในใจผมก็คิดเช่นนี้ไปไม่น้อยกว่ากัน แต่จะทำอย่างไรได้ นอกจากนั่งเศร้า น้ำตาไหลอย่างน่าอดสู ด่าพวกอันธพาลเหล่านั้นไปวันๆ แบบกัดฟันกรอดๆ วันถัดมาก็ก่อเรื่องขึ้นมาอีกชนิดที่ว่าไม่หยุดไม่หย่อน รายการสยามเช้านี้เมื่อเช้า เลขาชมรมกลุ่มคนรักอุดรธานี ภริตพร หงส์ธนาธร ออกมากล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มคนรักอุดรธานีทำนั้นถูกต้อง ... หลายครั้งที่กลุ่มคนรักอุดรธานีได้ขอร้องไปที่พันธมิตรฯ อย่ามาปลุกเร้าคนอุดรธานี ให้ไปทำที่จังหวัดอื่น เพราะคนรักอุดรธานีเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น คงจะไม่ยอมให้คนจังหวัดอื่นเข้ามารุกล้ำอธิปไตยตรงนี้ได้ เมื่อถามว่า การกระทำของกลุ่มคนรักอุดรธานีรุนแรงเกินไปหรือไม่ กลับได้คำตอบ ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของประชาชน เพราะคนที่มาส่วนใหญ่เป็นชาวนา ชาวสวน ไม่สามารถยับยั้งความรู้สึกที่อดกลั้นมานานได้ พยายามโยนข้ออ้างไปให้ชาวบ้าน !!! การให้เหตุผลในลักษณะนี้ เหมือนกับที่ กลุ่มคนเชียงรายรักประชาธิปไตย เคยให้เหตุผลที่กลุ่ม ม็อบเสื้อแดง เอาหนังสติ๊กไปยิงใส่มูลนิธิของ คุณเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว.เชียงราย แถมด้วยไปทุบทำลายหม้อแปลงไฟฟ้าของบ้านแกนนำพันธมิตรฯ แม่สายจนไฟดับทั้งหลัง ต้องถามก่อนว่า มูลเหตุที่ทำให้ ชาวนา หรือ ชาวสวน ต้องก่อพฤติกรรมกักขฬะเช่นนี้ต่อผู้ที่มีความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน จนกระทั่งบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก เพราะอะไร มันก็เพราะคนระดับ แกนนำ นั่นแหละ การออกมาพูดกับชาวบ้านในลักษณะ ปลุกระดม พยายามใช้จิตวิทยา บิดเบือน ข้อมูล พร้อมกล่าวหาผู้อื่นในลักษณะโจมตี ซึ่งลักษณะเช่นนี้อีกฝ่ายจะกล่าวหากลุ่มพันธมิตรฯ ว่าเป็นฝ่ายปลุกระดม ก็มีสิทธิ์ที่จะพูด แต่สำคัญที่สุดคือ เจตนา และ การเคลื่อนไหว ว่าจะเป็นเช่นไร การที่แกนนำบนเวทีปราศรัยไม่ว่าที่ใดๆ หรือฝ่ายไหน กล่าวโจมตีผู้อื่น หากเป็นกล่าวโจมตีโดยสุจริตใจ ผลที่สุดข้อกล่าวหาเหล่านั้นก็ต้องได้รับการพิสูจน์ให้เห็นโดยพฤตินัย แต่การที่แกนนำอย่าง คนรักอุดร ถึงขนาดสั่งให้ชาวบ้านรื้อเวที ทำร้ายผู้ชุมนุมจนเลือดตกยางออกเช่นนี้ การจะไปอ้างว่าเพราะพวกเขาเป็น ชาวนาชาวสวน ไม่มีความรู้ไปต่อสู้ จึงต้องใช้กำลังเพราะไม่ชอบใจ ข้ออ้างแบบนี้เหมือนใช้ ประชาชน ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์มาเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ตนเองพ้นผิด และยังแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนให้เกิดการคุกคามประชาชนด้วยกันเอง โดยพยายามอ้างว่า ถิ่นนี้ของข้า คนอื่นอย่าแตะต้อง ขอถามก่อนว่า จังหวัดอุดรธานีแห่งนี้เป็นของ กลุ่มคนรักอุดร ที่โพกผ้าแดงแต่เพียงผู้เดียวหรือ ขวัญชัย ไพรพนา หรือนักการเมือง พรรคพลังประชาชน เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวใช่ไหม ถึงพยายามอ้างความหวงแหนด้วยการ ข่มขู่คุกคาม คนอุดรด้วยกัน ด้วยวิธีป่าเถื่อนเช่นนี้ แล้วการที่แกนนำชมรมคนรักอุดรอ้างแบบน้ำขุ่นๆ ไปว่า ห้ามความรู้สึกประชาชนไม่ได้ การใช้ความรุนแรงถึงขนาดจะฆ่าแกงกันให้ตายไปข้าง โดยที่แกนนำเมินเฉยไม่ห้าม แถมดูจากภาพแล้วจงใจสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง แบบนี้ แกนนำสมควรรับผิดไปเต็มๆ บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ ในอดีตชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจเช่นใด การใช้ประชาชนเพื่อเคลื่อนไหวซึ่งอำนาจดังกล่าว ย่อมทำให้เห็นผลเช่นนั้น เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 เข่นฆ่าประชาชนด้วยความรุนแรงเช่นใด ม็อบเสื้อแดง หรือบางครั้งวนเวียนไปเป็น ม็อบ นปก. ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ถูกปั่นหัวจากผู้มีอิทธิพลทางการเมือง เข่นฆ่าประชาชนได้อย่างไม่รู้จักปราณี นี่คือสัญญาณเริ่มต้น ที่มีแนวโน้มนำไปสู่ สงครามประชาชน ที่หลายคนไม่อยากเห็นจุดจบแบบชนิดที่ว่าไม่น่าจดจำ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||