• kittipat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adtrues@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 2
  • จำนวนผู้ชม : 678
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
kittipat
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทุกความเคลื่อนไหวทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ งานอดิเรก และเหตุการณ์ประจำวันที่น่าสนใจ แบบสบาย ๆ ไม่เคร่งเครียด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kittipat
วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน 2550
ยิงสลุต...การทำความเคารพด้วยเสียงปืน
Posted by kittipat , ผู้อ่าน : 78 , 23:16:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


                หลายท่านอาจจะเคยสงสัยเหมือนผมว่าทำไมการยิงปืนให้เสียงดังถึงได้กลายเป็นสัญญาลักษณ์ของการแสดงออกถึงความเคารพนบนอบไปได้ทั้ง ๆ ที่เวลาที่เสียงปืนดังขึ้นน่าจะทำให้คนได้ยินได้ฟังตกใจเสียมากกว่า  และจริง ๆ แล้วประเพณีการใช้เสียงดังของปืนเพื่อแสดงความเคารพก็ไม่ได้มีแต่เพียงประเทศไทยของเราอย่างเดียว เวลาดูข่าวต่างประทเศเราก็จะเห็นว่าชาติอื่นเมืองอื่นเขาก็ทำเหมือนกัน

             การยิงปืนให้เสียงดังเพื่อแสดงความเคารพหรือที่เรียกกันว่า การยิงสลุตนั้น ตามข้อเขียนของอาจารย์สมบัติ  พลายน้อยและอาจารย์เบญจมาศ  พลอินทร์ จากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติท่านอธิบายไว้ว่าน่าจะมาจากภาษาลาตินว่า Salutio (อ่าน ซัล-ลูท-ติ-โอ ) ที่แปลว่าการทำความเคารพ การโค้งคำนับ  ส่วนมูลเหตุที่ทำให้การยิงสลุตกลายมาเป็นเรื่องของการแสดงออกของการเคารพได้นั้น น่าจะมาจากการที่สมัยโบราณการติดต่อระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้าหรือการไปมาหาสู่กันฉันท์มิตรของผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการเชื่อมสัมพันธไมตรีกันต้องอาศัยการเดินทางโดยเรือเป็นหลัก ไม่ได้มีเครื่องบินเหมือนในปัจจุบัน  แล้วการเดินเรือแต่ละครั้งก็ใช้เวลานาน ต้องผ่านน่านน้ำที่ซุกซุมไปด้วยโจรสลัด และภยันตรายมากมาย การมีปืนใหญ่ไว้ประจำเรือไว้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าถ้าเกิดเหตุถูกปล้นหรือถูกโจมตีก็ยังมีอาวุธไว้ตอบโต้ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเรืออกจากท่าจึงต้องบรรจุกระสุนดินดำเข้าไปในกระบอกของปืนใหญ่เสียก่อน เพราะขั้นตอนในการบรรจุกระสุนปืนใหญ่ในสมัยก่อนใช้เวลามากพอดู  ขั้นตอนไหนทำเผื่อไว้ได้ก่อนก็ต้องทำไว้เพื่อจะได้ย่นระยะเวลาในการบรรจุกระสุนเพื่อตอบโต้ ถ้าหากถูกปล้นหรือถูกโจมตีขึ้นมาจริง ๆ  แต่พอไม่มีสถานการณ์ร้ายแรงอะไรจะต้องใช้ปืนใหญ่และเข้าใกล้ท่าเรือของประเทศหรือรัฐที่จะไปผูกสัมพันธ์ด้วยก็เป็นเรื่องที่ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ  เพราะคงไม่ดีแน่ที่จะไปผูกมิตรเขาทั้ง ๆ ที่บรรจุดินดำไว้ในกระบอกปืนใหญ่เต็มที  เดียวจะพาลทำให้เจ้าบ้านขัดข้องหมองใจเสียเปล่า จึงต้องยิงปืนทิ้งดินดำออกก่อนที่จะเข้าเทียบท่าเรือประเทศที่จะไปผูกมิตรด้วย  และถือเป็นการแสดงออกถึงการเคารพอธิปไตยของชาติอื่นที่เป็นเจ้าถิ่น  ขณะเดียวกันเจ้าถิ่นเองก็จะยิงสลุตตอบรับการมาเยือนเพื่อแสดงการต้อนรับและเคารพตอบด้วยเช่นกัน โดยในสมัยโบราณมีกติกากันว่าเจ้าถิ่นจะยิงสลุตตอบเป็น 3 เท่าที่เรือยิงมา เช่นเรือยิงมา 1 นัดเจ้าถิ่นก็จะยิง 3  นัด  เลยกลายเป็นประเพณีที่ทำต่อเนื่องกันมาแล้วก็วิวัฒนาการมาเป็นการแสดงความเคารพที่ได้รับการยอมรับในสากลประเทศอย่างในปัจจุบันนี้  แม้การเดินทางเยือนระหว่างกันปัจจุบันเครื่องบินจะกลายเป็นพาหนะสำคัญแทนเรือไปแล้วก็ตาม แต่ประเพณีก็ยังปฏิบัติกันอยู่

             ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมสลุตแสดงความเคารพทำไมต้องยิง 21 นัดนั้น  เชื่อว่าน่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอังกฤษที่ถือว่าเป็นมหาอำนาจที่ล่าอนานิคมไปทั่วโลกได้วางกฎเอาไว้ ให้ชาติที่อ่อนแอกว่าทำความเคารพตนก่อน โดยสมัยแรกกำหนดให้ใช้ 7 นัด โดยถือเคล็ดตามคัมภีร์ผู้สร้างโลกใน 7 วัน ดังนั้น เมือเรือยิงให้แก่เจ้าของอ่าวหรือท่าเรือ เป็นจำนวน 7 นัด ทางป้อมที่เป็นชาติเจ้าของอ่าวหรือท่าเรือก็ต้องยิงตอบเป็นจำนวน 3 เท่าคือ 21 นัด ต่อมาก็ได้มีการตกลงกันว่าให้ยิงเท่ากันคือ 21 นัด ถือเป็นการยิงให้แก่ชาติ รวมทั้งพระมหากษัตริย์ด้วย ซึ่งปัจจุบันการยิงในประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ก็ใช้จำนวนนัดในการยิงสลุตต่างๆเป็นจำนวนเท่ากัน นับเป็นพิธีสากล 

            สำหรับประเพณีการยิงสลุตในประเทศไทย มีปรากฏในพงศาวดารว่ารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะเป็นช่วงระยะเวลาที่ไทยเราคบค้าสมาคมกับฝรั่งหลายชาติหลายภาษา จึงรู้ขนบธรรมเนียมของฝรั่ง  ตามจดหมายเหตุของฝรั่งเศสกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2223  เรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ได้เข้ามาในบางกอก และมองซิเออร์คอนูแอล นายเรือได้สอบถามไปทางกรุงศรีอยุธยาว่าจะยิงสลุตให้ชาติไทยเมื่อเรือผ่านป้อมที่บางกอกคือป้อมวิชัยประสิทธิ์จะขัดข้องหรือไหม สมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็รับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม ชาวเตอรกีผู้รักษาป้อม ยอมให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้ และมีเรื่องเล่ากันด้วยว่าธงชาติไทยเริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกที่นี่ เพราะตามธรรมเนียมต้องชักธงชาติขึ้นก่อน ฝรั่งเศสจึงจะยิงสลุตได้ (ป้อมดังกล่าว คือ ป้อมวิชาเยนทร์ที่สร้างขึ้นที่ปากน้ำบางกอกใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2208 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวิชัยประสิทธิ์สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี) และทูตไทยที่ได้รับหน้าที่ในการยิงสลุตเป็นคนแรกเมื่อเดินทางไปฝรั่งเศสคือ ขุนพิชัยวาทิต และขุนพิทักษ์ไมตรี   ต่อมาหลังแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไทยเราไม่นิยมฝรั่งเศส ประเพณีการยิงสลุตจึงหายไป จนมาในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้มีการรื้อฟื้นประเพณีนี้ขึ้นมาอีก เมื่อเซอร์จอนเบาริง เป็นราชทูตมาเมื่อพ.ศ. 2398  ก็มีการขออนุญาตยิงสลุต 21 นัด และพระองค์ท่านก็ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต พร้อมให้มีการยิงตอบด้วยจำนวนเท่ากัน โดยได้มีการออกประกาศให้ประชาชนได้ทราบเพื่อมิให้ตื่นตกใจด้วย เพราะสมัยนั้นเรายังไม่ถือการยิงสลุตเป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติ จนมาในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เราจึงมีหลักเกณฑ์การยิงสลุต ที่เรียกว่า “ข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ. 124” ขึ้น โดยผู้มีหน้าที่ยิงคือ เรือรบหลวง ยิงในทะเล และป้อมยิงสลุตยิงบนบก ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวได้ใช้มาตลอดรัชกาลที่ 5 ต่อมาในรัชกาลที่ 6 ได้ทรงเปลี่ยนแก้ไข โดยทรงตราเป็นพระราชกำหนดเรียกว่า “พระราชกำหนดการยิงสลุต ร.ศ. 131 (พ.ศ.2455) “ การยิงสลุตแบ่งเป็นของหลวง แบบธรรมดา ใช้ยิง 21 นัด แบบพิเศษใช้ยิง 101 นัดในพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งพระราชกำหนดนี้ใช้ตลอดรัชกาลที่ 6 ครั้นรัชกาลที่ 7 มิให้ใช้เพื่อความประหยัด และได้ยกเลิกไปเมื่อพ.ศ. 2483 โดยปัจจุบัน การยิงสลุตใช้ข้อบังคับที่เรียกว่า “ข้อบังคับทหารว่าด้วยการยิงสลุต

           ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตปัจจุบันพอสรุปได้ว่า ถ้าเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินีหรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุตจำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9นัด....และนี่ก็คือความเป็นมาของการแสดงความเคารพด้วยเสียงปืนที่เรียกว่า...ยิงสลุตนั่นเอง

******************************************


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
Phoebus วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 07.16 น.


คุณกิตติพัฒน์อัพบล็อกบ่อย ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
Phoebus วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 07.15 น.


คุณกิตติพัฒน์อัพบล็อกบ่อย ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
cpos วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/cpos

พี่เป็นคนจังหวัด อุตรดิตย์ ใช่หรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ป๊อปบ้าจังเลยอ่ะ วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/popzaaaa
แม้ว่าวันนี้ เธอจะอยู่แสนไกล    แต่ความทรงจำดีๆ นั้นไม่เคยจางหาย   ตราบที่ดาวเต็มฟ้า เธอยังคงวนเวียนในหัวใจ  หลับให้สบาย สักวันคงพบกัน  สุดที่รัก

แวะมาอ่านค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
chaitham วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 12.00 น.
http://www.oknation.net/blog/erp
ChaiTham

แวะมาอ่านและทำความรู้จักครับ

มีเวลาแวะไปอ่านที่บล็อก Change บ้างนะครับ
http://www.oknation.net/blog/change
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30