*/
  • ลุงคิฅ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2012-08-08
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 200397
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
  • โหวต 56 คน
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560
Posted by ลุงคิฅ , ผู้อ่าน : 1646 , 16:27:25 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , PiyaiandNoolek และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

วันที่ 4 ของทริป

วันนี้เราเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม Hotel New Murakoshi ที่ Aomori เพื่อไปพักที่ Naruko onsen จังหวัด Miyagi แต่เราจะแวะเที่ยวที่
หุบผาเกบิเค(Geibikei) กันก่อน

 

จากโรงแรมเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงสถานี Aomori เราขึ้นรถจากสถานี Aomori ไปสถานี Shin-Aomori ใช้เวลาเพี่ยง 5 นาที เพื่อไปขึ้น 
Shinkansen ขบวน Hayabusa 8 ตอน 6.49 ไปลงสถานี Ichinoseki อย่างที่บอกไว้ในรัวิวตอนแรกครับ เราทำการสำรองที่นั่งไว้
ตั้งแต่มาถึง Aomori เพราะ JR Office อยู่ที่สถานี Aomori แต่ที่ Shin-Aomori ไม่มี JR Office ครับ

 

รถ Shinkansen สาย Hayabusa วิ่งระหว่าง Tokyo กับ Aomori เป็นรถที่ต้องสำรองที่นั่งเท่านั้นครับ ไม่มีตู้ non reserved ถ้าไม่สำรอง
ก่อนอาจจะต้องยืนหน้าห้องน้ำกันยาวๆครับ เรามาถึงสถานี Ichinoseki 8.27 แต่ต้องเปลี่ยนไปขึ้นขบวน Local ต้องเอากระเป๋าไปฝาก 
Locker ในสถานีกันก่อน จากนั้นก็ไปต่อรถ JR Ofunato Line ตอน 9.10 เพื่อไปลงสถานี Geibikei

 

ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็มาถึงสถานี Geibikei สังเกตุคนญี่ปุ่นลงกันเกือบหมดขบวนครับ สถานีนี้เป็นสถานีเล็กๆ เล็กมากไม่มีเจ้าหน้าที่
ประจำสถานีครับ ลงจากสถานีเดินเลี้ยวขวาแล้วตรงไปจนถึงทางแยกเลี้ยวขวาอีกที สังเกตุง่ายครับมีป้ายประชาสัมพันธ์ตลอดทาง

 

เลี้ยวขวามาก็จะเห็นท่าเรือและห้องขายตั๋วครับ ค่าเรือคนละ 1600 JPY ซื้อตั๋วเสร็จเดินเข้าด้านในเลยครับจะมีทางลงไปท่าเรือ เค้ามี
พนักงานคอยจัดคิวให้ ก็จะให้ลงจนเต็มทีละลำแล้วออก ลำนึงประมาณ 30 คนได้ แต่ถ้ามากลุ่มใหญ่แล้วคนเกินเค้าจะตัดให้ไปขึ้นอีกลำ
ทั้งกลุ่มครับ ขึ้นไปแล้วก็ต้องถอดรองเท้าไว้หัวเรือ แล้วหยิบเบาะรองนั่งเดินเข้าไปนั่งท้ายเรือให้เต็มก่อน

 

หุบเขาเกบิเค(Geibikei Gorge) เป็นอีกหนึ่งเส้นทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งจังหวัดอิวะเตะ(Iwate) ภูมิภาคโทโฮกุ ความ
งดงามที่ถูกรังสรรค์โดยธรรมชาติผสานรวมกับเรื่องราวและความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ทำให้เกบิเคยังคงเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยว
เดินทางมาเยี่ยมเยียนอยู่ไม่ขาดสาย

 

คำว่า "เกบิ" (Geibi) หมายถึง "จมูกราชสีห์" สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหินผาที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป และหินรูป"เกบิ"นี่เองที่เป็นที่มา
ของชื่อ"เกบิเค"แห่งนี้ เกบิเคขึ้นชื่อในการมาชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี แต่การมาเยี่ยมชมในฤดูอื่นก็ยังให้ทัศนียภาพที่
สวยงามแตกต่างไม่แพ้กัน ขณะล่องเรือนายเรือจะทำหน้าที่บรรยายให้ความรู้เป็นภาษาญี่ปุ่น ถ้าใครฟังญี่ปุ่นไม่ได้ก็สามารถอ่านข้อมูล
ได้จากแผ่นพับภาษาอังกฤษที่ได้มาพร้อมกับตั๋ว

 

หลังจากล่องเรือชมธรรมชาติพร้อมกับให้อาหารนกเป็ดน้ำที่ว่ายไปมาอยู่ตลอดทาง เรือจะจอดที่ฝั่งให้เราเดินเข้าไปเยี่ยมชมบริเวณ
ด้านใน และบริเวณนี้เองที่เราจะเห็น"จมูกราชสีห์"(Lion's Snout) สถาปัตยกรรมอันงดงามจากฝีมือของธรรมชาติที่มาของชื่อ "เกบิเค"
จุดที่น่าสนใจจุดหนึ่งก็คือ ถ้ำบิชาม่อน (Bishamon-cave) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของเทพเจ้าแห่งขุมทรัพทย์ จึงมีการสร้างศาลเจ้าขึ้นมา
ที่บริเวณนี้มองไปที่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจะเห็นรูบนหน้าผาที่ว่ากันว่าใครสามารถโยนก้อนหินเล็กๆที่เรียกว่า  "อุนดามะ"(Undama) 
เข้าไปได้ก็จะได้สมดังอธิษฐาน หินอุนดามะนี้จะสลักคำอธิษฐานที่แตกต่างกันไว้ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะอธิษฐานผิดเพราะเค้ามีภาษาไทย
ให้ด้วยครับ

 

ซื้อมา 10 ลูกปาเข้าแค่ลูกเดียวแถมปาไปก็ไม่ได้ดูว่าลูกที่เข้าเป็นคำอธิษฐานอะไร หันกลับมาอีกทีสมาชิกที่ลงเรือลำเดียวกันมาเค้าเดิน
กลับกันแล้วก็เลยต้องเดินกลับบ้างครับ มาเรือลำไหนก็กลับลำนั้น ขากลับนายเรือซึ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะขับขานเพลงพื้นบ้านดังก้อง
ไปทั้งหุบผา "หมู่เมฆาที่ปกคลุมหัวใจอันหนักอึ้งของฉันถูกปัดเป่าออกไปด้วยนาสิกราชสีห์ มาชื่นชมด้วยตัวของคุณเองที่เมืองเก่า
อิวาเตะ" คือคำแปลจากท่อนหนึ่งของเพลงพื้นบ้านที่จะได้รับฟังขณะล่องเรือออกจากเกบิเค โตรกผาที่ได้รับการแต่งแต้มความมหัศจรรย์
จากสายน้ำและสายลมแห่งนี้ 

 

 

เรากินมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหารแถวๆท่าเรือและมาถึงนี่แล้วเมนูที่ควรลองก็คือเมนูปลา จากนั้นก็กลับไปรอรถไฟที่สถานี Geibikei ซึ่งรถไฟ
สายนี้มาชั่วโมงละคัน ถามาเที่ยวที่นี่กะเวลาดีๆนะครับ เพราะถ้าตกรถแล้วจะกระทบกับแผนทั้งหมด เรากลับรถเที่ยว 13.12 ไปสถานี
Ichinoseki ถึง 13.42 เอากระเป๋าแล้วนั่งรอ Shinkansen Yamabiko 50 ที่จะมาภึงเวลา 14.48 เป็นขบวนถัดไปที่มาถึงเร็วที่สุดแล้ว 
ก็เลยต้องนั้งรอกันอีกชั่วโมงนึง ใช้เวลานั่งรถแค่ 19 นาที ก็มาถึงสถานี Furukawa ซึ่งเราต้องลงเพื่อไปต่อรถสาย JR Rikuu-East Line
ไปลงสถานี Naruko-Onsen

 

รถไฟสาย JR Rikuu-East Line เป็นรถหวานเย็นครับ ไปเรื่อยๆเหมือนรถไฟสาย Ofunato Line ที่เรานั่งไป Geibikei และแน่นอนครับมัน
วิ่งแค่ชั่วโมงละขบวน แถมขบวนนึงก็มีแค่ 2 ตู้ครับ แต่คนก็ไม่มากนักมีที่นั่ง ใช้เวลา 45 นาทีเพื่อไปยัง Naruko-Onsen วิวระหว่างทาง
ได้บรรยากาศชนบทของญี่ปุ่นมากครับ

 


นั่งชมวิวบนรถไฟหวานเย็นนานเกินไปหน่อยก็เลยลงผิดสถานีครับดันไปลงที่ Naruko-Goten-Yu ก่อนถึง Naruko-Onsen หนึ่งสถานี แต่
มันห่างกัน 3 กม. มองป้ายเห็น Naruko ก็โดดลงเลยไม่ทันดูให้ดีแถมลงมาแล้วยังไม่รู้ตัวลากกระเป๋าเข้าไปในหมู่บ้าน ก็เริ่มงงว่ามันไม่
เหมือน Street View ที่ดูมาเลยไปถามร้านค้าถึงรู้ว่าลงผิด งานงอกเลยครับ กลับไปนั่งรอรถไฟขบวนถัดไปอีก 1 ชั่วโมง ถึง Naruko-
Onsen ก็ค่ำเลย เพราะฤดูนี้มืดเร็ว คืนนี้เราพักกันที่ Naruko Kanko Hotel ที่พักรวมอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม 2 มื้อ ขอตัวไปแช่ออนเซ็น
ก่อนครับ พรุ่งนี้ค่อยไปเที่ยว Naruko Gorge กันต่อ

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 28/02/2017 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เที่ยวแบบนี้ชอบเลยครับ
อยากไปล่องเรือหุบเขาเกบิเค สวยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/02/2017 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ภาพงามตามเคยค่ะ ลุงคิต

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน