วันเสาร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2550
ความเคลื่อนไหวชิงเดือด ส.ส.ขอนแก่น
Posted by
Localnews
,
ผู้อ่าน : 780
, 11:37:06 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เลือกตั้ง 50 ขอนแก่น ขอนแก่นเขต 1 วุ่นชิงเดี่ยว เขต 2 ชาติไทยเหิม ประกาศล้มพลังประชาชน เขต 3 เข้มข้นและเขต 4 ชิงดำพี่ชิ่งเดี่ยวหนีเอาตัวรอด ขอนแก่น 24 พ.ย.50 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ขอนแก่นรอบในเขตเมืองหรือเขตเลือกตั้งที่ 1 ( อำเภอเมือง มัญจาคีรี และ บ้านแฮด มีทั้งหมด 641 หน่วยเลือกตั้ง มี 13 พรรค ผู้สมัคร 39 คนได้แก่พรรคประชากรไทย เบอร์ 1 2 3 พรรคพลังประชาชน เบอร์ 4 5 6 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 7 8 9 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เบอร์ 10 11 12 พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 13 14 15 พรรคมัชฌิมาธิปไตย เบอร์ 16 17 18 และพรรคเกษตรกรไทย เบอร์ 19 20 21 พรรคนำวิถี เบอร์ 22 23 24 พรรคประชามติ 25 26 27 พรรคไทยร่ำรวย เบอร์ 28 29 30 พรรคความหวังใหม่ เบอร์ 31 32 33 พรรคไทเป็นไท เบอร์ 34 35 36 และพรรคสยามสันติ เบอร์ 37 38 39 ) เขตนี้ส่วนมากผู้สมัครหาเสียงแบบเป็นพรรค เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน มีนายอัษฎางค์ แสวงการ น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์และ นายอุดมศักดิ์ มาสีพิทักษ์ ออกหาเสียงโดยใช้รถติดป้ายแบบยกทีม และมีการเปิดปราศรัยใหญ่โยนายสุวิทย์ คุณกิตติที่ปลุกกระแสคนขอนแก่น เลือกหัวหน้าพรรคคนขอนแก่นและยกทีมทั้งจังหวัด พร้อมประกาศเป็นนายก คนอีสาน โดยมีคู่แข่งอย่างพรรคพลังประชาชน นำโดย นายภูมิ สาระผล นายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ และนายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร ที่เกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ พรรคมัชฌิมาธิปไตย นำโดย พล.ต.ต.ไพฑูรย์ เชิดมณี นายเกริกฤทธิ์ แจ้งพรมมา และ นายไทกร พลสุวรรณ ประกอบกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำทีมโดย น.พ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ พ.อ.(พิเศษ)ชาตรี ไกรพีรพรรณ พ.ต.ท.ประวัติ วิเชษฎฐพงษ์ ส่วนพรรคการเมืองอื่นยังไม่มีการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามเขตนี้ เป็นเขตชุมชนเมือง มีโรงงานอุตสาหกรรมมาก การหาเสียงค่อนข้างยากลำบากและมีการจราจรคับคั่งที่ติดขัด จะมีเพียงอำเภอมัญจาคีรีและอำเภอบ้านแฮดที่เป็นเขตหมู่บ้าน แต่ชาวบ้านไม่ค่อยสนใจเพราะอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวข้าว เขต 2 ขอนแก่นเข้ม ต่างชิงเดี่ยวหาเสียง พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัด ( อำเภอบ้านไผ่ หนองสองห้อง พล ชนบท เปือยน้อย แวงใหญ่ แวงน้อย โคกโพธิ์ไชย โนนศิลา มี 752 หน่วยเลือกตั้งมี ส.ส.ได้ 3 คน โดยเป็นเขตที่ต่อสู้กันรุนแรงที่สุดมีพรรคการเมือง ส่งลูกทีมลงถึง 12 พรรคการเมือง จำนวนผู้สมัคร 36 คน คือ พรรคชาติไทย เบอร์ 1 2 3 พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 4 5 6 พรรคกสิกรไทย เบอร์ 7 8 9 พรรคมัชฌิมาธิปไตย เบอร์ 10 11 12 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เบอร์ 13 14 15 พรรคพลังประชาชน เบอร์ 16 17 18 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 19 20 21 และพรรคประชามติ เบอร์ 22 23 24 พรรคไทยร่ำรวย เบอร์ 25 26 27 พรรคประชากรไทย เบอร์ 28 29 30 พรรคสยามสันติ เบอร์ 31 32 33 และพรรคไทยเป๋นไทย เบอร์ 34 35 36 ) แต่ที่เคลื่อนไหว ได้แก่ พรรคพลังประชาชน นำโดย นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช นางดวงแข อรรณนพพร โดยมีนายพงศกร อรรณนพพร (อดีต ส.ส.ไทยรักไทย) และนางรัตนาภรณ์ สมบูรณ์ (อดีต ส.ว.) ที่ถูกวางตัวลงระบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน ในเกลุ่มจังหวัดที่ 2 และมีนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช เป็นคณะทำงานที่ช่วยกันรณรงค์หาเสียง โดย นำขบวนรถยนต์ติดป้ายโฆษณา จำนวน 35 คัน ออกจากศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชาชน ถนนมิตรภาพอำเภอบ้านไผ่ เข้าไปยังเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ และเขตเทศบาลทั้ง 9 อำเภอในเขตเลือกตั้ง โดยมีผู้สมัคร 3 คนยืนโบกมือทักทายประชาชนตลอดเส้นทาง และมีการเปิดสปอร์ตปลุกกระแสและรณรงค์ให้มีการเลือกตั้งโดยไม่มีการเปิดเวทีปราศรัยแต่ประการใด
เมื่อวานนี้ (23 พ.ย.2550 ) ที่สนามหน้าวัดจันทรประสิทธิ์อำเภอบ้านไผ่ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค พร้อมทีมงาได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ขอนแก่นเขต 2 โดยมีประชาชนในเขตพื้ยที่เข้ารับฟังประมาณ 2,000 คน หมอเปรมฉะดุเด็ดเผ็ดเหมือนเดิม ทั้งนี้พรรคชาติไทยต้องกหารทวงตำแหน่งของ น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่เป็นแกนนำ ใช้วิธีหาเสียงแบบใช้รถโฆษณาไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ และที่มาแปลกกว่านั้น น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ได้อาศัยเกาะกลุ่มกองคาราวานสินค้าราคาถูกที่เคลื่อนไปตามที่ต่าง ๆ แล้วเปิดไฮปาร์คเสนอนโยบายให้กับประชาชนที่เดินทางไปมาจับจ่ายสินค้าฟัง โดย เสนอทางเลือกที่เป็นจุดยืนไม่สนับสนุนพรรคที่เป็นฝ่ายตรงข้ามแบบสุดขั้วการเมือง พร้อมใช้สไตล์หาเสียงที่รุนแรงฉะฉานต่อผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น แต่หมอเปรมก็ยังขอคะแนนสงสารเพื่อที่จะกลับมาทวงตำแหน่ง ส.ส.โดยหมอเปรมเป็นอดีต ส.ส.พรรคความหวังใหม่ ส่วนนายบรรหาร หัวหน้าพรรคก็ปราศรัย ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพียงแต่ออกกั๊กไว้ ไม่มีอะไรตื่นเต้น เนื่องจากนโยบายพรรคการเมืองจะคล้าย ๆ กันทุกพรรค ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินมีนายศุภสิทธิ์ เตชะตานนท์ อดีต ส.ส. พรรคชาติไทย โดยนายศุภสิทธิ์มีความมั่นใจว่า จะได้รับความไว้วางใจจากชาวขอนแก่นเขต 2 กลับมาเป็น ส.ส.อีกสมัย และพรรคเพื่อแผ่นดินประกาศยึดพื้นที่เขตนี้ใครแตะไม่ได้ ในขณะที่ พรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่นำโดยนายคงฤทธิ์ อัศวพัฒนากูล ทั้งนี้นายคงฤทธิ์มั่นใจว่าจะได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.ถึงขนาดลาออก จาก ส.อบจ.ขอนแก่นมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้เกิดการแข่งขันกันมากกว่าทุกเขตของจังหวัดขอนแก่นและไม่มีพรรคการเมืองใดยกทีม เพราะผู้สมัครย่อมใช้ความสามารถส่วนตัวเพื่อแย่งเข้าป้ายแบบสูสีทุกหน่วยเลือกตั้ง
เขต 2 ผู้สมัครดิ้นหาเสียงชิงเดี่ยว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สมัครที่ติดเบอร์หาเสียงเดี่ยว ๆ เพื่อเอาตัวรอด โดยติดสติ๊กเกอร์ที่รถยนต์และป้ายโฆษณาของตนเอง เช่น นายคงฤทธิ์ อัศวพัฒนากูล เบอร์ 10 พรรคมัชฌิมาธิปไตย นางดวงแข อรรณนพพร เบอร์ 18 พรรคพลังประชาชน นาย ณ ตะวัน พรมหา ผู้สมัคร เบอร์ 12 พรรคมัชฌิมาธิปไตย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เบอร์ 17 พรรคพลังประชาชน และ นายศุภสิทธิ์ เตชะตานนท์ เบอร์ 4 พรรคเพื่อแผ่นดิน เขต 3 หาเสียงกร่อยสุดหงอยเพื่อแผ่นดินมาแรง ส่วนพื้นที่รอบนอกโซนเหนือหรือเขต 3 ( อำเภอน้ำพอง อุบลรัตน์ เขาสวนกวาง กระนวน บ้านฝาง หนองเรือ พระยืน ซำสูง มี 729 หน่วยเลือกตั้งมี ส.ส. 3 คน มี 13 พรรคการเมืองที่สู้กันโดยพรรคเพื่อแผ่นดินได้ เบอร์ 1 2 3 พรรคชาติสามัคคี เบอร์ 4 5 6 พรรคมัชฌิมาธิปไตย เบอร์ 7 8 9 พรรคพลังประชาชน เบอร์ 10 11 12 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เบอร์ 13 14 15 พรรคความหวังใหม่ เบอร์ 16 17 18 และพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 19 20 21 พรรคพลังแผนดินไทย เบอร์ 22 23 24 พรรคประชามติ เบอร์ 25 26 27 พรรคประชากรไทย เบอร์ 28 29 30 พรรคไทยเป็นไทย 31 32 33 พรรคไทยร่ำรวย เบอร์ 34 35 36 พรรคสยามสันติ เบอร์ 37 38 39 ) พรรคเพื่อแผ่นดิน ประกาศยึดเขตนี้ นำโดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค นางมุกดา พงษ์สมบัติ นางประทุมรัตน์ คุณเงิน โดยประกาศหาเสียงแบบเป็นกลุ่มยกทีม ในขณะพรรคพลังประชาชน มี นายจตุพร เจริญเชื้อ นายนวัธ เตาะเจริญสุข และนายปัญญา ศรีปัญญา ดูเงียบเป็นการผิดปกติเช่นเดียวกับผู้สมัครจาก พรรคมัชฌิมาธิปไตย และ พรรคประชาธิปัตย์ ยังเคลื่อนไหวแบบเงียบ ๆ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามกลุ่มผู้สมัครพรรคการเมืองบอกว่า การหาเสียงไม่คึกคัก เพราะปิดแผ่นใบปลิวไม่ได้ ติดตั้งป้ายหาเสียงก็ไม่ได้ สถานที่ที่ทาง อบต.หรือทางส่วนราชการเตรียมไว้ ก็ไม่เพียงพอ ทำให้ดูไม่คึกคักและช่วงนี้ปล่อยให้พรรคเพื่อแผ่นดินหาเสียงไปก่อน สุดท้ายอาจมีการล้มช้างเกิดขึ้น เขต 4 คึกคักมีช้างล้ม เมื่อหันมาดูความเคลื่อนไหวเขต 4 ขอนแก่น ( อำเภอชุมแพ สีชมพู ภูผาม่าน ภูเวียง เวียง เก่า หนองนาคำ มี 517 หน่วยเลือกตั้ง มี ส.ส.ได้ 2 คน สู้กันเพียง 13 พรรคการเมืองคือ พรรคพลังประชาชน เบอร์ 1 2 พรรคประชากรไทย เบอร์ 3 4 พรรคชาติไทย เบอร์ 5 6 พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 7 8 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เบอร์ 9 10 และพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 11 12 พรรคเกษตรกรไทย เบอร์ 13 14 พรรคมัชฌิมาธิปไตย เบอร์ 15 16 พรรคความหวังใหม่ เบอร์ 17 18 พรรคประชามติ เบอร์ 19 20 พรรคไทยร่ำรวย เบอร์ 21 22 พรรค ประชาราช เบอร์ 23 24 และพรรค ไทเป็นไท เบอร์ 25 26 ) เขตนี้พรรคการเมืองคู่แข่งสำคัญของพลังประชาชน ปลุกกระแสเปลี่ยนแปลงนักการเมือง ทำให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ จากพรรคพลังประชาชนดิ้นหนีอย่างสุดขีดแบบเผลอไม่ได้ เพราะผู้สมัครจากพรรคชาติไทย คือนายสุเทพ ดีบุญมี ณ ชุมแพ พร้อมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ส่งนางศรีนวล ศรีตรัย มาทวงแชมป์ยิ่งเพิ่มดีกรีเข้มขึ้นไปอีก และเมื่อพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ส่ง พ.ต.อ.อุดร ชาญนุวงศ์ อดีต ส.ว.ขอนแก่น ลงมาชิงดำ ทำให้เขตเลือกตั้งที่ 4 มีความเข้มข้นไม่แตกต่างจากเขตเลือกตั้งที่ 2 และมีการคาดหมายกันว่าท้ายที่สุดก็ตัวใครตัวมัน มีผู้สมัครเริ่มหาเสียงแบบเอาตัวรอดแล้ว ความคืบหน้าจะรายงานอีกครั้ง
|