พิมพ์หน้านี้
|
โรคเบาหวาน เบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลกับกลโคสในเลือดในคนปกติ เกิดจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนนี้ เป็นตัวทำให้น้ำตาลกลูโคสจากเลือดสามารถเข้าสู่เซลล์ของร่างกายได้เพื่อนำไปใช้ให้เกิดพลังงาน การขาดฮอร์ โมนอินซูลินทำให้มีน้ำตาลกลูโคสค้างอยู่ในกระแสเลือดมาก ร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอาหารได้อย่าง เต็มที่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน พบโรคเบาหวานในคนทั่วไปประมาณ 2% เกิดได้ทุกเพศทุกวัย แต่เป็มากในช่วงอายุ 30-60 ปี โดยเฉพาะคนอ้วน หรือหญิงที่มี บุตรมาก ถ้าพบในเด็กหรือวัยรุ่นมักเกิดอาการรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่ได้ ต้องรักษาโดยการฉีดอินซูลินและ - ควบคุมอาหาร นอกจากนี้ยังอาจเกิดเนื่องจากความสูงอายุทำให้ตับอ่อนเสื่อมสภาพ การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น คางทูม หัดเยอรมัน หรือตับอ่อน อักเสบ หรืออุบัติเหตุ การผ่าตัด รวมไปถึงการตั้งครรภ์ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน อาการของโรคเบาหวาน อาการที่สำคัญที่พบบ่อย ถ่ายปัสสาวะบ่อย สังเกตว่าปัสสาวะมีมดขึ้น คอแห้ง กระหายน้ำ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หิวบ่อย รับประทานจุ คันตามตัว เป็นฝีบ่อย เป็นแผลหายยาก ตกขาวและคันในผู้หญิง ชาตามปลายมือ ปลายเท้า ความรู้สึกทางเพสลดลง เบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เบาหวานรักษาไม่ได้แต่สามารถควบคุมได้ โดยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงคนทั่วไป คือถ้าตรวจก่อนรับประทานอาหาร ควรมีระดับน้ำตาลประมาณ 70-120 มิลลิกรัม/เดซิลิตร การควบคุมระดับมนเลือดให้ใกล้เคียงคนทั่วไป มีควรสำคัญอย่างมากที่จะช่วย ลดความรุนแรงของดรคแทรกซ้อน ข้อควรปฏิบัติสำหรับคนไข้เบาหวาน ควบคุมอาหาร พยายามลดน้ำหนัก (ถ้าอ้วน) ควบคุมอาหารพวกแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว ข้าวเหนียว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว เผือก มัน น้ำผึ้ง ของหวาน ผลไม้หวาน และลดอาหารไขมัน เช่น อาหารใส่กะทิ อาหารทอด อาหารมัน ๆ เช่น ขาหมู ควรทานผัก ผลไม้ไม่หวาน จัดและอาหารจำพวกโปรตีน เช่น เนื้อ นม ถั่วมาก ๆ การออกกำลังกาย นอกจากทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ เพื่อแนะนำการ ออกกำลังกายที่เหมาะสม ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เบาหวาน หากรักษาจริงจังสามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติได้ แต่หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงนาน ๆ จะทำให้เกิดโรคแทรก ซ้อน เช่น ภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาท ทำให้ปลายประสาทเสื่อม สูญเสียการรับรู้ มีอาการชาตามส่วนปลายแขน ขา ผู้ป่วยเบาหวานจึงเกิดแผลง่าย จะต้องรักษาผิวหนังให้ สะอาด โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้า ภาวะหลอดเลือดแดงเสื่อม ระดับน้ำตาลที่สูงทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้น การไหลเวียนโลหิตไม่ดีและเกิดหลอดเลือดตีบตัน มักเกิดกับเส้นเลือดฝอย บริเวณปลายเท้า ทำให้บริเวณปลายเท้าขาดเลือดไปเลี้ยง เน่าดำ บางรายเกิดที่สมองทำให้เป็นอัมพาต เกิดที่หัวใจทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยง เบาหวานขึ้นตา ผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราเสี่ยงของการตาบอดได้มากกว่าคนธรรมดาถึง 20 เท่า เบาหวานขึ้นตาเป็นโรคที่จอประสาทภายในลูกตา ไม่ สามารถตรวจพบด้วยตาเปล่า ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน อาจจะเป็นมานานแล้วหรือเริ่มเป็น ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อวัดสายตา ตรวจจอประสาทตาตั้งแต่ทราบว่าเป็นเบาหวาน เพราะเบาหวานขึ้นตาในระยะเริ่มแรกยังไม่มีอาการอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเพื่อหาทาง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรค |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||