พิมพ์หน้านี้
|
ระบบน้ำเหลือง คนทั่วไปมักจะคุ้นกับคำว่าระบบประสาท ระบบเลือด ระบบทางเดินอาหาร ส่วนคำว่า "น้ำเหลือง" มีพบ ที่แผลเน่าหรือคนตายไปแล้ว ร่างกายมนุษย์จะมีทั้งน้ำเหลืองมี 2 ส่วน คือ ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมักจะอยู่เป็นกลุ่มๆ ตามคอ รักแร้ ขาหนีบ ปกติ ปกติจะมีรูปร่างคล้ายเม็ดถั่วและคลำไม่พบ ระหว่างต่อมน้ำเหลือง จะมีหลอดน้ำเหลือง เป็นเส้นเล็กๆ เล็กกว่าหลอดเลือด โยงถึง กันเป็นต่าข่ายทั่วร่างกาย ระบบน้ำเหลือง ทำหน้าที่ป้องกันมิให้ติเชื้อโรคหรือทำหน้าที่ควบคุม "ระบบภูมิคุ้มกัน" ของร่างกาย โดยจะดักและกรองเฃื้อโรค และแยกออกไปจากร่างกาย ถ้ามีเชื้อเต็มต่อมน้ำเหลืองจะอักเสบ บวมตัว คลำพบได้ มักไม่เกิน 2 ช.ม. และมักจะเจ็บ บางครั้ง เรียกว่า "ต่อมลูกหนูโต" มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ มะเร้งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจกินส์ และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ไม่ใช่ชนิดโรคฮอดจกินส์ นายแพทย์โธมัส ฮอดจกินส์ ผู้พบโรคนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2375 การแบ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ จะมีการดำเนินโรค ความรุนแรง และมีการรักษาแตกต่างกัน แบ่งเป็นเกรดสูงตามความรุนแรง ชาวไทยจะพบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 8 - 9 หรือประมาณร้อยละ 4 - 5 ของมะเร็งทั้งหมด สาเหตุและเหตุส่วเสริม มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้มากกว่าปกติ เช่น มีการติเชื้อไวรัสชนิด อี.บี. ผู้มีภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องโดยธรรมชาติ ผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ อาจเกิดได้บ่อยในบางครอบครัว หรือมนุษย์บางเผ่า อาการและอาการแสดง เมื่อโรคยังน้อย จะคลำต่อมน้ำเหลืองได้ขนาดเล็กๆ ไม่เจ็บ (ลูกหนูโต) มักคลำพบบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ ก้อนไม่เจ็บ ก้อนจะค่อยๆ โตเป็นกลุ่ม จะมีขนาดใหญ่ อาจเท่าผลส้มโอก็ได้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา เมื่อโรคเป็นมาก จะกระจายไปทั่วร่างกาย มีไข้ เหงื่อออกเวลากลางคืน และน้ำหนักตัวลด อาจมีปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน และติดเชื้อได้ง่าย อาหารเหล่านี้อาจจะไม่ใช่มะเร็งก็ได้ อาจจากการติดเชื้อไข้หวัดฯลฯ แต่ถ้าอาการเหล่านี้ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์ การวินิจฉัย แพทย์จะซักถามประวัติการเจ็บป่วย ลักษณะการโตของต่อมน้ำเหลือง ตรวจร่างกายโดยการคลำต่อมน้ำเหลืองทั้งตัว ตัดเอาต่อมน้ำเหลืองที่โตไปตรวจทางพยาธิวิทยา จะเป็นการวินิจฉัยโรคที่แน่นอน และบอกชนิดได้ด้วย เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้แล้ว ต้องมีการตรวจพิเศษอื่นๆ เพื่อทราบระยะของโรค (นอกเหนือไปจากการถ่าย เอ็กซเรย์ปอด ตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ) ได้แก่ การตรวจโดยคอมพิวเตอร์ (ซี.ที.) เพื่อดูต่อมน้ำเหลืองในช่องอก ช่องท้อง การสแกนกระดูก ตับ ม้าม บางรายอาจต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องลงไปดู ระยะโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งเป็น 4 ระยะ เหมือนมะเร็งอวัยวะอื่นๆ ต้องทราบว่ามีต่อมน้ำเหลืองโตที่ไหนบ้าง? อยู่เหนือหรือใต้กระบังลม (กระบังลม เป็นแผ่นกล้าเนื้อบางๆ กั้นแบ่งระหว่างช่องอก แงะช่องท้อง อยู่ใต้ปอดและหัวใจ และเคลื่อนไหวตามการหายใจ) ระยะที่ 1 : โรคที่อยู่ในต่อมน้ำเหลืองต่อมเดียว หรือหลสยต่อมแต่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น เฉพาะที่คอ รักแร้ ฯลฯ ระยะที่ 2 : โรคที่เป็นมากกว่า 1 ต่อม หรือ 1 กลุ่ม แต่ยังอยู่ข้างเดียวกัน ของกระบังลมทั้งคู่ เป็นต้น ระยะที่ 3 : พบทั้งโรคเหนือและใต้กระบังลม เช่น มีโรคที่รักแร้ และขาหนีบ เป็นต้น ระยะที่ 4 : โรคกระจายออกนอกระบบน้ำเหลือง เช่น มีโรคที่ผิวหนัง ตับ ม้าม ปอด กระดูก เป็นต้น โรคแต่ละระยะยังเป็น ระยะ A และระยะ B ระยะที่ A : ผู้ป่วยไม่มีอาการกระจายของโรค คือไม่มีไข้ ไม่มีเหงื่อออกเวลากลางคืน ไม่มีน้ำหนักตัวลดลง ระยะที่ B : จะมีอาหารเหล่านี้ โรคระยะนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างเต้มที่ เพราะโรคกระจายไปไกลแล้ว การรักษา การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองต่อมน้ำเหลืองมีหลายวิธี แพทย์จะใช้วิธีใดนั้นต้องพิจารณาถึง เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดใด ? มีเกรดความรุนแรงแค่ไหน ? โรคโตช้าหรือเร็ว ? โรคเป็นระยะใด ? อายุและสุขภาพของผู้ป่วยเป็นอย่างไร ? บางชนิดมีเกรดต่ำ โตช้า ไม่ค่อยทำให้เกิดอาการ แพทย์จะยังไม่รักษา แต่จะเฝ้าดูอาการก่อนจนกว่าจะเกิดอาการขึ้นก็ได้ บางขนิดมีเกรดปานกลางหรือเกรดสูง มักจะใช้ยารักษาโรคมะเร็งร่วมกับการฉายรังสี บางครั้งจำเป็นจะต้องผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งก้อนใหญ่ออกไปก่อน การรักษาพอจะสรุปวิธีการรักษาได้ดังนี้ การผ่าตัด ส่วนใหญ่เพื่อตัดเอาก้อนมะเร็งไปตรวจทางพยาธิวิทยาเท่านั้น หรือเพื่อตัดเอาก้อนที่โตมากออกไปก่อนการใช้วิธี อื่นรักษา ไม่ถือเป็นการรักษาหลัก การใช้ยารักษามะเร็ง หรือ เคมีบำบัด เป็นการรักษาหลักของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพราะดรคมักจะลุกลามไปทั่วร่าง กายโดยเฉพาะไขกระดูก มักใช้ยา 3 - 4 ชนิดร่วมกัน ให้ทุกๆ 3 - 4 สัปดาห์ บางชนิดใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ การฉายรังสี เป็นการรักษาเฉพาะที่ที่ได้ผลดีมาก แต่เหมาะสำหรับโรคที่ยังน้อย เช่น โรคระยะ 1 หรือในกรณีที่ให้เคมี บำบัดแล้ว ก้อนยุบไม่หมด จึงฉายรังสีด้วย และก้อนมักจะยุบหมด ชีวบำบัด เป็นการรักษาวิธีใหม่ที่ใช้สารจากธรรมชาติมากระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำลายเซลล์มะเร็งได้ดี ขึ้น เช่น การใช้สารโมโนโคลนัลแอนติบอดี้ย์ ซึ่งในประเทศไทยมีจำหน่ายแล้ว มีชื่อทางการค้าว่า "แมพเธอร์รา" ใช้รักษามะเร็งต่อม น้ำเหลืองที่ไม่ใช่ฮอดจกินส์ และเกรดต่ำ และอีกชนิดหนึ่งคาดว่าจะมีวางจำหน่ายๆเร็วๆนี้ คือ เบ็กซ่า หรือ อองโคลิมฟ์ องค์กการอาหารและยาของสหรัฐเพิ่งประกาศรับรองว่า "อินเตอร์เฟอรอน" ใช้รักษามะเร้งต่อมน้ำเหลืองได้ผลดี เมื่อปี พ.ศ. 2540 นี้เอง ยาตัวนี้มีจำหน่ายในประเทศไทยหลายปีมาแล้ว ผลข้างเคียงการรักษา อย่าลืมว่าการรักษาโรคทุกชนิด ไม่ว่าวิธีใดก็ตาม มักจะมีผลข้างเคียง แต่เพื่อให้โรคหายและรอดชีวิต ตัวผู้ป่วยและญาติจึง ไม่ควรวิตก เพราะผลข้างเคียงที่เกิดมีกจะเกิดชั่วคราว และไม่เป็นอันตราย ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ระหว่างได้รับเคมีบำบัด อาจมีคลื่นไส้ เบื่ออาหาร เจ็บปาก ผมร่วง และการติดเชื้อ ระหว่างการฉายรังสีอาจมีอาการอ่อน - เพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ อาการเหล่านี้ผู้ป่วยแต่ละคนจะต่างกัน บางคนมีอาการมาก บางคนอาจจะน้อย บางคนอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ ขอขอบพระคุณ ศาตราจารย์นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล กรมเลขานุการ มูลนิธิผู้ป่วยมะเร็งโรงพยาบาลศิริรชและคณะแพทย์ศาตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาวิทยาลัยมหิดล |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||