พิมพ์หน้านี้
|
โรคเบาหวาน พบได้ประมาณร้อยละ 3.5 ของคนทั่วไป พบได้ทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบมากในคนอายุมากกว่า 40 ปีขี้นไป1 สาเหตุ
ยาที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน เป็นยาที่ใช้เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ตามวิธีการบริหารยา คือ ยารักษาโรคเบาหวานชนิดรับประทาน และยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีด (สรุปไว้ในตารางที่ 1 และ 2) 1. ยารักษาโรคเบาหวานชนิดรับประทาน ใช้ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ตามกลไกการออกฤทธิ์ คือ 1. กลุ่มที่เพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน (insulin secretagogue) แบ่งเป็น 1.1 กลุ่ม Sulfonylurea ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน โดยการจับกับตัวรับที่เบตาเซลล์ของตับอ่อนทำให้ adenosine triphosphate-dependent K+ channel ปิด ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ glipizide, gliclazide, gliquidone, glimepiride และ glibenclamide 1.2 กลุ่ม Non-sulfonylurea ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน โดยการจับกับตัวรับคนละที่กับ sulfonylurea ที่เบตาเซลล์ของตับอ่อน ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ repaglinide 2. กลุ่มที่ลดการดื้อต่ออินซูลิน (insulin sensitizer) แบ่งเป็น 2.1 กลุ่ม Biguanide มียาเพียงตัวเดียวคือ metformin ออกฤทธิ์โดยการลดการดื้อต่ออินซูลินทำให้เพิ่มการนำกลูโคสไปใช้ โดยเซลล์กล้ามเนื้อลาย และลดการสร้างกลูโคสจากตับ 2.2 กลุ่ม Thiazolidinediones ได้แก่ rosiglitazone, pioglitazone ออกฤทธิ์โดยการลดการดื้อต่ออินซูลิน 3. กลุ่มที่ยับยั้งเอนไซม์ alpha-glucosidase (alpha-glucosidase inhibitor) ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ acarbose, voglibose ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ให้เ ล็กลง ทำให้ชะลอการดูดซึมของน้ำตาล2 2. ยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีด ยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีดที่มีใช้กันอยู่ คือ อินซูลิน โดยที่อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากเบตาเซลล์ของตับอ่อนจากกา รกระตุ้นโดยกลูโคส กรดอะมิโน กรดไขมัน gastric hormones โดยมีหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. อินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็ว (rapid-acting insulin) ได้แก่ Lispro เป็นอินซูลินที่สามารถออกฤทธิ์ได้เร็ว คือ 15-30 นาที มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 30-90 นาที และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 30-90 นาที ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการออกฤทธิ์ของอินซูลินที่สร้างในร่างกา ย Aspart เป็นอินซูลินที่สามารถดูดซึมได้เร็ว และมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์สั้น จึงสามารถลดอุบัติการณ์ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ 2. อินซูลินที่ออกฤทธิ์สั้น (short-acting insulin) ได้แก่ Regular insulin (RI) เป็นอินซูลินที่มีระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ 30-60 นาที มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 2-4 ชั่วโมง และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 4-6 ชั่วโมง 3. อินซูลินที่ออกฤทธิ์ปานกลาง (intermediate-acting insulin) ได้แก่ Protamine stabilized insulin (NPH) และ Lente เป็นอินซูลินที่มีระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ 2 ชั่วโมง มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 4-10 ชั่วโมง และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 10-16 ชั่วโมง 4. อินซูลินที่ออกฤทธิ์นาน (long-acting insulin) ได้แก่ Glargine เป็นอินซูลินที่มีระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ 5-6 ชั่วโมง มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 24 ชั่วโมง และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 24 ชั่วโมง3 การปรับขนาดยาอินซูลิน ผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินควรมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ได้ข้อมูลในการปรับขนาดยา3 การเก็บอินซูลิน อินซูลินสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 เดือน เมื่อเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส โดยไม่ถูกแสงแดดและต้องไม่อยู่ในช่องแช่แข็ง3 |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||