ยินดีต้อนรับสู่โลกใบเล็กของฉัน :)
รักฟ้า รักดาว รักภูเขา รักน้ำตก...หลงใหลโปสการ์ด...โปรดปราณ "มิตรภาพ"
Permalink : http://www.oknation.net/blog/klinfa
วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557
Posted by กลิ่นฟ้า-ไอดาว , ผู้อ่าน : 3417 , 13:44:54 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน อะหนึ่ง , ลุงชาติ และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

"นั่งสามล้อ ผ่อเฮือนเก่า เล่าขานตำนานเมืองแป้"

          แม้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าจังหวัดหรือเมืองแพร่สร้างขึ้นมาเมื่อใด หากแต่หลายสถานที่สำคัญในเมืองแพร่ล้วนชี้ให้เห็นได้ชัดว่าเมืองล้านนาแห่งนี้ก็มีความเก่าแก่ไม่แพ้เมืองล้านนาในกลุ่มเดียวกันเลย ทั้งยังพร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบการค้นหาอดีตด้วยวิถีการเดินทางแบบ Slow Life

          ปัจจุบันที่นี่มีวิธีพาคุณไปสัมผัสกับอดีตโดยใช้อดีตพาไปก็ว่าได้กับกิจกรรม  "นั่งสามล้อ ผ่อเฮือนเก่า เล่าขานตำนานเมืองแป้" ซึ่งเป็นโครงการที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดแพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนจับมือกันสร้างโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด 7 Greens ซึ่งนอกจากจะได้ท่องเที่ยวกันแบบเนิบช้า สบายๆ แล้ว ยังได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ของเมืองแพร่จากสารถีเจ้าของชุมชนตัวจริงอีกด้วย

โดยกิจกรรมนั่งสามล้อฯ แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง คือ

เส้นทางที่ 1 : ผ่อเฮือนโบราณ ในตำนานเมืองแป้  จะเริ่มจาก คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ - ศาลหลักเมือง - บ้านวงศ์บุรี - บ้านวิชัยราชา - บ้านหนานไชยวงศ์ - ประตูชัย - วัดพระบาทมิ่งเมือง – วงเวียนพรหมวิหารสี่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง อัตราค่าบริการรอบละ 250 บาท ต่อคนต่อคัน และ

เส้นทางที่ 2 : ผ่อกำแพงเมืองเก่า เล่าขานประวัติศาสตร์  เริ่มจาก คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ - วงเวียนพรหมวิหารสี่ - ศาลากลาง - กำแพงเมือง (ประตูใหม่) - วัดสระบ่อแก้ว - ผ่านบ้านหลวงศรีนครานุกูล - ผ่านวัดศรีบุญเรือง - พิพิธภัณฑ์ไม้สัก หรือ พิพิธภัณฑ์การป่าไม้ศูนย์ฝึกอบรมที่ 1 (แพร่) - บ้านวงศ์บุรี วัดหลวง - ผ่านหลังคุ้มเจ้าหลวง - กำแพงเดิม - วงเวียนพรหมวิหารสี่ – ศาลหลักเมือง เส้นทางนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง อัตราค่าบริการรอบละ 300 บาท ต่อคนต่อคัน

           ผู้เขียนเลือกใช้เส้นทางที่ 1 ถึงแม้อยากจะใช้ชีวิตเนิบช้าแค่ไหน ทริปนี้กลับมีเวลาน้อยนิดจึงต้องเน้นไปที่เฮือนเก่า 3 หลังที่สำคัญ โดยเริ่มออกตัวจากโรงแรมที่พักบนถนนศศิบุตร การเริ่มวันใหม่ยามเช้าอะไรจะดีไปกว่าการได้สัมผัสความสงบเงียบ และไม่รีบเร่งของเมืองน่ารักแห่งนี้ "แต่ก่อนมี 300 กว่าคัน เดี๋ยวนี้เหลือ 40 - 50 คัน เพราะบางคนก็ล้มหายตายจากไป คนรุ่นใหม่ๆ เขาก็ไม่ปั่นกันแล้ว"  บทสนทนาสั้นๆ จากชายสูงวัยบนอาน ในเส้นทางเที่ยวชมเฮือนเก่า ยิ่งสะท้อนให้เห็นคุณค่าของอดีตได้อย่างแท้จริง เพียงไม่กี่อึดใจสารถีสามล้อก็พาผู้เขียนมาหยุดอยู่ที่

           ศาลหลักเมือง

ตั้งอยู่บนถนนคุ้มเดิม ย่านเกลางเมือง เยื้องกับจวนผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เป็นหลักใหม่ที่สร้างตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย ปี 2535 ตั้งอยู่คู่กับหลักศิลาจารึกเก่าที่กล่าวถึงการสร้างวัดศรีบุญเริงในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่ปัจจุบันไม่มีวัดนี้อยู่แล้ว กราบสักการะขอพรเรียบร้อย หน้าศาลหลักเมืองนี้เพียงยืนหันหน้าไปอีกฝั่งถนนก็จะเห็นเฮือนเก่าหลังแรกที่จะเข้าไปชมแล้ว นั่นคือ

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ อยู่ฝั่งตรงข้ามถัดจากศาลหลักเมืองมาเล็กน้อย ด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในปัจจุบัน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2435 โดยเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย แม้จะผ่านมาร่วม 122 ปี แล้ว ทว่าอาคารสีขาวแห่งนี้ยังคงสง่า ดูน่าเกรงขามไม่น้อย 

.

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวอาคารก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้ง 2 ชั้น ไม่มีการฝังเสาเข็ม แต่ใช้ไม้ซุงรองรับฐานเสาทั้งหลัง มีประตู หน้าต่าง มากถึง 72 บาน งดงามด้วยไม้แกะฉลุรอบตัวอาคาร ปั้นลม และชายคาน้ำ และได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ

.

.

.

ที่สำคัญเมื่อปี 2501 คุ้มแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวที่เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรจังหวัดแพร่อีกด้วย ซึ่งสามารถเดินชมด้านบนได้ทั้ง 2 ชั้น ทว่ายังมีอีก 1 ชั้น ที่ไม่ควรพลาด คือชั้นใต้ถุนอาคาร ที่มีความสูงไม่ถึง 2 เมตร ซึ่งแต่ก่อนใช้เป็นที่คุมขังข้าทาสบริวารที่กระทำความผิด มีทั้งหมด 3 ห้อง ทางปีกซ้ายและปีกขวา จะเป็นห้องที่พอมีแสงสว่างลอดเข้าได้ ใช้สำหรับคุมขังผู้ที่ทำผิดขั้นลหุโทษ ส่วนห้องทึบแสงที่อยู่ตรงกลางมีไว้สำหรับขังผู้กระทำความผิดร้ายแรง ใกล้บริเวณทางเข้า - ออกด้านในห้อง มีศาลเพียงตาตั้งอยู่ เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าผู้ว่าราชการจังหวัดฝันว่ายังคงมีวิญญาณวนเวียนอยู่ในห้องนี้ จึงต้องมีการตั้งศาลเพียงตาให้ แต่ละห้องยังคงแฝงไปด้วยความน่าสะเทือนใจและชวนขนลุกไม่น้อย ปัจจุบันสามารถเข้าชมได้ทุกห้องเช่นกัน

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานคุ้มเจ้าหลวง  โทร. 0 5452 4158, องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ โทร. 05453 2485 – 8

เฮือนต่อไป อยู่ไม่ห่างจากคุ้มเจ้าหลวงมากนัก ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาที สารถีก็ปั่นมาถึง

            บ้านวงศ์บุรี  ซึ่งตั้งอยู่ถนนคำลือ (ถนนหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด สี่แยกพระนอนเหนือ) เป็นบ้านของแม่เจ้าบัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย จึงไม่ต้องแปลกใจหากหากเห็นภาพบุคคลเดียวกันทั้งที่บ้านวงศ์บุรีและที่คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

.

บ้านวงศ์บุรีสร้างเมื่อปี 2440 โดยให้ช่างชาวจีนกวางตุ้งเป็นผู้ออกแบบ และให้ช่างชาวไทยพื้นบ้านเป็นผู้สร้าง เป็นบ้านไม้สักแบบยุโรปประยุกต์ หลังคาสูง ทรงปั้นหยา สองชั้น โดดเด่นด้วยลวดลายไม้แกะสลักที่หน้าจั่ว ชายคาระเบียง ช่องลม ชายน้ำ หน้าต่างและประตู ทั้งยังงดงามด้วยสีชมพู - ขาว ที่ใช้มาร่วม 115 ปีแล้ว ภายในบ้านตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ของตระกูลที่ตกทอดกันมาหลายชั่วอายุอายุคน ที่สำคัญยังจะได้เห็นเอกสารซื้อขายทาส ซึ่งหาชมได้ยากอีกด้วย บ้านวงศ์บุรียังได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นปี  2536 ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งยังใช้ถ่ายทำละคร ภาพยนตร์หลายเรื่อง ที่ติดตาผู้คนคงหนีไม่พ้นละครเรื่องรอยไหม ผู้เขียนยังมีโอกาสได้พบคุณแม่วันนีย์ วงศ์บุรี ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งบ้านวงศ์บุรี ปัจจุบันท่านอายุเกือบ 80 ปี แล้ว ที่นี่ยังมีวิทยากรคอยให้ความรู้ ส่งต่อเรื่องราว เรื่องเล่า และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยภายในบ้านวงศ์บุรี ซึ่งรองได้เลยว่าทั้งเพลิดเพลินและได้เก็บความรู้กลับไปแน่นกระเป๋ากันอย่างแน่นอน  

.

.

บ้านวงศ์บุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนละ 30 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บ้านวงศ์บุรี  โทร. 0 5462 0153

และเฮือนสุดท้ายที่อยู่ไม่ไกลบ้านวงศ์บุรีเช่นกัน คือ

           คุ้มวิชัยราชา 

ตั้งอยู่ที่ถนนวิชัยราชา ต.ในเวียง อ.เมือง เป็นของพระวิชัยราชา ซึ่งสันนิษฐานว่าสืบทอกมาตั้งแต่สมัยของ พญาแสนศรีขวา เรือนไม้สักทรงมะนิลาแห่งนี้ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี แต่ปัจจุบันยังคงมั่นคง และแข็งแรง ลวดลายฉลุไม้ที่จั่ว บังลม ระเบียง ช่องลมเหนือบานประตูและหน้าต่างล้วนสวยงามไม่แพ้บ้านวงศ์บุรี หรือคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

.

แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคุ้มวิชัยราชาสร้างขึ้นเมื่อใด ทว่าเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเป็นที่กล่าวขานที่เกี่ยวกับการใช้ที่แห่งนี้เป็นที่หลบซ่อนตัวของข้าราชบริพารจนรอดพ้นจากการถูกไล่สังหารจากกลุ่มกบฏเงี้ยว หรือการใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการเสรีไทย  คุ้มวิชัยราชาแห่งนี้จึงเหมือนคงอยู่เพื่อรอการค้นหาอดีตจากเหล่าคนรุ่นหลัง คุ้มวิชัยราชา สามารถแวะชมได้ทุกวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 081 562 4425

           นี่เป็นเพียงสถานที่ส่วนหนึ่งในเส้นทางนั่งสามล้อ ผ่อเฮือนเก่า เล่าขานตำนานเมืองแป้ ซึ่งแต่ละแห่งล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะของตัวเอง ทั้งยังชวนค้นหาด้วยเรื่องราวที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน ระยะเวลาในการในการเที่ยวชมทั้งสองเส้นทางของกิจกรรมนี้ แม้จะดูน้อยไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะ มันเป็นเพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนเกิดความรู้สึกว่าสักวันหนึ่งจะกลับมาค้นหาอดีตที่นี่อีกครั้ง และให้เวลากับตัวเองกับแต่ละสถานที่มากกว่านี้

           อยากให้ลองแวะกันสักนิด แล้วจะรู้ว่าเมืองแพร่ไม่ใช่แค่เมืองผ่านอีกต่อไป รับรองจะติดใจกับบรรยากาศอันสงบเงียบ เนิบช้า ทั้งยังเต็มไปด้วยหลักฐานแสดงการมีอยู่ของอดีตที่ชวนค้นหาเป็นอย่างยิ่ง ไม่แน่วันหนึ่งท่านผู้อ่านอาจอยากมาเป็นสารถีปั่นสามล้อพาใครๆ ผ่อเมืองแป้เองก็เป็นได้

กิจกรรม "นั่งสามล้อ ผ่อเฮือนเก่า เล่าขานตำนานเมืองแป้"
ติดต่อได้ที่ : คุณสงกรานต์ เหลืองขาว ประธานชมรมสามล้อแพร่ โทร. 081 673 9841
                  คุณเรืองโรจน์ สุภาษี ผู้ประสานงานสามล้อแพร่  โทร. 086 587 2759 
                  เทศบาลเมืองแพร่  โทร. 0 5451 1060
                  โรงแรมนครแพร่ ทาวเวอร์  โทร. 0 5452 1321
                  โรงแรมภูมิไทย การ์เด้น  โทร. 0 5462 7359
                  โรงแรมแม่ยม พาเลส  โทร. 0 5452 1028 - 34

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่

ขอบคุณ หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ.57  คอลัมน์ ชวนเที่ยว ที่ให้โอกาสนะคะ

เรื่อง/ภาพ : วรวรรณ วงษ์สุวรรณ

ปล. เนื่องจาก นสพ. มีเนื้อที่จำกัด ผู้เขียนจึงเพิ่มภาพ และข้อมูลเพิ่มเติมในบล็อกนี้อีกนิดหน่อยนะคะ
เรื่อง/ภาพ : กลิ่นฟ้า ไอดาว/ เทือกเขาสีดำ

^___^

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
กลิ่นฟ้า-ไอดาว วันที่ : 20/02/2014 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klinfa

คุณอะหนึ่ง , คุณลุงชาติ ...ขอบคุณมากนะคะ ^^

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
กลิ่นฟ้า-ไอดาว วันที่ : 20/02/2014 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klinfa

คุณ WANSUK ... ใช่แล้วค่ะ จริงๆ ถ้าเรามีเวลาเยอะหน่อย ลองอยู่ที่แพร่นานอีกนิด วรรณว่าคงได้อะไรมากกว่านี้นะคะ :)

ความคิดเห็นที่ 10 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 19/02/2014 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

งานเขียน คม ชัด ลึก มาแบ่งปันกันผ่านบล็อก
เยี่ยมเลยครับ สำหรับคนห่าง นสพ. 555+
ตึกเก่าๆ ทรงยุโรป ชอบมาก

ความคิดเห็นที่ 9 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลุงชาติ วันที่ : 19/02/2014 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

ยอดเยี่ยมมากเลย
สร้างสรรค์งานดีๆมาให้เสพย์อีกนะครับ...วรรณ

ความคิดเห็นที่ 8 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 19/02/2014 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

แพร่ดูเหมือนจะเป็นเมืองผ่าน
หรือไม่ก็แวะเพียงชั่วครู่ชั่วยามนะคะ
วันศุกร์เองก็ไปหลายครั้งแต่ไม่ได้เที่ยวจริงจังสักที
ทั้งๆที่มีอะไรดีมากมายนะคะนี่

ความคิดเห็นที่ 7 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
โสตถิโสมนัส วันที่ : 19/02/2014 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bluesman
นายเอกแห้ว ณ สมหวัง

สุดยอดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กลิ่นฟ้า-ไอดาว วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klinfa

คุณย่าดา ... ยังมีอะไรอีกมากในบ้านที่น่าสนใจค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลี้ลับ เรื่องน่ารู้ แม้แต่หมอนที่อยู่ในบ้านยังเป็นอะไรที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 นักเดินทางตัวเขื่อง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กลิ่นฟ้า-ไอดาว วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klinfa

คุณนักเดินทางตัวเขื่อง ... เขินเลยค่ะพี่รัตน์ ^^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กลิ่นฟ้า-ไอดาว วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klinfa

คุณลูกเสือหมายเลข 9 ...ยังเช้าอยู่ค่ะ เลยได้ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าหน่อย

ความคิดเห็นที่ 3 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ย่าดา วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

น่าไปชมจัง ได้ยินชื่อเสียงของบ้านวงค์บุรีมานานแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ถึงว่า..สิ..เยี่ยมมากค่ะ..น้องกลิ่นฟ้า..
เรื่องดี..สถานที่น่าเที่ยว..
ถึงได้ลงคมชัดลึก..โด้ยยย...

ความคิดเห็นที่ 1 กลิ่นฟ้า-ไอดาว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ท้องฟ้าสวยจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน