พิมพ์หน้านี้
|
โทนหรือทับ โทนหรือทับ คำว่า โทน ที่ใช้เป็นชื่อเครื่องหนังในวงการดนตรีไทยนั้น ยังเป็นคำที่มีปัญหาอยู่ เพราะมีบางท่านอธิบายไว้ว่าเรียก โทน ว่า ตะโพน หรือเรียก ตะโพน ว่า โทน ก็ได้ และเรียก ทับ ว่า โทน ก็ได้ แต่ตะโพนนั้นเป็นเครื่องตีชนิดขึงหนังทั้ง ๒ หน้า ส่วนโทนหรือทับที่จะกล่าว ถึงในที่นี้เป็นเครื่องตีขึงหนังหน้าเดียว มีสายโยงเร่งเสียงจากขอบหนังถึงคอ มีหางยื่นออกไปเสียเลยว่า โทนทับ เพื่อมิให้เข้าใจผิดว่าเป็นโทนหรือตะโพน ซึ่งยังมีผู้นิยมเรียกกันอยู่อีกชนิดหนึ่งโทนทับนี้จะมีใช้ในวงดนตรีมานานแล้วนี้มีกล่าวถึงไว้ในกฎมณเฑียรบาล เช่นที่ว่า ร้องเพลงเรือ เป่าปี่เป่าขลุ่ยสีซอ ดีดจะเข้ กระจับปี่ ตีโทนทับ โห่ร้องนี่นัน หรือเช่นที่ว่า ปี่ขลุ่ยทับโทนฆ้องกลอง โทนหรือทับตามรูปร่างที่ปรากฏอยู่ มี ๒ ชนิด คือโทนชาตรี ชนิดหนึ่ง และโทนมโหรี ชนิดหนึ่ง ความรู้จากหนังสือเครื่องดนตรีไทย อาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ คำว่า ทับ เป็นการเรียกชื่อเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่ใช้บรรเลงในวงหนังตะลุง มโนราห์ เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้แสดงในภาคใต้ มีลักษณะคล้ายกันโทนชาตรี และโทนมโหรี ใช้ตีสองลูกสลับกับกับการใช้มือเปิดปิดลำโพง แต่ในปัจจุบันมีความแตกต่างที่หน้ากลองเป็นพลาสติกและสายเร่งเสียงใช้เอ็นแทนหนังรูปร่างตัวหุ่นกลองจะมีลักษณะที่ใหญ่กว่าโทนชาตรี หรือโทนมโหรี โปรดติดตามความรู้เกี่ยวกับดนตรีไทย ที่เป็นมรดกของชาติในคราวต่อไป นะครับ นักเลงเพลงกลอง นิ้งหน่องครับ
|