วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม 2551
คัมภีร์ไบเบิลถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปแล้วใช่ไหม ?
Posted by
โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม
,
ผู้อ่าน : 288
, 21:31:48 น.
| หมวดหมู่ :
บทความ
พิมพ์หน้านี้
|
คัมภีร์ไบเบิลถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วใช่ไหม? บทความโดยดร.มุซัมมิล ซิดดีกี อดีตนายกสมาคมอิสลามแห่งอเมริกาเหนือ แปลและเรียบเรียงโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน 
ถาม เมื่อเร็วๆนี้มีคณะมิชชันนารีคริสเตียนมาที่บ้านของผม เราได้พูดคุยกันด้วยดีถึงเรื่องอิสลามและศาสนาคริสต์ เมื่อผมบอกเขาว่าคัมภีร์ไบเบิลได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เขาก็ไม่เห็นด้วย เขาบอกผมว่าปัจจุบันมีคัมภีร์ไบเบิลโบราณในต้นฉบับภาษาฮิบรูและกรีกหลายฉบับ เขายังบอกด้วยว่าตามคัมภีร์กุรอาน ไบเบิลเป็นวจนะของพระเจ้าและวจนะของพระเจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ คัมภีร์กุรอานกล่าวว่า ?ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงวจนะของพระองค์ได้? (6:115 และ 10:64) ช่วยบอกผมหน่อยว่าเราจะอธิบายให้คนเหล่านี้ทราบได้อย่างไร ตอบคณะมิชชันนารีที่ไปเยี่ยมคุณกำลังพยายามทำให้คุณสับสนเกี่ยวกับคัมภีร์กุรอานรวมทั้งคัมภีร์ไบเบิลด้วย คัมภีร์กุรอานเป็นวจนะของอัลลอฮฺและวจนะของพระองค์จะไม่ขัดแย้งกันเอง ข้อโต้แย้งพื้นฐานของมิชชันนารีที่ว่าตามคัมภีร์กุรอาน วจนะของพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงและเนื่องจากคัมภีร์ไบเบิลเป็นวจนะของพระเจ้า(ดังที่คัมภีร์กุรอานยืนยัน) ดังนั้นคัมภีร์ไบเบิลก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และมุสลิมก็ควรจะยอมรับคัมภีร์ไบเบิลปัจจุบันว่าเป็นวจนะที่ถูกต้องเชื่อถือได้ของพระเจ้า ประการแรก ขอให้ผมได้อธิบายความหมายของข้อความสองประโยคจากคัมภีร์กุรอานเกี่ยวกับวจนะของอัลลอฮฺที่คณะมิชชันนารีที่มาเยี่ยมคุณอ้างถึง และประการที่สองขอให้ผมได้พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความถูกต้องน่าเชื่อถือและบันทึกฉบับต่างๆของคัมภีร์ไบเบิลเสียก่อน วัตถุประสงค์ก็เพื่อความเข้าใจเท่านั้น เราไม่ต้องการที่จะไปหักล้างความเชื่อส่วนบุคคลของใคร แต่คนที่ใจเปิดกว้างควรพยายามปฏิบัติตามความจริงเมื่อมันเป็นที่ชัดแจ้งแก่เขาแล้ว เมื่อเราอ่านข้อความใดๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนาหรือวิชาการ เราจำเป็นจะต้องอ่านให้ครบ การยกเอาประโยคหนึ่งประโยคใดในข้อความหรือเอามาเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คณะมิชชันนารีที่มาเยี่ยมคุณไม่ได้ยกข้อความทั้งหมดของคัมภีร์กุรอานมาให้คุณ เขายกแต่เพียงส่วนหนึ่งและทิ้งอีกส่วนหนึ่ง ดังนั้น คุณจะต้องหันกลับไปหาคำตอบจากคัมภีร์กุรอานด้วยตัวของคุณเอง ในคัมภีร์กุรอาน 6:115 อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า : ?และวจนะของพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นครบถ้วนแล้วซึ่งความจริงและความยุติธรรม ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงวจนะของพระองค์ได้ และพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้? (กุรอาน 6:115) เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่าถ้อยคำ ?วจนะของอัลลอฮฺ? ในที่นี้ไม่ใช่ข้อความ แต่มันหมายถึง ?การตัดสินใจและการพิพากษาของอัลลอฮฺ? ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ?การตัดสินใจและการพิพากษาของอัลลอฮฺนั้นครบถ้วนสมบูรณ์แล้วในความจริงและความยุติธรรมและไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนอีกวรรคหนึ่งในคัมภีร์กุรอาน 10:64 นั้นจะต้องอ่านไปพร้อมกับวรรคที่ 62 และ 63 เพื่อที่จะเข้าใจได้อย่างถูกต้อง อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า : ?จงรู้ไว้เถิดว่า แท้จริง บรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงรักนั้นจะไม่มีความหวาดกลัวใดๆแก่พวกเขาและพวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจ นั่นคือบรรดาผู้ศรัทธาและยำเกรง สำหรับพวกเขาจะได้รับความดีในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และโลกหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆในวจนะของอัลลอฮฺ นั่นคือ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่? คำพูดที่ว่า ?วจนะของอัลลอฮฺ? ในที่นี้หมายถึง ?สัญญาของอัลลอฮฺสำหรับบรรดาผู้ทำความดี? ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนสัญญาของอัลลอฮฺ(หรือการคาดโทษสำหรับผู้ทำความผิด)ได้ ทั้งสองวรรคนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องคัมภีร์ที่ถูกประทานมาหรือบันทึกใดๆ แต่กำลังพูดถึงเรื่องการตัดสินและสัญญาของอัลลอฮฺในความหมายทั่วๆไป สำหรับคัมภีร์ไบเบิลนั้น เป็นเรื่องจริงที่คัมภีร์กุรอานเรียกเตารอต ษะบูรฺและอินญีลว่าเป็นคัมภีร์ของอัลลอฮฺและเป็นสาส์นที่ได้ถูกส่งมายังนบีมูซา นบีดาวูดและนบีอีซาตามลำดับ แต่คัมภีร์กุรอานก็กล่าวด้วยว่าคัมภีร์ดังกล่าวที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มิได้อยู่ในรูปแบบที่สมบูรณ์ถูกต้องเชื่อถือได้อีกต่อไปแล้ว อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า : ?พวกเขา (ยิวและคริสเตียน) บิดเบือนถ้อยคำของคัมภีร์และเพิกเฉยส่วนหนึ่งที่พวกเขาได้ถูกเตือนให้รำลึกและเจ้าจะยังคงได้เห็นการทรยศอย่างใดอย่างหนึ่งจากหมู่พวกเขายกเว้นเพียงบางคนเท่านั้น...?(กุรอาน 6:13) และพระองค์ยังได้ทรงกล่าวต่อไปอีกว่า : ?โอ้บรรดาดาชาวคัมภีร์เอ๋ย โดยแน่นอน รอซูลของเราได้มายังสูเจ้า เขาได้ทำให้สูเจ้าเกิดความกระจ่างในสิ่งที่สูเจ้าได้ปิดบังไว้จากคัมภีร์ และเขาได้ผ่านข้ามไปในหลายสิ่งที่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว? (กุรอาน 5:15) ดังนั้น จุดยืนของอิสลามก็คือคัมภีร์ไบเบิลมีวจนะที่แท้จริงของอัลลอฮฺอยู่เพียงบางส่วนแต่ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมด เพราะข้อความบางตอนได้สูญหายไปและได้มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความอีกมากมาย มิชชันนารีที่ไปเยี่ยมคุณได้บอกคุณว่าคัมภีร์ไบเบิลไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง คุณลองถามเขาดูว่าคัมภีร์ไบเบิลเล่มไหนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ? คัมภีร์ไบเบิลฉบับฮิบรู ฉบับกรีก ฉบับละติน ฉบับอังกฤษ ฉบับของคาธอลิก ฉบับของโปรเตสแตนท์ ฉบับของคริสตจักรออโธดอกซ์ตะวันออก ฉบับไหนที่เขากำลังพูดถึง ? คัมภีร์ไบเบิลเหล่านี้ทั้งหมดได้ถูกเปลี่ยนแปลงมาแล้วโดยทั้งบุคคลและหมู่คณะและบางฉบับยังคงถูกเปลี่ยนอยู่ คัมภีร์ไบเบิลประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ พันธสัญญาเก่าและพันธสัญญาใหม่ ทั้งยิวและคริสเตียนยอมรับทั้งสองพันธสัญญา ยิวเรียกคัมภีร์ไบเบิลว่าไบเบิลของยิวหรือทานัค แต่คัมภีร์ไบเบิลของยิวมี 24 เล่มและบางเล่มมีสองตอน ดังนั้นจึงรวมเป็น 39 เล่ม ส่วนฉบับของโปรเตสแตนท์ก็มี 39 เล่ม แต่เรียงลำดับต่างกัน พันธสัญญาเก่าอย่างเดียวกันของแคธอลิกมี 46 เล่มในขณะที่ของคริสเตียนออร์โธดอกซ์ตะวันออกมี 51 เล่มในพันธสัญญาเก่า คัมภีร์ไบเบิลฉบับของยิวอาศัยตัวบทจากภาษาฮิบรูมาโซราติกในขณะที่ชาวคริสเตียนทั่วไปอาศัยฉบับภาษากรีก(Septuagint)และภาษาละติน (Vulgate) เป็นพื้นฐานของพันธสัญญาเก่า แต่ละกลุ่มก็มีความแตกต่างกันในข้อความและในจำนวนของประโยค ส่วนพันธสัญญาใหม่เป็นที่ยอมรับโดยชาวคริสเตียนเท่านั้น พันธสัญญาใหม่มี 27 เล่ม ที่เป็นหลักมี 4 เล่ม ส่วนที่เหลือก็เป็นบันทึกและจดหมายของนักเขียนต่างๆที่เรียกกันว่าสานุศิษย์ แต่ชาวแคธอลิกได้เพิ่มข้อความบางตอนเข้าไปในคัมภีร์หลักซึ่งชาวโปรเตสแตนท์ไม่ยอมรับ ขณะเดียวกันชาวแคธอลิกและชาวคริสเตียนออร์โธดอกซ์ตะวันออกก็ยอมรับคัมภีร์บางเล่มที่ชาวโปรเตสแตนท์ไม่ยอมรับ ส่วนเรื่องบันทึกโบราณของคัมภีร์ไบเบิลนั้น นักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลรู้ว่าบันทึกส่วนใหญ่ได้มาหลังจากคริสตศตวรรษที่ 4 บันทึกคัมภีร์ที่ถูกพบได้ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่บางส่วนและข้อความก็แตกต่างกันอย่างมาก ในหนังสือเรื่อง Interperter?s Dictionary fo the Bible (Vol.4 pp.594-595) กล่าวว่า ?พันธสัญญาใหม่ที่รู้จักกันในตอนนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนนั้นมีอยู่ในบันทึกภาษากรีกเกือบห้าพันฉบับ แต่ละฉบับที่ถูกเขียนด้วยมือนั้นล้วนแตกต่างกัน ประมาณกันว่าบันทึกเหล่านี้มีความแตกต่างกันระหว่าง 150,000 ? 250,000 ครั้ง บางทีตัวเลขที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านี้มาก การศึกษาบันทึกคัมภีร์ไบเบิลของลูกาฉบับภาษากรีกปรากฏว่ามีมีการอ่านแตกต่างกันถึง 30,000 แห่ง เราสามารถพูดได้อย่างไม่ต้องกลัวอะไรเลยว่าในพันธสัญญาใหม่ไม่มีประโยคใดที่เหมือนกัน? การศึกษาคัมภีร์ฉบับโบราณอย่างละเอียดทำให้นักวิชาการเชื่อมั่นว่าความแตกต่างที่พบในบันทึกคัมภีร์เหล่านั้นมักจะเกิดขึ้นโดยเจตนา การเปลี่ยนแปลงแก้ไขนี้ยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบันอันเนื่องมาจากเหตุผลทางด้านการเมืองและอุดมการณ์ ภายใต้การกดดันขององค์การต่างๆของชาวยิว หลายคริสตจักรในอเมริกาและยุโรปได้เริ่มใส่ถ้อยคำวิจารณ์พระเยซูลงไปในพันธสัญญาใหม่ พวกที่สนับสนุนความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายก็กำลังให้รบเร้าให้ใช้ภาษาที่รวมทั้งสองเพศในฉบับใหม่ กลุ่มรักร่วมเพศก็มีคัมภีร์ไบเบิลฉบับของตนเอง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเรา บอกมิชชันนารีที่มาเยี่ยมคุณว่าทั้งคัมภีร์กุรอานและประวัติศาสตร์ไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของเขาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคัมภีร์ไบเบิล ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา?
|