พิมพ์หน้านี้
|
อิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺนักท่องโลกที่ถูกลืม บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน ในยุคกลางก่อนที่ประเทศยุโรปจะเริ่มออกล่าอาณานิคมปล้นทรัพย์สิน ดินแดนและแรงงานทาสจากส่วนต่างๆของโลกเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศของตนนั้น ชาวโลกได้รู้จัก มาร์โคโปโล ว่าเป็นนักเดินทางท่องโลกแต่เพียงผู้เดียว โดยหารู้ไม่ว่าในโลกอิสลามก็มีนักเดินทางที่มีชื่อเสียงของโลกอีกคนหนึ่งซึ่งชาวโลกน้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อของเขา นั่นคือ อิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺ ทั้งๆที่ตำนานการเดินทางของเขาผู้นี้ไม่แพ้มาร์โคโปโลเลย การเดินทาง ในตอนเริ่มแรกของการเดินทาง อิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺได้เดินทางผ่านอัลเจียร์ส ตูนิส อียิปต์ ปาเลสไตน์ และซีเรีย ไปสู่มักก๊ะฮฺ หลังจากที่เข้าไปในอิรัก ชีราซและเมโสโปเตเมียแล้ว เขาก็เดินทางกลับไปทำฮัจญ์ที่มักก๊ะฮฺและอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปยังยิดด๊ะฮฺและไปยังเยเมนโดยทางทะเล แวะเยี่ยมเมืองเอเดนและเลยไปยังมอมบาซาในแอฟริกาตะวันออก หลังจากไปยังคุลวาแล้ว เขาก็กลับมายังโอมานและไปทำฮัจญ์อีกครั้งหนึ่งใน ค.ศ. 1332 ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ สิรอฟ บาห์เรน และยะมามะฮฺ ต่อมาเขาได้ออกเดินทางเพื่อจะไปอินเดีย แต่เมื่อมาถึงญิดด๊ะฮฺ เขาก็เปลี่ยนใจไปไคโร ปาเลสไตน์ และซีเรีย (อาจเป็นเพราะว่าไม่มีเรือเดินทะเลไปอินเดีย) หลังจากนั้นก็มาถึงเอเชียไมเนอร์โดยทางทะเลและเดินทางข้ามคาบสมุทรอนาโตเลียและสิโนปี จากนั้นก็ข้ามทะเลดำ หลังจากที่เดินทางอย่างยาวไกล เขาก็มาถึงเมืองคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคือ อิสตันบูล) ทางยูเครนตอนใต้ ในตอนขากลับ เขาได้แวะที่คูรอซานโดยผ่านทางคอวาริสม์ (คิวา) และได้ไปเยี่ยมเมืองสำคัญต่างๆทั้งหมด เช่น บุคอรอ บัลค์ เฮรัต ตุส มัชฮัด และนิชาปูร์ เขาข้ามเทือกเขาฮินดูกูชทางช่องเขาคอวัค ซึ่งสูง 13,000 ฟุตเข้าไปในอัฟกานิสถานทางเมืองฆอนี กาบูล และเข้าไปในอินเดีย หลังจากที่ไปยังลาฮ์รี (ใกล้กับการาจีปัจจุบัน) ซุกกูร์ มุลตาน ซิรซาและฮันซีแล้ว เขาก็ไปถึงเดลฮี อิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺได้รับการอุปถัมภ์จากสุลต่านมุฮัมมัด ตุฆลาก และต่อมาก็ได้ถูกส่งไปเป็นทูตที่ประเทศจีน หลังจากนั้นเขาก็เดินทางเข้ามาทางอินเดียกลางแล้วลงเรือจากกัมบัยไปยังกัว หลังจากแวะตามเมืองท่าต่างๆตามชายฝั่งมาลาบาร์แล้ว เขาก็ไปถึงเกาะมัลดีฟส์ ซึ่งจากที่นั่นเขาได้ข้ามไปยังเกาะลังกา อิบนุบัฏฏุเฏ๊าะฮฺล่องเรือไปตามชายฝั่งอารากันและมาถึงสุมาตรา จากนั้นก็ไปยังเมืองกวางตุ้งผ่านทางมลายาและเขมร ในจีน เขาเดินทางขึ้นเหนือไปยังปักกิ่งผ่านทางหางโจว ต่อมาเขาก็ใช้เส้นทางเดิมในการกลับไปยังคาลีคัตและใช้เรือเดินทางมายังดะฟารีและมัสกัตโดยผ่านมาทางอิหร่าน อิรัก ซีเรีย ปาเลสไตน์ และอียิปต์ หลังจากนั้นก็มาทำพิธีฮัจญ์ครั้งที่เจ็ดซึ่งเป็นการทำพิธีฮัจญ์ครั้งสุดท้ายของเขาที่มักก๊ะฮฺในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1348 แล้วก็เดินทางกลับเมืองเฟซบ้านเกิดเมืองนอนของเขา อย่างไรก็ตาม การเดินทางของเขาก็มิได้สิ้นสุดที่นี่ เพราะต่อมาเขาได้ข้ามทะเลทรายซาฮาร่าไปแวะเยี่ยมสเปนและดินแดนแห่งไนเจอร์อีก ในตอนขากลับไปยังเมืองเฟซ อิบนุบัฏฏุเฏ๊าะฮฺได้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเขาให้ญุซัย อัลกัลป์บี (ค.ศ. 1321-1356) ที่สำนักสุลต่าน อบูอินาน (ค.ศ. 1348-1358) บันทึกไว้ อิบนุญุซัยใช้เวลา 3 เดือนในการรวบรวมงานของเขา เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1355 บันทึกการเดินทาง เรื่องราวการเดินทางของเขาทำให้เราได้รู้อะไรมากมายในดินแดนต่างๆอย่างกว้างขวาง ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งจากการบอกเล่าเรื่องราวของเขาซึ่งทำให้เราเห็นระบบหลักประกันสังคมในโลกมุสลิมในคริสต์ศตวรรษที่ 14 :- ความหลากหลายและการใช้จ่ายเงินกองทุนทางศาสนาที่ดามัสกัสนั้นเกินกว่าที่จะคำนวณ มีกองทุนให้ความช่วยเหลือบุคคลที่ไม่สามารถไปทำฮัจญ์ที่มักก๊ะฮฺซึ่งส่วนหนึ่งได้ถูกจ่ายให้แก่คนที่ไปทำฮัจญ์แทนตน มีกองทุนสำหรับช่วยเหลือการเลี้ยงแต่งงานของผู้หญิงที่ครอบครัวไม่สามารถจะจัดทำได้ และกองทุนสำหรับการปล่อยนักโทษให้เป็นอิสระ มีกองทุนสำหรับนักเดินทางซึ่งส่วนหนึ่งได้ถูกนำมาจัดเตรียมอาหาร เสื้อผ้า และค่าพาหนะในการกลับไปยังประเทศของตน มีกองทุนสำหรับปรับปรุงและการสร้างถนนเพราะทุกซอกซอยในดามัสกัสมีทางเดินเท้าสองข้างสำหรับคนเดินในขณะที่คนที่ใช้พาหนะขับขี่จะใช้ถนนที่อยู่ตรงกลาง อีกตัวอย่างหนึ่งที่บรรยายถึงเมืองแบกแดดในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 หลังจากนั้น เราได้เดินทางไปยังแบกแดด แผ่นดินแห่งความสงบและเมืองหลวงของอิสลาม ที่นี่มีสะพานสองแห่งเหมือนกับที่ฮิลลาซึ่งผู้คนทั้งชายและหญิงเดินทอดน่องไปมาทั้งกลางคืนและกลางวัน ห้องอาบน้ำที่แบกแดดมีมากมายและถูกสร้างอย่างดี ส่วนใหญ่แล้วทาด้วยน้ำมันดินซึ่งดูแล้วเหมือนกับหินอ่อนสีดำ น้ำมันดินถูกนำมาจากตาน้ำแห่งหนึ่งระหว่างกูฟากับบัสเราะฮฺซึ่งมีไหลอยู่ตลอดเวลา มันถูกตักมาจากข้างตาน้ำเหมือนกับโคลนและถูกนำมายังแบกแดด อาคารแต่ละแห่งจะมีห้องอาบน้ำส่วนตัวซึ่งในแต่ละห้องจะมีถังน้ำอยู่ตรงมุมพร้อมกับก๊อกน้ำร้อนและน้ำเย็น คนอาบน้ำแต่ละคนจะได้รับผ้าเช็ดตัวสามผืน ผืนหนึ่งสำหรับนุ่งเมื่อเข้าไปในห้องอาบน้ำ อีกผืนหนึ่งสำหรับนุ่งออกมา และผืนที่สามมีไว้สำหรับเช็ดตัว ในตอนหนึ่งเขาได้บรรยายรายละเอียดถึงพืชผลต่างๆที่พบระหว่างการเดินทางว่า :- จากคุลวา เราล่องเรือไปยังดาฟารีปลายสุดของเยเมน ม้าพันธุ์ดีจะถูกส่งออกไปยังอินเดียจากที่นี่ซึ่งการเดินทางใช้เวลาหนึ่งเดือนถ้าลมเป็นใจ ชาวเมืองปลูกข้าวฟ่างและนำน้ำจากบ่อลึกมาใช้ในการเพาะปลูกโดยใช้ถังขนาดใหญ่ที่ใช้เชือกหลายเส้นตักขึ้นมา ในเมืองใกล้เคียงมีสวนที่มีต้นกล้วยมากมาย กล้วยก็มีขนาดใหญ่ซึ่งลูกหนึ่งถูกนำไปชั่งต่อหน้าฉันหนักถึง 12 ออนซ์ และรสชาติหวานอร่อยมาก นอกจากนี้พวกเขายังปลูกต้นพลูและต้นปาล์มโกโก้ที่พบได้เฉพาะในอินเดียและเมืองดาฟารีด้วย ต้นพลูไม่มีผล แต่ผู้คนปลูกเพื่อเอาใบของมัน คนอินเดียนิยมใบพลูและถ้าใครเอาใบพลูไปให้ใครสักห้าใบ เขาจะรู้สึกว่าได้โลกทั้งใบ โดยเฉพาะถ้าผู้ให้เป็นเจ้าชายหรือคนมีเกียรติ การให้ใบพลูเป็นของขวัญถือว่าเป็นการให้เกียรติที่ยิ่งใหญ่กว่าการให้ทองคำและเงิน เวลาจะกินก็ทำดังนี้คือ เอาผลหมากมาบี้เป็นชิ้นเล็กๆและเคี้ยวไปก่อน หลังจากนั้นก็เอาใบพลูมาป้ายปูนลงไปนิดหน่อยแล้วใส่ปากเคี้ยวไปพร้อมกับหมาก นักเดินทางที่ถูกลืม การเดินทางทางทะเลของอิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺทำให้เรารู้ว่า ในเวลานั้นมุสลิมมีอำนาจอย่างสมบูรณ์ในทะเลแดง ทะเลอาหรับ มหาสมุทรอินเดียและน่านน้ำจีน นอกจากนี้แล้วยังเห็นได้ว่า ถึงแม้พ่อค้าชาวคริสเตียนยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดบางอย่าง แต่การเจรจาทางด้านการค้าส่วนใหญ่ก็ทำไปบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันและความเคารพซึ่งกันและกัน อิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺหนึ่งในนักเดินทางคนสำคัญตลอดกาลได้ไปยังเมืองจีนหลังมาร์โคโปโล 60 ปี แต่เขาเดินทางเป็นระยะทาง 75,000 ไมล์ซึ่งมากกว่ามาร์โคโปโล แต่เรื่องราวของเขาไม่เคยถูกกล่าวถึงในหนังสือภูมิศาสตร์ ทั้งๆที่อิบนุบัฏฏูเฏ๊าะฮฺก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ต่อวิชาภูมิศาสตร์เหมือนกับนักภูมิศาสตร์อื่นๆ แต่น่าเสียดายที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงเรื่องราวการเดินทางของเขาได้อย่างง่ายดายนอกไปจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น |
| กิจกรรมค่ายครั้งที่ 1/2551 | ||
ณ บ้านไกวัล จ.ระยอง วันที่ 24 -25 พฤษภาคม 2551 |
||
|
View All |
||
| VDO Presentation โครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน | ||
แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |