โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย การถือศีลอดได้ถูกบัญญัติแก่พวกเจ้า ดังที่เคยบัญญัติให้แก่ชนก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง” ซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 183
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2551
ยูดายกับอิสลามนับถือพระเจ้าองค์เดียวเช่นกัน แต่ทำไมถึงต่างกัน ?
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 212 , 11:09:33 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


ยูดายกับอิสลามนับถือพระเจ้าองค์เดียวเช่นกัน แต่ทำไมถึงต่างกัน?

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน  ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ถาม มุสลิมมักจะพูดว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้อิสลามแตกต่างไปจากศาสนาอื่นก็คือเรื่องการศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว แต่ยิวก็เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว ตลอดชีวิตของผม พ่อแม่ของผมก็สักการะพระเจ้าองค์เดียว แล้วมีอะไรที่อิสลามจะแตกต่างจากศาสนายูดาย ?

ตอบ ชาฮุล ฮะมีด นักวิชาการศาสนาเปรียบเทียบได้ตอบเรื่องนี้ว่า :-

เรายินดีมากที่คุณถามเรื่องนี้มา ในฐานะที่คุณเป็นสมาชิกในประชาคมชาวยิว เราถือว่าคุณเป็นชาวคัมภีร์ (อะฮฺลุลกิตาบ) ความจริงแล้ว มุสลิมก็มีความศรัทธาในโมเสส ศาสดาของชาวยิวซึ่งได้รับคัมภีร์โตราห์ (ในภาษาเรียกว่า ?เตารอต? จากพระเจ้า) นอกจากนี้แล้ว มุสลิมยังต้องศรัทธาในศาสดาทั้งหมดที่ชาวยิวให้ความเคารพด้วย เช่น อับราฮัม เดวิด โซโลมอน และคนอื่นๆ แต่สำหรับมุสลิมแล้ว ศาสดาเหล่านั้นคือศาสดาแห่งอิสลาม เพราะศาสดาทุกท่านได้ถูกคัดเลือกมาโดยอัลลอฮฺ (ยะฮฺเวห์ หรือ เอโลฮิม) เพื่อให้มาเป็นผู้นำสาส์นของพระองค์ไปยังมนุษยชาติ เพื่อนำมนุษย์ออกจากความมืดสู่แสงสว่าง ศาสดาทั้งหมดล้วนเคารพภักดีพระเจ้าองค์เดียวที่เป็นผู้ทรงสร้างและผู้ทรงอภิบาลสากลจักรวาลทั้งหมด ดังนั้น ศาสดาทั้งหมดจึงเป็นมุสลิม (ผู้ยอมจำนนต่อพระเจ้าองค์เดียว) และศาสนาของศาสดาเหล่านั้นก็คืออิสลาม (การยอมจำนนหรือการเชื่อฟังโดยไม่มีเงื่อนไขต่อพระเจ้าองค์เดียว)

สำหรับมุสลิม หลักศรัทธาสำคัญประการแรกก็คือการเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวและความเชื่อนี้ถูกเรียกว่า ?เตาฮีด? ถึงแม้คำนี้โดยภาษาแล้วจะหมายถึงความเป็นหนึ่งเดียว แต่มันก็ยังมีความคิดหลากหลายในคำนี้จากทัศนะของอิสลาม กล่าวคือ มันหมายความว่าอัลลอฮฺได้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งและพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าและทรงเป็นนายของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งที่มีอยู่จึงเป็นหนึ่ง ดังนั้น ทุกสิ่งจึงต้องอยู่ภายใต้กฎเดียว ไม่ใช่สองหรือสามกฎ ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เราเรียกว่าธรรมชาติก็เป็นหนึ่งด้วย
ประการที่สอง เตาฮีดในอิสลามหมายความว่าอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสร้างมนุษย์ทั้งหมด ดังนั้น มนุษย์ทุกคนจึงเท่าเทียมกันต่อหน้าอัลลอฮฺโดยไม่คำนึงถึงสีผิว เผ่าพันธุ์หรือชาติตระกูล พูดอีกอย่างหนึ่ง นี่คือความเป็นพี่น้องกันของมนุษย์หรือความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ
ประการที่สาม เตาฮีดยังหมายความว่าศาสนาของพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียว เนื่องจากอัลลอฮฺได้ส่งศาสดาของพระองค์มาตั้งแต่เริ่มมีมนุษยชาติทั้งนี้เพื่อนำทางมนุษย์ให้อยู่บนหนทางที่เที่ยงตรง ดังนั้น ศาสดาทั้งหมดจึงสอนศาสนาของพระเจ้าเหมือนกันและศาสนานั้นสอนมนุษย์ให้ดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟังคำบัญชาของพระองค์ ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเก่าเราได้เห็นถึงการเน้นย้ำเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า แต่ชาวยิวมีความรู้สึกว่าพวกตนเป็น ?ลูกหลานที่พระเจ้าทรงเลือก? ดังนั้นพวกตนจึงเหนือกว่ามนุษย์คนอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ชาวยิวจึงไม่ยอมรับความเป็นพี่น้องกันและความเสมอภาคกันในหมู่มนุษยชาติ ประเด็นสำคัญของปัญหาปาเลสไตน์มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความคิดที่ว่าลูกหลานอิสราเอลมีความเหนือกว่า คัมภีร์โตราห์พูดได้พูดว่าปาเลสไตน์เป็นของขวัญของพระเจ้าที่ประทานแก่ลูกหลานของอับราฮัม แต่ชาวยิวเชื่อว่าเนื่องจากพวกตนได้ถูก ?คัดเลือก? โดยพระเจ้า ดังนั้นลูกหลานคนอื่นของอับราฮัมจึงไม่มีสิทธิ์ในแผ่นดินนี้ โดยเฉพาะชาวยิวได้โต้แย้งว่าลูกชายคนแรกของอับราฮัมไม่มีสิทธิ์ในแผ่นดินนี้เนื่องจากแม่ของลูกชายคนโตของท่านเป็นทาส
แม้แต่ในปัจจุบันที่เรามักจะได้ยินการพูดถึงเรื่องความเสมอภาพ ความเป็นพี่น้องกันและสิทธิมนุษยชน แต่ชาวยิวและชาวคริสเตียนที่เผยแพร่ศาสนาคริสต์ในอเมริกาก็ยังคงยึดถืออคติในเรื่องนี้ พวกเขาถือว่าชาวอาหรับซึ่งเป็นลูกหลานของอิสมาอีล(อิชมาเอล)ลูกชายคนแรกของอับราฮัมไม่มีสิทธิ์ในแผ่นดินที่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาเพราะว่าแผ่นดินนั้นได้ถูกเยโฮวาห์สัญญาไว้กับลูกหลานที่เกิดจากลูกชายคนที่สองของอับราฮัม ตรงนี้เราจึงได้เห็นความแตกต่างระหว่างความเชื่อในพระเจ้าของอิสลามและความเชื่อของชาวยิว ศาสนายูดายที่ปฏิบัติกันในปัจจุบันนี้เน้นเรื่องการกำเนิดของบุคคลเพื่อกำหนดเอกลักษณ์ของคนผู้นั้นว่าเป็นยิว งานเขียนของชาวยิวต่อไปนี้เป็นหลักฐานที่อธิบายว่ายิวคือใคร : ?เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจำไว้ว่าการเป็นยิวนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่คุณเชื่อหรือสิ่งที่คุณทำ คนที่เกิดจากพ่อแม่ที่มิใช่ยิวถึงแม้พ่อแม่ของเขาจะเชื่อทุกสิ่งที่ยิวเชื่อและปฏิบัติตามกฎของยิวและประเพณีของศาสนายูดายก็ยังไม่ใช่ยิวแม้แต่ในสายตาของนักปฏิรูปสายกลางของศาสนายูดายก็ตามและคนที่เกิดจากแม่ชาวยิวที่ปฏิเสธพระเจ้าและไม่เคยปฏิบัติศาสนาของยิวก็ยังคงเป็นยิว แม้แต่ในทัศนะของคนที่เคร่งศาสนาที่สุด ในความหมายนี้ ศาสนายูดายจึงเหมือนกับเรื่องเชื้อชาติมากกว่าศาสนาและการเป็นยิวก็เหมือนกับการเป็นพลเมือง?
ความเป็นยิวของใครคนหนึ่งคนใดจะถูกกำหนดโดยการเกิด ไม่ใช่โดยความเชื่อและการปฏิบัติ ด้วยเหตุผลนี้ชาวยิวจึงถือว่าพวกตนมีสถานะพิเศษในโลกในสายตาของเยโฮวาห์ นี่เป็นความหมายของการที่พวกเขาได้ถูกพระเจ้าเลือกมา แต่นี่คือสิ่งที่เราอาจเรียกได้ว่า ?ลัทธิถือชาติพันธุ์? ถึงแม้ว่าชาวยิวหลายคนจะเรียกมันว่า ?เชื้อชาติ? ก็ตาม แต่มันก็เป็นลัทธิถือชาติพันธ์ของตัวเองว่าเหนือกว่าชาติพันธุ์อื่นและเป็นเรื่องน่าขำที่ชาวยิวจะกล่าวหาใครก็ตามที่พูดเช่นนี้ว่า ?แอนตี้เซมิติค? (ต่อต้านเผ่าพันธุ์เซมิติค)
ความจริงแล้ว อิสลามก็ยอมรับความคิดเรื่องการถูกคัดเลือกของลูกหลานอิสราเอล แต่นั่นก็ในยุคของศาสดาและในห้วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของชาวยิวเท่านั้น ซึ่งเป็นอภิสิทธิ์ที่ได้หมดสิ้นไปแล้วเมื่อพวกยิวได้เปลี่ยนแปลงคัมภีร์ของพวกตนและไม่ได้ทำหน้าที่ชนชาติที่นำทางผู้คน ชนชาติที่น่าจะมีความเมตตาต่อมนุษยชาติ ลูกหลานของอิสราเอลรับความทุกข์ทรมานภายใต้การปกครองของฟาโรห์แต่อัลลอฮฺก็ได้ทรงช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจนข้ามทะเลแดงได้อย่างมหัศจรรย์
นี่คือทั้งหมดของความจำเริญที่คัมภีร์กุรอานเอ่ยถึง นอกจากนี้แล้วถึงแม้พวกยิวจะเนรคุณและไม่เป็นธรรมก็ตาม อัลลอฮฺก็ยังได้ส่งศาสดาอีกหลายคนมานำทางชาวยิวไปสู่หนทางที่ถูกต้อง แต่ถึงกระนั้นชาวยิวก็ยังคงฝ่าฝืนและหาหนทางที่จะหลบเลี่ยงหรือฝ่าฝืนคำบัญชาของอัลลอฮฺ แม้กระทั่งปฏิเสธพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมชาวยิวจึงต้องได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนครั้งแล้วครั้งเล่าและทำไมชาวยิวถึงต้องแตกกระจัดกระจายไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามอัลลอฮฺก็ยังทรงเมตตาและปรานีบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิดและหันกลับมาสู่หนทางที่ถูกต้องอีกด้วยการประทานคัมภีร์กุรอานลงมา
กล่าวโดยย่อแล้ว อิสลามปฏิเสธข้ออ้างของชาวยิวที่กล่าวว่าตนเองเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกให้เหนือกว่าคนอื่นซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าของบ่าวทุกคนของพระองค์ ชาวยิวมองพระเจ้าว่าเข้าข้างพวกตน เป็นพระเจ้าที่ถือเผ่าพันธุ์ ในขณะที่อิสลามเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงเมตตาต่อมนุษย์ทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือสีผิว ข้อความต่อไปนี้จากคัมภีร์กุรอานเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างดี
?โอ้มนุษย์เอ๋ย เราได้สร้างสูเจ้าจากเพศชายและเพศหญิง และเราได้ให้สูเจ้าแยกเป็นเผ่าเป็นตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้มีเกียรติยิ่งในหมู่สูเจ้าในทัศนะของอัลลอฮฺคือผู้ทียำเกรงยิ่งในหมู่สูเจ้า แท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน? (กุรอาน 49:13)

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

VDO Presentation โครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30