พิมพ์หน้านี้
|
คนดีที่ชื่อว่ายูซุฟ บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน คำพูดที่ว่า คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ นั้น เป็นความจริงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขอให้เป็นคนดีจริงๆเถอะ ลองอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ดูก็แล้วกัน กษัตริย์เฒ่ายอมรับความจริงและขอให้ยูซุฟลืมเรื่องนี้เสีย แม้เรื่องจะเกิดในวังและมีคนรู้เห็นเหตุการณ์ไม่กี่คน แต่วันรุ่งขึ้นเหตุการณ์นั้นก็เป็นที่โจษจันกันแซดในหมู่คุณหญิงคุณนายไฮโซแห่งยุคนั้น เมื่อถูกโจษจันมากเข้า ภรรยาสาวของกษัตริย์จึงต้องการจะสั่งสอนพวกคุณหญิงคุณนายปากหอยปากปูเหล่านั้นให้รู้สำนึกเสียบ้าง โดยนางได้เชิญพวกคุณหญิงคุณนายทั้งหลายที่ซุบซิบนินทานางมาร่วมงาน ขณะที่พวกคุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลายกำลังนั่งปอกเปลือกผลไม้อยู่นั้น นางได้สั่งให้คนรับใช้ไปเรียกยูซุฟเข้ามา เมื่อยูซุฟปรากฏกายในงานเลี้ยงที่มีแต่ผู้หญิงทั้งหมดเท่านั้นแหละครับ คุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลายต่างพากันตกตะลึงในความงามสง่าของรูปร่างหน้าตาของยูซุฟ บางคนถึงกับอุทานว่า โอ้มายก๊อด นี่เทวดาชัดๆ ไม่ใช่คนแน่ แต่อีกหลายคนตะลึงจนถึงกับทำมีดบาดนิ้วของตัวเองโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเช่นนั้น ภรรยาของเสนาบดีก็ถือว่างานเลี้ยงของนางสมประสงค์แล้ว นางได้พูดกับพวกผู้หญิงที่มาร่วมงานอย่างสะใจเหมือนกับจะบอกว่า เป็นไงล่ะ ถ้าพวกเธออยู่กับยูซุฟตามลำพังเหมือนกับฉัน พวกเธอก็คงจะอดใจไม่ได้เช่นกัน เมื่อยูซุฟเห็นความรู้สึกพิศวาสอาฆาตของนางแล้ว เขาถึงกับวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้เขาถูกจำคุกดีกว่าที่จะเป็นอิสระอยู่ใกล้นาง และหลังจากนั้นยูซุฟก็ถูกนำตัวไปขังคุกตามที่ต้องการ เพราะนางต้องการจะสั่งสอนเขาให้รู้ว่าการฝืนความต้องการของนางเป็นอย่างไร เมื่ออยู่ในคุก ยูซุฟได้รับญาณวิทยาพิเศษในการทำนายฝัน เขาทำนายฝันให้เพื่อนร่วมคุกสองคนว่า คนหนึ่งจะถูกประหารชีวิตและอีกคนหนึ่งจะรอดกลับไปเป็นคนรับใช้กษัตริย์เหมือนเดิม และการทำนายฝันของเขาเป็นจริง ทำนายฝันให้กษัตริย์ คืนหนึ่ง กษัตริย์แห่งอียิปต์ได้ฝันเห็นวัวตัวเมียรูปร่างผอมเจ็ดตัวกำลังกินวัวตัวเมียรูปร่างอ้วนเจ็ดตัวและเห็นรวงข้าวเขียวขจีเจ็ดรวงกับรวงข้าวที่แห้งลีบอีกเจ็ดรวง รุ่งเช้า กษัตริย์จึงให้ไปตามโหรหลวงมาเข้าเฝ้าเพื่อทำนายฝัน แต่ปรากฏว่าพวกโหรไม่สามารถทำนายความฝันได้ ในตอนนั้นเพื่อนร่วมคุกที่ยูซุฟทำนายว่า จะมีชีวิตรอดกลับมารับใช้เจ้านายเดิมอยู่ในที่นั้นด้วย เขานึกถึงยูซุฟขึ้นมาได้ จึงบอกกษัตริย์ว่ายูซุฟมีความรู้เรื่องการทำนายฝัน กษัตริย์จึงให้เขาไปตามตัวยูซุฟมา ยูซุฟรู้ความหมายของความฝันนั้นและได้บอกคำทำนายฝันให้อดีตเพื่อนร่วมคุกรู้เป็นเลาๆ แต่ถ้าเสนาบดีต้องการจะรู้ทั้งหมด เสนาบดีก็ต้องสอบสวนเพื่อสะสางล้างคำกล่าวหาที่ทำให้เขาต้องถูกจำคุกเสียก่อนเพื่อให้กษัตริย์มั่นใจว่าเขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อเจ้านาย ดังนั้น กษัตริย์จึงจัดให้มีการสอบสวนขึ้นและภรรยาของกษัตริย์ได้ยอมรับสารภาพว่านางเป็นผู้ผิดเอง เป็นผู้ปกครองอียิปต์ ยูซุฟได้ทำนายฝันว่าอีกเจ็ดปีข้างหน้า แผ่นดินอียิปต์จะแห้งแล้งเป็นเวลาเจ็ดปีติดต่อกันและเขารู้ว่าจะจัดการรับมือกับภาวะแห้งแล้งนั้นอย่างไร ดังนั้น ด้วยวัยชราประกอบกับเห็นความซื่อสัตย์ของยูซุฟ กษัตริย์ผู้ปกครองอียิปต์จึงได้มอบอำนาจทั้งหมดในการรับมือวิกฤตอาหารและความแห้งแล้งให้แก่ยูซุฟ ฐานะของยูซุฟในตอนนั้นมิใช่รัฐมนตรีเกษตรหรือรัฐมนตรีคลัง แต่เขามีฐานะไม่ต่างอะไรไปจากประมุขสูงสุดที่จะต้องรับผิดชอบต่อชะตากรรมของผู้คนในแผ่นดินอียิปต์ทั้งหมด ตลอดเวลาเจ็ดปีที่ขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในอียิปต์ ยูซุฟได้สั่งให้ประชาชนเพาะปลูกธัญพืชและเก็บเกี่ยวมาสะสมไว้ในกองคลังจนสามารถแน่ใจได้ว่า เมล็ดข้าวจะเพียงพอสำหรับประชาชนที่จะต้องเผชิญภาวะความแห้งแล้งในอีกเจ็ดปีข้างหน้า และเมื่อเจ็ดปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ผ่านไป ความแห้งแล้งอันยาวนานก็มาเยือนตามคำทำนายของเขา ไม่เพียงแต่เฉพาะในอียิปต์เท่านั้น แต่มันยังลามไปทั่วแผ่นดินรอบอียิปต์ เช่น ปาเลสไตน์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของยูซุฟด้วย ภาวะแห้งแล้งอย่างกว้างขวางทำให้ผู้คนรอบอียิปต์ต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากยูซุฟ ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีพวกพี่ๆของยูซุฟมาขอส่วนแบ่งเมล็ดข้าวจากอียิปต์ด้วย ยูซุฟจำพวกพี่ๆของเขาได้ แต่พวกพี่ๆของเขาจำยูซุฟไม่ได้ เพราะตอนที่ยูซุฟถูกพวกพี่ๆจับโยนลงบ่อน้ำนั้น เขาเพิ่งอายุ 17 ปี แต่ตอนที่เขาขึ้นมามีอำนาจในแผ่นดินนั้น เขาอายุได้ 38 แล้ว หน้าตาของเขาจึงเปลี่ยนไปบ้าง ยูซุฟจึงได้สอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับยะกู๊บพ่อของเขา เมื่อรู้ว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่ ยูซุฟก็ดีใจและได้ออกอุบายกักตัวบินยามินน้องชายไว้ เพื่อให้พวกพี่ๆของเขากลับไปรับพ่อและครอบครัวของเขาจากปาเลสไตน์มาอยู่ในอียิปต์ ภูมิหลังเรื่องราวของยูซุฟ เรื่องราวของยูซุฟเกิดขึ้นก่อนสมัยของโมเสสและพระเยซูนับหลายร้อยปีและมีบันทึกอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลที่ชาวยิวและชาวคริสเตียนอ่านกัน หลังสมัยพระเยซู เมื่อมุฮัมมัดประกาศตัวเป็นตัวเป็นนบีในอารเบียและได้อพยพจากนครมักก๊ะฮฺมายังมะดีนะฮฺ ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวคัมภีร์ไบเบิลในเวลานั้น ชาวคัมภีร์ที่เฝ้ารอการมาของศาสดาที่โมเสสและพระเยซูทำนายไว้ จึงได้ส่งคนมาพิสูจน์การเป็นนบีของท่านด้วยการตั้งคำถามว่า นบีมุฮัมมัดรู้สาเหตุที่พวกลูกหลานของอิสราเอลได้ย้ายไปอยู่ที่อียิปต์หรือไม่ เพราะคนพวกนี้รู้ว่านบีมุฮัมมัดอ่านหนังสือไม่ออก คงจะไม่รู้เรื่องราวในอดีตแน่นอน ดังนั้น เพื่อเป็นการยืนยันให้คนเหล่านั้นรู้ว่ามุฮัมมัดเป็นนบีที่โมเสสและพระเยซูทำนายไว้จริง พระเจ้าจึงได้ดลใจให้ท่านสาธยายเรื่องราวของยูซุฟให้คนพวกนี้ฟังกันสดๆเป็นฉากๆ และเรื่องราวของยูซุฟในเวอร์ชั่นของนบีมุฮัมมัดก็ถูกบันทึกในคัมภีร์กุรอานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้ยินคำตอบเป็นหลักฐานถึงขนาดนั้นแล้ว แต่เนื่องจากทิฐิทางด้านเผ่าพันธุ์และภูมิรู้ของชาวคัมภีร์ในเวลานั้น ส่วนใหญ่จึงปฏิเสธนบีมุฮัมมัด |
| ramadon | ||
เดือนรอมฎอน 1429 |
||
|
View All |
||
| VDO Presentation โครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน | ||
แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||