โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย การถือศีลอดได้ถูกบัญญัติแก่พวกเจ้า ดังที่เคยบัญญัติให้แก่ชนก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง” ซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 183
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2551
คนดีที่ชื่อว่า“ยูซุฟ”
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 154 , 15:56:52 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


คนดีที่ชื่อว่า“ยูซุฟ”

บทความโดยอาจารย์บรรจง  บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

คำพูดที่ว่า “คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” นั้น เป็นความจริงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขอให้เป็นคนดีจริงๆเถอะ ลองอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ดูก็แล้วกัน
“ยูซุฟ” เป็นลูกชายลำดับที่ 10 จากภรรยาหนึ่งในสี่คนของ “ยะกู๊บ” ผู้ได้ฉายาว่าอิสราเอล ครอบครัวของยูซุฟตั้งถิ่นฐานอยู่ในกันอาน หรือปาเลสไตน์ในปัจจุบัน เนื่องจากยูซุฟเป็นเด็กน่ารักและเป็นเด็กดีอีกด้วย พ่อของเขาจึงรักเขาเป็นพิเศษ และเพราะความรักจากพ่อนี้เองที่ทำให้พวกพี่ชายของเขาเกิดความริษยาจนถึงกับหลอกพ่อขอยูซุฟไปเที่ยวนอกหมู่บ้าน พอสบโอกาสพวกพี่ๆก็กำจัดยูซุฟด้วยการจับโยนลงในบ่อน้ำแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็เชือดแกะเอาเลือดทาเสื้อของเขากลับไปเป็นหลักฐานบอกพ่อว่า ยูซุฟถูกหมาป่าฆ่าแล้วลากตัวไป
ถ้าหมาป่ารู้เรื่องนี้เข้า มันคงด่าพวกพี่ๆของยูซุฟว่า “ไอ้ชาติคน” เป็นแน่
แผนสังหารตื้นๆของบรรดาลูกๆทำให้ยะกู๊บขมขื่น แต่เขาก็เก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกก็ได้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ญาณแห่งการเป็นนบีที่บอกให้เขารู้ว่า ยูซุฟลูกรักของเขายังมีชีวิตรอดและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ดังที่บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า “คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ยูซุฟยังมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ที่ก้นบ่อน้ำและคนในกองคาราวานที่มุ่งหน้าไปยังอียิปต์ได้มาพบเข้าและช่วยเขาขึ้นมา แต่ชะตากรรมของเขาต้องพลิกผันไปเมื่อเขาได้ถูกนำไปขายเป็นทาสให้แก่กษัตริย์แห่งอียิปต์ก่อนสมัยราชวงศ์ฟาโรห์
ถูกทดสอบเพราะรูปหล่อ
ยูซุฟเติบโตเป็นทาสหนุ่มรูปงามในวัง ขณะที่กษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายแก่ตัวลงทุกวัน ภรรยาสาวของกษัตริย์จึงเกิดความหลงใหลในตัวยูซุฟขึ้นมา วันหนึ่งขณะที่ภรรยาสาวของกษัตริย์เรียกยูซุฟมารับใช้ในห้อง นางไม่อาจควบคุมอารมณ์ใคร่ในตัวยูซุฟไว้ได้ จึงตรงเข้าไปกอดยูซุฟซึ่งๆหน้า แต่เพราะยูซุฟเกรงกลัวพระเจ้าและมีความกตัญญูต่อเจ้านาย เขาจึงหันหลังวิ่งหนีออกนอกห้อง แต่นางก็วิ่งตามมาดึงเสื้อด้านหลังของยูซุฟไว้จนฉีกขาด
จังหวะเดียวกันนั้นกษัตริย์และผู้ติดตามก็เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี นางจึงหาทางออกด้วยการโวยวายกล่าวหาว่ายูซุฟกำลังจะปลุกปล้ำ
เมื่อโดนแม่ไม้มายานี้เข้า ยูซุฟก็ถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงว่าตัวเองต้องมาเจอชะตากรรมเช่นนี้ แต่ก็ดังที่บอกไว้แต่แรกแล้วว่าคนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ผู้ติดตามรับใช้ได้แก้ต่างให้ว่ารอยเสื้อที่ถูกฉีกขาดทางด้านหลังเป็นหลักฐานยืนวันว่า ยูซุฟหันหลังหนี มิใช่วิ่งรี่เข้าใส่

กษัตริย์เฒ่ายอมรับความจริงและขอให้ยูซุฟลืมเรื่องนี้เสีย แม้เรื่องจะเกิดในวังและมีคนรู้เห็นเหตุการณ์ไม่กี่คน แต่วันรุ่งขึ้นเหตุการณ์นั้นก็เป็นที่โจษจันกันแซดในหมู่คุณหญิงคุณนายไฮโซแห่งยุคนั้น เมื่อถูกโจษจันมากเข้า ภรรยาสาวของกษัตริย์จึงต้องการจะสั่งสอนพวกคุณหญิงคุณนายปากหอยปากปูเหล่านั้นให้รู้สำนึกเสียบ้าง โดยนางได้เชิญพวกคุณหญิงคุณนายทั้งหลายที่ซุบซิบนินทานางมาร่วมงาน ขณะที่พวกคุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลายกำลังนั่งปอกเปลือกผลไม้อยู่นั้น นางได้สั่งให้คนรับใช้ไปเรียกยูซุฟเข้ามา เมื่อยูซุฟปรากฏกายในงานเลี้ยงที่มีแต่ผู้หญิงทั้งหมดเท่านั้นแหละครับ คุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลายต่างพากันตกตะลึงในความงามสง่าของรูปร่างหน้าตาของยูซุฟ บางคนถึงกับอุทานว่า “โอ้มายก๊อด นี่เทวดาชัดๆ ไม่ใช่คนแน่” แต่อีกหลายคนตะลึงจนถึงกับทำมีดบาดนิ้วของตัวเองโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเช่นนั้น ภรรยาของเสนาบดีก็ถือว่างานเลี้ยงของนางสมประสงค์แล้ว นางได้พูดกับพวกผู้หญิงที่มาร่วมงานอย่างสะใจเหมือนกับจะบอกว่า “เป็นไงล่ะ ถ้าพวกเธออยู่กับยูซุฟตามลำพังเหมือนกับฉัน พวกเธอก็คงจะอดใจไม่ได้เช่นกัน” เมื่อยูซุฟเห็นความรู้สึกพิศวาสอาฆาตของนางแล้ว เขาถึงกับวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้เขาถูกจำคุกดีกว่าที่จะเป็นอิสระอยู่ใกล้นาง และหลังจากนั้นยูซุฟก็ถูกนำตัวไปขังคุกตามที่ต้องการ เพราะนางต้องการจะสั่งสอนเขาให้รู้ว่าการฝืนความต้องการของนางเป็นอย่างไร เมื่ออยู่ในคุก ยูซุฟได้รับญาณวิทยาพิเศษในการทำนายฝัน เขาทำนายฝันให้เพื่อนร่วมคุกสองคนว่า คนหนึ่งจะถูกประหารชีวิตและอีกคนหนึ่งจะรอดกลับไปเป็นคนรับใช้กษัตริย์เหมือนเดิม และการทำนายฝันของเขาเป็นจริง ทำนายฝันให้กษัตริย์ คืนหนึ่ง กษัตริย์แห่งอียิปต์ได้ฝันเห็นวัวตัวเมียรูปร่างผอมเจ็ดตัวกำลังกินวัวตัวเมียรูปร่างอ้วนเจ็ดตัวและเห็นรวงข้าวเขียวขจีเจ็ดรวงกับรวงข้าวที่แห้งลีบอีกเจ็ดรวง รุ่งเช้า กษัตริย์จึงให้ไปตามโหรหลวงมาเข้าเฝ้าเพื่อทำนายฝัน แต่ปรากฏว่าพวกโหรไม่สามารถทำนายความฝันได้ ในตอนนั้นเพื่อนร่วมคุกที่ยูซุฟทำนายว่า จะมีชีวิตรอดกลับมารับใช้เจ้านายเดิมอยู่ในที่นั้นด้วย เขานึกถึงยูซุฟขึ้นมาได้ จึงบอกกษัตริย์ว่ายูซุฟมีความรู้เรื่องการทำนายฝัน กษัตริย์จึงให้เขาไปตามตัวยูซุฟมา ยูซุฟรู้ความหมายของความฝันนั้นและได้บอกคำทำนายฝันให้อดีตเพื่อนร่วมคุกรู้เป็นเลาๆ แต่ถ้าเสนาบดีต้องการจะรู้ทั้งหมด เสนาบดีก็ต้องสอบสวนเพื่อสะสางล้างคำกล่าวหาที่ทำให้เขาต้องถูกจำคุกเสียก่อนเพื่อให้กษัตริย์มั่นใจว่าเขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อเจ้านาย ดังนั้น กษัตริย์จึงจัดให้มีการสอบสวนขึ้นและภรรยาของกษัตริย์ได้ยอมรับสารภาพว่านางเป็นผู้ผิดเอง

เป็นผู้ปกครองอียิปต์ ยูซุฟได้ทำนายฝันว่าอีกเจ็ดปีข้างหน้า แผ่นดินอียิปต์จะแห้งแล้งเป็นเวลาเจ็ดปีติดต่อกันและเขารู้ว่าจะจัดการรับมือกับภาวะแห้งแล้งนั้นอย่างไร ดังนั้น ด้วยวัยชราประกอบกับเห็นความซื่อสัตย์ของยูซุฟ กษัตริย์ผู้ปกครองอียิปต์จึงได้มอบอำนาจทั้งหมดในการรับมือวิกฤตอาหารและความแห้งแล้งให้แก่ยูซุฟ ฐานะของยูซุฟในตอนนั้นมิใช่รัฐมนตรีเกษตรหรือรัฐมนตรีคลัง แต่เขามีฐานะไม่ต่างอะไรไปจากประมุขสูงสุดที่จะต้องรับผิดชอบต่อชะตากรรมของผู้คนในแผ่นดินอียิปต์ทั้งหมด ตลอดเวลาเจ็ดปีที่ขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในอียิปต์ ยูซุฟได้สั่งให้ประชาชนเพาะปลูกธัญพืชและเก็บเกี่ยวมาสะสมไว้ในกองคลังจนสามารถแน่ใจได้ว่า เมล็ดข้าวจะเพียงพอสำหรับประชาชนที่จะต้องเผชิญภาวะความแห้งแล้งในอีกเจ็ดปีข้างหน้า และเมื่อเจ็ดปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ผ่านไป ความแห้งแล้งอันยาวนานก็มาเยือนตามคำทำนายของเขา ไม่เพียงแต่เฉพาะในอียิปต์เท่านั้น แต่มันยังลามไปทั่วแผ่นดินรอบอียิปต์ เช่น ปาเลสไตน์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของยูซุฟด้วย ภาวะแห้งแล้งอย่างกว้างขวางทำให้ผู้คนรอบอียิปต์ต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากยูซุฟ ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีพวกพี่ๆของยูซุฟมาขอส่วนแบ่งเมล็ดข้าวจากอียิปต์ด้วย ยูซุฟจำพวกพี่ๆของเขาได้ แต่พวกพี่ๆของเขาจำยูซุฟไม่ได้ เพราะตอนที่ยูซุฟถูกพวกพี่ๆจับโยนลงบ่อน้ำนั้น เขาเพิ่งอายุ 17 ปี แต่ตอนที่เขาขึ้นมามีอำนาจในแผ่นดินนั้น เขาอายุได้ 38 แล้ว หน้าตาของเขาจึงเปลี่ยนไปบ้าง ยูซุฟจึงได้สอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับยะกู๊บพ่อของเขา เมื่อรู้ว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่ ยูซุฟก็ดีใจและได้ออกอุบายกักตัวบินยามินน้องชายไว้ เพื่อให้พวกพี่ๆของเขากลับไปรับพ่อและครอบครัวของเขาจากปาเลสไตน์มาอยู่ในอียิปต์ ภูมิหลังเรื่องราวของยูซุฟ เรื่องราวของยูซุฟเกิดขึ้นก่อนสมัยของโมเสสและพระเยซูนับหลายร้อยปีและมีบันทึกอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลที่ชาวยิวและชาวคริสเตียนอ่านกัน หลังสมัยพระเยซู เมื่อมุฮัมมัดประกาศตัวเป็นตัวเป็นนบีในอารเบียและได้อพยพจากนครมักก๊ะฮฺมายังมะดีนะฮฺ ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวคัมภีร์ไบเบิลในเวลานั้น ชาวคัมภีร์ที่เฝ้ารอการมาของศาสดาที่โมเสสและพระเยซูทำนายไว้ จึงได้ส่งคนมาพิสูจน์การเป็นนบีของท่านด้วยการตั้งคำถามว่า นบีมุฮัมมัดรู้สาเหตุที่พวกลูกหลานของอิสราเอลได้ย้ายไปอยู่ที่อียิปต์หรือไม่ เพราะคนพวกนี้รู้ว่านบีมุฮัมมัดอ่านหนังสือไม่ออก คงจะไม่รู้เรื่องราวในอดีตแน่นอน ดังนั้น เพื่อเป็นการยืนยันให้คนเหล่านั้นรู้ว่ามุฮัมมัดเป็นนบีที่โมเสสและพระเยซูทำนายไว้จริง พระเจ้าจึงได้ดลใจให้ท่านสาธยายเรื่องราวของยูซุฟให้คนพวกนี้ฟังกันสดๆเป็นฉากๆ และเรื่องราวของยูซุฟในเวอร์ชั่นของนบีมุฮัมมัดก็ถูกบันทึกในคัมภีร์กุรอานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้ยินคำตอบเป็นหลักฐานถึงขนาดนั้นแล้ว แต่เนื่องจากทิฐิทางด้านเผ่าพันธุ์และภูมิรู้ของชาวคัมภีร์ในเวลานั้น ส่วนใหญ่จึงปฏิเสธนบีมุฮัมมัด


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
musachiza วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 00.52 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

แวะมาอ่านครับ
http://www.oknation/blog/dragonball
ความคิดเห็นที่ 1
จิตราภรณ์ วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 16.37 น.
http://www.oknation.net/blog/jitrapon

ลงทะเบียน
อ่านแล้วค่ะ....
เหมือนเคยอ่านแต่เป็นนิทานน่ะค่ะ
ไม่ละเอียดขนาดนี้...
ชอบค่ะ..

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

VDO Presentation โครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30