พิมพ์หน้านี้
|
มนุษย์สิ่งมหัศจรรย์ตลอดกาล บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
โลกนี้มีสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่มากมายที่มนุษย์พยายามจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่ใครจะเฉลียวใจบ้างว่า สิ่งมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ มนุษย์นั่นเอง? ประมาณ 200 ปีที่แล้ว อัจฉริยะของโลกชื่อ ชาร์ลส ดาร์วิน ได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อพยายามศึกษาถึงแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดของมนุษย์ หลังจากที่ใช้เวลาอย่างยาวนานในการศึกษา สิ่งที่เขาสรุปออกมาก็คือ ทฤษฎีที่ดูถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์ว่ามีวิวัฒนาการมาจากลิง ทฤษฎีของชาร์ลส ดาร์วิน มิใช่วิทยาศาสตร์ แต่เป็นการคาดเดาและคัดค้านกับคำสอนของศาสนาซึ่งเป็นคำสอนของพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ ในคัมภีร์กุรอานซึ่งเป็นวจนะสุดท้ายของพระเจ้าได้พูดถึงการสร้างสรรค์มนุษย์ไว้อย่างน่าทึ่ง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมันเป็นความรู้ที่ออกมาจากปากของนบีมุฮัมมัดผู้ไม่รู้หนังสือเมื่อประมาณ 1,400 ปีที่แล้ว ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างสรรค์มนุษย์ในคัมภีร์กุรอานเกิดขึ้นจากการอภิปรายในเรื่องความเชื่อทางศาสนาระหว่างชาวคริสเตียนกับมุสลิม ทั้งนี้ เนื่องจากคณะตัวแทนชาวคริสเตียนจากแคว้นนัจญ์รอนในอารเบีย ซึ่งประกอบด้วยบาทหลวงและผู้ทรงความรู้ในศาสนาได้เดินทางมาพบท่านนบีมุฮัมมัด เพื่อพิสูจน์ว่าท่านเป็นนบีจริงดังคำทำนายของโมเสสและพระเยซูในคัมภีร์ที่พวกตนอ่านหรือไม่ เนื่องจากในเวลานั้น ความเชื่อในเรื่องตรีเอกานุภาพได้เกิดขึ้นแล้วในหมู่ชาวคริสเตียน ขณะเดียวกันชาวคริสเตียนเองก็มีความสับสนในเรื่องสถานภาพของพระเยซู บางคนถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า บางคนก็ถือว่าพระเยซูเป็นพระบุตร บาทหลวงคริสเตียนจึงได้ถามท่านนบีมุฮัมมัดเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องนี้ แต่เนื่องจากนบีมุฮัมมัดไม่รู้หนังสือ พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ดลใจให้ท่านได้กล่าวตอบผู้ถามเรื่องนี้ไปว่า พระเจ้านั้นมีองค์เดียว พระองค์ไม่พึงพาสิ่งใด พระองค์ไม่ได้เกิดมาจากผู้ใดและไม่ได้ถูกกำเนิดมาจากใคร และไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ ชาวคริสเตียนบางคนที่ร่วมมากับคณะถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า เพราะท่านกำเนิดมาอย่างมหัศจรรย์โดยไม่มีพ่อหรือเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ ดังนั้น พระเจ้าจึงได้ดลใจให้ท่านนบีมุฮัมมัดเล่าเรื่องราวการสร้างอาดัมเพื่อเป็นการโต้แย้งว่า ถ้าจะเอาเรื่องการกำเนิดอันมหัศจรรย์ของพระเยซูที่ถือเกิดโดยไม่มีพ่อมาเป็นเหตุผลในการยกพระเยซูเป็นพระเจ้า ทำไมจึงไม่ถือเอาอาดัมเป็นพระเจ้าบ้าง เพราะอาดัมถูกสร้างมาโดยไม่มีทั้งพ่อและแม่ แต่ในกรณีของพระเยซูนั้นถึงแม้จะไม่มีพ่อ แต่ก็ยังมีแม่ หลังจากนั้นคัมภีร์กุรอานก็ได้เล่าเรื่องการสร้างอาดัมตั้งแต่เริ่มต้นอย่างที่ไม่มีหนังสือหรือตำราใดๆของมนุษย์เคยบอกเล่าไว้ และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์จากคัมภีร์กุรอานนี้เองที่ทำให้มุสลิมผู้ศรัทธาในพระเจ้าไม่เสียเวลาไปศึกษาการสร้างมนุษย์จากแหล่งข้อมูลอื่นอีกแล้ว คัมภีร์กุรอานได้บอกเล่าถึงการสร้างสรรค์มนุษย์อย่างเป็นขั้นตอนและแฝงไว้ด้วยปรัชญาว่า พระเจ้าได้สร้างมนุษย์มาจากดินและได้ทรงเป่าวิญญาณเข้าไปในดินนั้น มนุษย์คนแรกจึงบังเกิดขึ้นโดยมีชื่อว่า อาดัม แต่ก่อนที่จะสร้างมนุษย์นั้น พระองค์ได้ประกาศว่าพระองค์จะสร้างมนุษย์ขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดดูแลโลกใบนี้ แล้วพระองค์ก็ทรงสร้างอาดัมขึ้นมา การสร้างสรรค์มนุษย์คนแรกนั้นเกิดขึ้นในอาณาจักรของพระองค์ซึ่งอยู่พ้นอายตนะ (ประสาทรับรู้) ทั้งห้าของมนุษย์ ด้วยการประกาศว่าจะให้มนุษย์เป็นตัวแทนของพระองค์บนหน้าแผ่นดินหรือบนโลกใบนี้ หากไม่มีความรู้ความสามารถ มนุษย์ก็ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจแห่งการเป็นตัวแทนได้ ดังนั้น ในตอนที่พระองค์ทรงเป่าวิญญาณเข้าไปในดินที่นำมาสร้างมนุษย์ พระองค์จึงได้ประทานคุณลักษณะบางอย่างเพียงบางส่วนของพระองค์ให้แก่มนุษย์ด้วย เช่น พระองค์ทรงเห็น พระองค์ก็ทรงให้มนุษย์มีตาสำหรับการมองเห็น พระองค์ทรงได้ยิน พระองค์ก็ให้มนุษย์มีหูสำหรับการได้ยิน พระองค์ทรงเมตตา พระองค์ก็ทรงให้มนุษย์มีจิตใจเมตตาด้วย เป็นต้น ดังนั้น อิสลามจึงถือว่าก่อนที่มนุษย์จะรู้จักตัวเอง มนุษย์จะต้องรู้จักพระเจ้าเสียก่อน ทั้งนี้ เพื่อที่มนุษย์จะได้เอาคุณสมบัติของพระเจ้าที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์มาใช้พัฒนาตัวตนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เท่านั้นยังไม่พอสำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นตัวแทนของพระเจ้าบนหน้าแผ่นดิน หลังจากสร้างอาดัมเป็นตัวตนแล้ว คัมภีร์กุรอานก็เล่าต่อว่าพระผู้เป็นเจ้าได้สอนความรู้ต่างๆให้แก่อาดัม ด้วยความรู้ที่ได้รับนี้เองที่ทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากสัตว์ ดังนั้น มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงเผ่าพันธุ์เดียวเท่านั้นที่ได้รับความรู้และมีวิวัฒนาการทางด้านความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากความรู้ต่างๆที่มนุษย์ได้รับ วิวัฒนาการทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ต่างหากที่อิสลามยอมรับ มิใช่วิวัฒนาการในด้านการสร้างสรรค์ หลังจากประทานความรู้ความสามารถให้แก่อาดัมบิดาแห่งมนุษยชาติแล้ว พระผู้เป็นเจ้าก็มีบัญชาให้ทุกสรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตยอมสยบและกราบนบนอบต่ออาดัม นั่นเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่าด้วยความรู้ความสามารถเพียงบางส่วนที่มนุษย์ได้รับจากพระเจ้านั้น มนุษย์สามารถที่จะควบคุมสัตว์ต่างๆและใช้ประโยชน์จากมัน สามารถที่จะเอาพลังของกระแสน้ำและกระแสลมมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น การผลิตไฟฟ้า เป็นต้น แต่เพื่อที่จะเตือนมนุษย์ให้รู้อยู่เสมอว่า อำนาจแห่งความรู้ความสามารถที่มนุษย์ได้รับมาจากพระเจ้านั้นเป็นเพียงน้อยนิดเท่านั้น พระเจ้าจึงได้แสดงฤทธานุภาพและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ให้มนุษย์ได้ประจักษ์แก่สายตาในรูปของแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นยักษ์และภัยพิบัติอื่นๆที่มนุษย์ไม่สามารถยับยั้งได้ ทั้งนี้ เพื่อที่มนุษย์จะได้ไม่ยโสโอหังตั้งตัวเป็นพระเจ้าโดยอาศัยความรู้ความสามารถของพระองค์มาใช้ในทางที่ผิด ทุกสรรพสิ่งยอมสยบกราบนบนอบต่ออาดัม ยกเว้นอิบลีสหัวหน้ามารร้ายที่ไม่ยอมทำตามคำบัญชาของพระเจ้า เมื่อถูกถามถึงเหตุผลของการปฏิเสธ มันตอบอย่างโอหังว่า อาดัมถูกสร้างมาจากดิน แต่มันถูกสร้างมาจากไฟ เผ่าพันธุ์ของมันเหนือกว่าอาดัม มันจึงไม่ยอมก้มกราบต่ออาดัม ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกเนรเทศออกจากอาณาจักรของพระองค์เพื่อรอการลงโทษ แต่ก่อนที่มันจะออกมา มันได้ขอพระเจ้าให้ประวิงเวลาลงโทษมันจนถึงวันสิ้นโลกและมันจะหลอกลวงลูกหลานของอาดัม เพื่อให้พระองค์ได้เห็นว่าลูกหลานของอาดัมหรือมนุษย์นั้นมีน้อยคนนักที่จะกตัญญูต่อพระองค์ มารร้ายได้รับอนุญาตให้ทำตามที่ขอ แต่ไม่มีอำนาจบังคับมนุษย์ให้ทำตามความต้องการของมัน มารร้ายเริ่มต้นหลอกลวงอาดัมและฮาวาให้ฝ่าฝืนพระเจ้าโดยเข้าใกล้ต้นไม้ที่พระองค์ทรงห้ามไว้ ทั้งสองจึงถูกส่งมายังโลกนี้เพื่อออกลูกแพร่หลานขยายเผ่าพันธุ์มนุษย์ และนับแต่นั้นมา มารร้ายยังคงทำหน้าที่หลอกลวงมนุษย์ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่มีวันหยุด มารร้ายหลอกลวงมนุษย์ในขณะที่มนุษย์ยังมีชีวิต มันไม่หลอกลวงคนตายที่ไร้วิญญาณ ดังนั้น การต่อสู้ของมนุษย์บนโลกใบนี้จึงเป็นการต่อสู้ทางวิญญาณโดยแท้ การศึกษาใดๆที่ตัดขาดจากความรู้ทางด้านจิตวิญญาณ จึงไม่มีวันที่จะรู้เท่าทันแผนการของมารร้ายและมีแต่จะพ่ายแพ้สถานเดียว |
| ขอเชิญร่วมงานเปิดฟ้าอิสลาม 2 | ||
งานเปิดฟ้าอิสลาม 2 |
||
|
View All |
||
| AD เปิดฟ้าอิสลาม ชุด"กันเอง" | ||
งานเปิดฟ้าอิสลาม 2 โดยโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||