โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
"เขามิได้ออกเดินทางไปในแผ่นดินดอกหรือ เพื่อหัวใจจะได้พิจารณาเพื่อพวกเขาเอง หรือมีหูก็เพียงสดับฟังมัน เพราะแท้จริงการมองของนัยน์ตานั้น มิมอดดอก แต่หัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่มอด"(อัลกุรอาน 22:46)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551
“มนุษย์”สิ่งมหัศจรรย์ตลอดกาล
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 359 , 09:34:53 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


“มนุษย์”สิ่งมหัศจรรย์ตลอดกาล

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

โลกนี้มีสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่มากมายที่มนุษย์พยายามจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่ใครจะเฉลียวใจบ้างว่า สิ่งมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ มนุษย์นั่นเอง?
เพราะสิ่งก่อสร้างอันมหัศจรรย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพีระมิด กำแพงเมืองจีน หรือทัชมาฮาล ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น แต่มนุษย์มิได้สิ่งที่มนุษย์ด้วยกันเองสร้างขึ้นมา
มนุษย์รู้จักความเป็นมาของสิ่งก่อสร้างอันมหัศจรรย์และรู้ว่าใครเป็นผู้ก่อสร้าง ถึงแม้สิ่งมหัศจรรย์บางอย่างมนุษย์ยังคงหาชื่อผู้สร้างที่แท้จริงไม่ได้ แต่มนุษย์ก็ยอมรับว่ามนุษย์นั่นแหละเป็นคนสร้าง แม้จะมีคนวิตถารเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างถูกสร้างโดยมนุษย์ต่างดาว แต่นั่นก็เป็นการยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีผู้สร้าง
มนุษย์จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์ด้วยกันสนใจศึกษามานานแล้ว ทั้งทางด้านกายภาพ จิตใจ พฤติกรรม สังคม วิญญาณและการสร้างสรรค์ แต่จนทุกวันนี้แค่การศึกษาทางด้านกายภาพเพียงอย่างเดียว มนุษย์ก็ยังศึกษากันไม่หมด ยิ่งศึกษามากเท่าใด มนุษย์ก็ยิ่งพบสิ่งมหัศจรรย์มากขึ้น และยิ่งรู้ว่าตัวเองมีความรู้เรื่องมนุษย์น้อยมาก ยิ่งเรื่องวิญญาณและการสร้างมนุษย์ด้วยแล้ว มนุษย์แทบจะไม่มีความรู้อะไรเลย
ดังนั้น ถ้ามนุษย์จะไปหาความรู้เรื่องการสร้างสรรค์มนุษย์จากมนุษย์ด้วยกันเอง ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือใครก็ตาม มนุษย์ก็จะไม่ได้ความจริง หรือได้รับความรู้ผิดๆ จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์เอง เพราะมนุษย์ได้รับความรู้จากแหล่งข้อมูลที่ผิดมาตั้งแต่ต้น

ประมาณ 200 ปีที่แล้ว อัจฉริยะของโลกชื่อ “ชาร์ลส ดาร์วิน” ได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อพยายามศึกษาถึงแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดของมนุษย์ หลังจากที่ใช้เวลาอย่างยาวนานในการศึกษา สิ่งที่เขาสรุปออกมาก็คือ ทฤษฎีที่ดูถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์ว่ามีวิวัฒนาการมาจากลิง ทฤษฎีของชาร์ลส ดาร์วิน มิใช่วิทยาศาสตร์ แต่เป็นการคาดเดาและคัดค้านกับคำสอนของศาสนาซึ่งเป็นคำสอนของพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ ในคัมภีร์กุรอานซึ่งเป็นวจนะสุดท้ายของพระเจ้าได้พูดถึงการสร้างสรรค์มนุษย์ไว้อย่างน่าทึ่ง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมันเป็นความรู้ที่ออกมาจากปากของนบีมุฮัมมัดผู้ไม่รู้หนังสือเมื่อประมาณ 1,400 ปีที่แล้ว ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างสรรค์มนุษย์ในคัมภีร์กุรอานเกิดขึ้นจากการอภิปรายในเรื่องความเชื่อทางศาสนาระหว่างชาวคริสเตียนกับมุสลิม ทั้งนี้ เนื่องจากคณะตัวแทนชาวคริสเตียนจากแคว้นนัจญ์รอนในอารเบีย ซึ่งประกอบด้วยบาทหลวงและผู้ทรงความรู้ในศาสนาได้เดินทางมาพบท่านนบีมุฮัมมัด เพื่อพิสูจน์ว่าท่านเป็นนบีจริงดังคำทำนายของโมเสสและพระเยซูในคัมภีร์ที่พวกตนอ่านหรือไม่ เนื่องจากในเวลานั้น ความเชื่อในเรื่องตรีเอกานุภาพได้เกิดขึ้นแล้วในหมู่ชาวคริสเตียน ขณะเดียวกันชาวคริสเตียนเองก็มีความสับสนในเรื่องสถานภาพของพระเยซู บางคนถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า บางคนก็ถือว่าพระเยซูเป็นพระบุตร บาทหลวงคริสเตียนจึงได้ถามท่านนบีมุฮัมมัดเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องนี้ แต่เนื่องจากนบีมุฮัมมัดไม่รู้หนังสือ พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ดลใจให้ท่านได้กล่าวตอบผู้ถามเรื่องนี้ไปว่า “พระเจ้านั้นมีองค์เดียว พระองค์ไม่พึงพาสิ่งใด พระองค์ไม่ได้เกิดมาจากผู้ใดและไม่ได้ถูกกำเนิดมาจากใคร และไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์” ชาวคริสเตียนบางคนที่ร่วมมากับคณะถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า เพราะท่านกำเนิดมาอย่างมหัศจรรย์โดยไม่มีพ่อหรือเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ ดังนั้น พระเจ้าจึงได้ดลใจให้ท่านนบีมุฮัมมัดเล่าเรื่องราวการสร้างอาดัมเพื่อเป็นการโต้แย้งว่า ถ้าจะเอาเรื่องการกำเนิดอันมหัศจรรย์ของพระเยซูที่ถือเกิดโดยไม่มีพ่อมาเป็นเหตุผลในการยกพระเยซูเป็นพระเจ้า ทำไมจึงไม่ถือเอาอาดัมเป็นพระเจ้าบ้าง เพราะอาดัมถูกสร้างมาโดยไม่มีทั้งพ่อและแม่ แต่ในกรณีของพระเยซูนั้นถึงแม้จะไม่มีพ่อ แต่ก็ยังมีแม่ หลังจากนั้นคัมภีร์กุรอานก็ได้เล่าเรื่องการสร้างอาดัมตั้งแต่เริ่มต้นอย่างที่ไม่มีหนังสือหรือตำราใดๆของมนุษย์เคยบอกเล่าไว้ และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์จากคัมภีร์กุรอานนี้เองที่ทำให้มุสลิมผู้ศรัทธาในพระเจ้าไม่เสียเวลาไปศึกษาการสร้างมนุษย์จากแหล่งข้อมูลอื่นอีกแล้ว คัมภีร์กุรอานได้บอกเล่าถึงการสร้างสรรค์มนุษย์อย่างเป็นขั้นตอนและแฝงไว้ด้วยปรัชญาว่า พระเจ้าได้สร้างมนุษย์มาจากดินและได้ทรงเป่าวิญญาณเข้าไปในดินนั้น มนุษย์คนแรกจึงบังเกิดขึ้นโดยมีชื่อว่า “อาดัม” แต่ก่อนที่จะสร้างมนุษย์นั้น พระองค์ได้ประกาศว่าพระองค์จะสร้างมนุษย์ขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดดูแลโลกใบนี้ แล้วพระองค์ก็ทรงสร้างอาดัมขึ้นมา การสร้างสรรค์มนุษย์คนแรกนั้นเกิดขึ้นในอาณาจักรของพระองค์ซึ่งอยู่พ้นอายตนะ (ประสาทรับรู้) ทั้งห้าของมนุษย์

ด้วยการประกาศว่าจะให้มนุษย์เป็นตัวแทนของพระองค์บนหน้าแผ่นดินหรือบนโลกใบนี้ หากไม่มีความรู้ความสามารถ มนุษย์ก็ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจแห่งการเป็นตัวแทนได้ ดังนั้น ในตอนที่พระองค์ทรงเป่าวิญญาณเข้าไปในดินที่นำมาสร้างมนุษย์ พระองค์จึงได้ประทานคุณลักษณะบางอย่างเพียงบางส่วนของพระองค์ให้แก่มนุษย์ด้วย เช่น พระองค์ทรงเห็น พระองค์ก็ทรงให้มนุษย์มีตาสำหรับการมองเห็น พระองค์ทรงได้ยิน พระองค์ก็ให้มนุษย์มีหูสำหรับการได้ยิน พระองค์ทรงเมตตา พระองค์ก็ทรงให้มนุษย์มีจิตใจเมตตาด้วย เป็นต้น ดังนั้น อิสลามจึงถือว่าก่อนที่มนุษย์จะรู้จักตัวเอง มนุษย์จะต้องรู้จักพระเจ้าเสียก่อน ทั้งนี้ เพื่อที่มนุษย์จะได้เอาคุณสมบัติของพระเจ้าที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์มาใช้พัฒนาตัวตนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เท่านั้นยังไม่พอสำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นตัวแทนของพระเจ้าบนหน้าแผ่นดิน หลังจากสร้างอาดัมเป็นตัวตนแล้ว คัมภีร์กุรอานก็เล่าต่อว่าพระผู้เป็นเจ้าได้สอนความรู้ต่างๆให้แก่อาดัม ด้วยความรู้ที่ได้รับนี้เองที่ทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากสัตว์ ดังนั้น มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงเผ่าพันธุ์เดียวเท่านั้นที่ได้รับความรู้และมีวิวัฒนาการทางด้านความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากความรู้ต่างๆที่มนุษย์ได้รับ วิวัฒนาการทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ต่างหากที่อิสลามยอมรับ มิใช่วิวัฒนาการในด้านการสร้างสรรค์ หลังจากประทานความรู้ความสามารถให้แก่อาดัมบิดาแห่งมนุษยชาติแล้ว พระผู้เป็นเจ้าก็มีบัญชาให้ทุกสรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตยอมสยบและกราบนบนอบต่ออาดัม นั่นเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่าด้วยความรู้ความสามารถเพียงบางส่วนที่มนุษย์ได้รับจากพระเจ้านั้น มนุษย์สามารถที่จะควบคุมสัตว์ต่างๆและใช้ประโยชน์จากมัน สามารถที่จะเอาพลังของกระแสน้ำและกระแสลมมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น การผลิตไฟฟ้า เป็นต้น แต่เพื่อที่จะเตือนมนุษย์ให้รู้อยู่เสมอว่า อำนาจแห่งความรู้ความสามารถที่มนุษย์ได้รับมาจากพระเจ้านั้นเป็นเพียงน้อยนิดเท่านั้น พระเจ้าจึงได้แสดงฤทธานุภาพและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ให้มนุษย์ได้ประจักษ์แก่สายตาในรูปของแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นยักษ์และภัยพิบัติอื่นๆที่มนุษย์ไม่สามารถยับยั้งได้ ทั้งนี้ เพื่อที่มนุษย์จะได้ไม่ยโสโอหังตั้งตัวเป็นพระเจ้าโดยอาศัยความรู้ความสามารถของพระองค์มาใช้ในทางที่ผิด ทุกสรรพสิ่งยอมสยบกราบนบนอบต่ออาดัม ยกเว้นอิบลีสหัวหน้ามารร้ายที่ไม่ยอมทำตามคำบัญชาของพระเจ้า เมื่อถูกถามถึงเหตุผลของการปฏิเสธ มันตอบอย่างโอหังว่า อาดัมถูกสร้างมาจากดิน แต่มันถูกสร้างมาจากไฟ เผ่าพันธุ์ของมันเหนือกว่าอาดัม มันจึงไม่ยอมก้มกราบต่ออาดัม ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกเนรเทศออกจากอาณาจักรของพระองค์เพื่อรอการลงโทษ แต่ก่อนที่มันจะออกมา มันได้ขอพระเจ้าให้ประวิงเวลาลงโทษมันจนถึงวันสิ้นโลกและมันจะหลอกลวงลูกหลานของอาดัม เพื่อให้พระองค์ได้เห็นว่าลูกหลานของอาดัมหรือมนุษย์นั้นมีน้อยคนนักที่จะกตัญญูต่อพระองค์ มารร้ายได้รับอนุญาตให้ทำตามที่ขอ แต่ไม่มีอำนาจบังคับมนุษย์ให้ทำตามความต้องการของมัน มารร้ายเริ่มต้นหลอกลวงอาดัมและฮาวาให้ฝ่าฝืนพระเจ้าโดยเข้าใกล้ต้นไม้ที่พระองค์ทรงห้ามไว้ ทั้งสองจึงถูกส่งมายังโลกนี้เพื่อออกลูกแพร่หลานขยายเผ่าพันธุ์มนุษย์ และนับแต่นั้นมา มารร้ายยังคงทำหน้าที่หลอกลวงมนุษย์ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่มีวันหยุด มารร้ายหลอกลวงมนุษย์ในขณะที่มนุษย์ยังมีชีวิต มันไม่หลอกลวงคนตายที่ไร้วิญญาณ ดังนั้น การต่อสู้ของมนุษย์บนโลกใบนี้จึงเป็นการต่อสู้ทางวิญญาณโดยแท้ การศึกษาใดๆที่ตัดขาดจากความรู้ทางด้านจิตวิญญาณ จึงไม่มีวันที่จะรู้เท่าทันแผนการของมารร้ายและมีแต่จะพ่ายแพ้สถานเดียว


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

AD เปิดฟ้าอิสลาม ชุด"กันเอง"

งานเปิดฟ้าอิสลาม 2 โดยโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30