พิมพ์หน้านี้
|
กอร์โดบา, เพชรแห่งยุโรปของโลกสมัยกลาง Cordoba, European Jewel of the Middle Ages แปลโดย ลานา อัมรีล เมืองกอร์โดบา สเปน เป็นเพชรเม็ดงามของยุโรปในโลกสมัยกลาง เมืองที่ทำให้ผู้มาเยือนจากยุโรปทางด้านเหนือต้องพิศวงงงงวย ทั้งนักปราชญ์และพ่อค้าในธุรกิจหนังสือต่างก็หลั่งไหลกันเข้าไปยังเมืองนี้ กอร์โดบากลายเป็นศูนย์กลางด้านศิลปวิทยาการของโลกตะวันตกในศตวรรษที่ 10 เทรนด์บอกว่ากอร์โดบาเป็น เมืองที่ศิวิไลซ์ที่สุดของยุโรป อัศจรรย์ และยอมรับกันว่าเป็นเวียนนาแห่งคาบสมุทรบอลข่าน ถนนในเมืองกอร์โดบาปูลาดอย่างดี มีโคมไฟตลอดแนวสองฟากถนนยามค่ำคืน ผู้คนสามารถเดินไปบนถนนไกลถึง 10 ไมล์ได้โดยมีไฟทางส่องสว่างและอาคารบ้านเรือนตลอดสองฟากถนน หนึ่งในสิ่งก่อสร้างสมัยกาหลิบอับดุลราฮ์มานที่ 1 (Abd ar-Rahman I อารบิก: عبد الرحمن الداخل ค.ศ.731-788 ครองราชย์ค.ศ.756-788 ได้รับสมญานามว่า เหยี่ยวแห่งอันดาลุส หรือ เหยี่ยวแห่งกุรอยช์) ได้แก่ทางน้ำที่ลำเลียงน้ำสะอาดเข้าสู่เมืองกอร์โดบาไปยังบ้านเรือนทุกหลัง, สวนสวย, น้ำพุ, และสถานอาบน้ำสาธารณะ กอร์โดบายังขึ้นชื่อด้านอุทยานแสนสวยและทางเดินเล่นน่ารื่นรมย์ แถมในรัชสมัยกาหลิบอัลฮากัมที่ 2 (ค.ศ.915-976 ครองราชย์ค.ศ.961-976) กอร์โดบามีห้องสมุดสาธารณะ 70 แห่ง และสถานอาบน้ำสาธารณะ 900 แห่ง หนึ่งในบรรดาห้องสมุดขนาดใหญ่ได้แก่ห้องสมุดของมัสยิดกลางแห่งกอร์โดบาซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ และเมื่อใดที่กษัตริย์คริสเตียนจากเมืองลีออง, นาบาร์รา, และบาร์เซโลนา ต้องการตัวศัลยแพทย์ สถาปนิก หรือช่างเสื้อละก็ พวกเขาจะนึกถึงกอร์โดบาทันที ชาวคริสต์ที่อาศัยในกอร์โดบาเองก็มีวิถีชีวิตแบบชาวมุสลิมตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 9 พวกเขานิยมอ่านนิยายและบทกวีอาหรับ ศึกษาปรัชญาและหลักการศาสนาของชาวมุสลิม ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิม กอร์โดบาเป็นศูนย์กลางวรรณกรรมของโลกสมัยกลาง เป็นโรงเรียนแห่งจริยวัตรอันงดงาม, บ้านแห่งวิทยาศาสตร์และศิลปะ, ทำให้ชาวมุสลิมทุกคนเกรงขาม, ทำให้เหล่านักปราชญ์เลื่อมใส, และสร้างความรู้สึกผสมผสานให้เกิดขึ้นแก่พวกป่าเถื่อนในยุโรปตะวันตก คือทั้งประหลาดใจและหวาดหวั่น
รูปปั้นกาหลิบอับดุลราฮ์มานที่ 1 ที่เมืองอัลมูนีคา (Almuñécar) กรานาดา สเปน กาหลิบพระองค์นี้เป็นผู้ก่อตั้งรัฐอิสลามแห่งกอร์โดบา ท่านลี้ภัยการเมืองจากดามัสกัส ซีเรีย มายังกอร์โดบาในปีค.ศ.755 และขึ้นฝั่งสเปนที่เมืองอัลมูนีคานี่เอง เมืองนี้ก็เลยทำรูปปั้นเพื่อเป็นการรำลึก อัลมูนีคา มาจากภาษาอารบิก อัลมูนากับ แปลว่าเมืองป้อมปราการหรือเมืองที่แวดล้อมไปด้วยภูเขา เมืองนี้อยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิมเกือบ 800 ปี ตั้งแต่ปีค.ศ.711-1489 ที่มา: Cordoba, European Jewel of the Middle Ages. Foundation for Science Technology and Civilization (FSTC Limited): |
| ramadon | ||
เดือนรอมฎอน 1429 |
||
|
View All |
||
| VDO Presentation โครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน | ||
แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจ มูลนิธิสันติชน |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||