โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
"เขามิได้ออกเดินทางไปในแผ่นดินดอกหรือ เพื่อหัวใจจะได้พิจารณาเพื่อพวกเขาเอง หรือมีหูก็เพียงสดับฟังมัน เพราะแท้จริงการมองของนัยน์ตานั้น มิมอดดอก แต่หัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่มอด"(อัลกุรอาน 22:46)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2551
ช่วยกันดูแลชีวิต
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 121 , 18:18:33 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


ช่วยกันดูแลชีวิต

บทความโดยอาจารย์บรรจง  บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ลัทธิทุนนิยมกับลัทธิคอมมิวนิสต์มีความคิดเหมือนกันในตอนเริ่มแรก แต่เมื่อมาถึงเรื่องกรรมสิทธิ์ สองลัทธินี้ก็ห้ำหั่นกันจนผู้คนในสองค่าย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้หญิงหรือผู้ชาย ต้องสังเวยชีวิตไปนับสิบล้านคน

ลัทธิทุนนิยมคิดว่าทรัพยากรบนโลกนี้เป็นของมนุษย์ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ดังนั้น ใครที่มือใหญ่และยาวกว่า คนนั้นก็ย่อมกอบโดยได้มากกว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นความแตกต่างกันอย่างลิบลับระหว่างเศรษฐีกับยาจกได้อย่างชัดเจนในระบบทุนนิยม

ส่วนลัทธิคอมมิวนิสต์ก็คิดเหมือนกันว่า ทรัพยากรบนโลกใบนี้เป็นของมนุษย์เช่นกัน ดังนั้น รัฐจะเป็นผู้ทำหน้าที่แบ่งปันทรัพยากรที่มีอยู่แก่มนุษย์เท่าๆกัน ด้วยเหตุนี้คนมีความรู้ความสามารถจึงไม่อยากจะคิดหรือสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ เพราะทำไปก็ได้ผลตอบแทนไม่ต่างไปจากการใช้แรงงาน ลัทธิคอมมิวนิสต์ในอุดมคติจึงอยู่ไม่ได้และต้องล่มสลายไป

ไม่เพียงแต่เรื่องทรัพยากรทางวัตถุเท่านั้น แม้แต่เรื่องชีวิต ลัทธิทุนนิยมก็คิดว่าชีวิตเป็นกรรมสิทธิ์ของมนุษย์ พูดง่ายๆก็คือ “ชีวิตเป็นของกู กูจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ เรื่องของกู กูจะทำร้ายทำลายชีวิตอย่างไรก็ได้ เรื่องของกู”

ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็คิดว่า ชีวิตมนุษย์เป็นของรัฐ รัฐจะเป็นผู้จัดการชีวิตให้เอง ถ้าหากมนุษย์ไม่ชอบใช้ชีวิตไปตามอุดมการณ์ของรัฐ รัฐก็จะจัดหาที่อยู่ในโลกหน้าให้

ชีวิตเป็นของเอ็งเมื่อไหร่วะ?
ถ้ามนุษย์สร้างสิ่งใดขึ้นมาแล้วอ้างว่า สิ่งนั้นเป็นของตนเองก็เป็นเรื่องชอบธรรม แต่ถ้ามนุษย์ไม่ได้สร้างสิ่งใดขึ้นมา แล้วมาอ้างว่าสิ่งนั้นเป็นของตนเองก็ถือว่าขี้โกง

เมื่อมนุษย์ไม่ได้สร้างชีวิตขึ้นมา แล้วมนุษย์จะมาอ้างว่าชีวิตเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองได้อย่างไร?
ชีวิตเป็นของพระเจ้าต่างหาก ชีวิตมนุษย์มิได้เริ่มมีขึ้นเมื่อตอนมนุษย์เกิด และชีวิตก็ไม่ได้สิ้นสุดในตอนมนุษย์ตาย แต่ชีวิตมีอยู่ก่อนแล้วในรูปของวิญญาณ ซึ่งทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจล่วงรู้ได้ว่ามันคืออะไร เมื่อวิญญาณแต่ละดวงถูกส่งมารวมกับก้อนเลือดในครรภ์ของมารดาได้ 120 วัน มนุษย์จึงมีสภาพเป็น “ตัวตน” เพื่อที่จะออกมาทำหน้าที่ หรือมีบทบาทบนโลกใบนี้ในอีกห้าเดือนข้างหน้า

มนุษย์มีหน้าที่รักษาชีวิต
เมื่อชีวิตเป็นของพระเจ้า มนุษย์จึงมีหน้าที่ต้องรักษาชีวิตให้อยู่ในตัวเองนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ไม่เพียงแต่ชีวิตของตัวเองเท่านั้น แต่ยังจะต้องรักษาชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าชีวิตของคน หรือสัตว์ให้อยู่ยาวนานด้วย หากจำเป็นจะเอาชีวิตใครก็ต้องได้รับการอนุมัติจากพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของชีวิตที่แท้จริงเสียก่อน
สำนึกแห่งการรักษาชีวิตนี้มีอยู่ในตัวตนของมนุษย์ผู้มีความเชื่อในพระเจ้าและโลกหน้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว คนจนในอินเดียยอมทนทุกข์ทรมาน เพราะความอดอยากยากจนโดยไม่ปลิดชีวิตของตัวเองก็เพราะเคารพในกรรมสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของชีวิต แม้บางคนจะมานอนกลางถนนในสภาพไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่เพื่อให้รถทับปลิดชีวิตของตนเองไปจากโลกนี้ แต่ก็ไม่รถยนต์คันใดกล้าทับ เพราะความเคารพในกรรมสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของชีวิตเช่นกัน

ความสำนึกในการรักษาชีวิตมนุษย์นี้พัฒนาสูงขึ้นอีกจนถูกกำหนดให้เป็นจรรยาแพทย์ที่มีหน้าที่ต้องรักษาชีวิตคนไข้อย่างสุดกำลัง แม้คนไข้นั้นพยายามจะปลิดชีวิตตัวเองมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
สำนึกในการดูแลรักษาชีวิตให้อยู่ยืนนานในตัวตนมนุษย์นี้เองที่ทำให้มีการพัฒนาตัวยาและวิธีการบำบัดรักษาโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน

รักษาชีวิตให้สะอาดด้วย
การรักษาชีวิตของตนเองและผู้อื่นให้ยืนยาวนั้นยังไม่เป็นการเพียงพอ แต่มนุษย์ยังต้องรักษาวิญญาณของตัวเองและของคนอื่นให้สะอาดผ่องแผ้วด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของชีวิตมนุษย์นั่นเอง เพราะวิญญาณสกปรก หรือวิญญาณชั่วไม่เคยบงการให้อวัยวะของมนุษย์ทำความดีและวิญญาณที่สะอาดผ่องแผ้วก็ไม่เคยบงการให้มนุษย์ทำความชั่ว

เนื่องจากสำนึกส่วนนี้ของมนุษย์มักจะถูกมลทินต่างๆเกาะจับ ดังนั้น ผู้เป็นเจ้าของชีวิตจึงได้ให้มีศาสดาหรือบุคคลทางศาสนาขึ้นในหมู่มนุษยชาติเพื่อบอกวิธีการขัดเกลาจิตวิญญาณให้สะอาดผ่องแผ้ว

การที่คำสอนของศาสนากำหนดให้มนุษย์ปฏิบัติศาสนกิจ ส่งให้ทำความดีและห้ามทำความชั่วนั้นก็เพื่อเป็นการขัดเกลาวิญญาณของมนุษย์ให้สะอาดผ่องแผ้วและไม่ทำให้วิญญาณของคนอื่นสกปรกนั่นเอง เช่น การกำหนดแต่งกายที่รัดกุมปกปิดมิดชิดไม่อวดเรือนร่าง นอกจากจะเป็นการขัดเกลาตนเองให้พ้นจากมลทินแห่งความโอ้อวดและไม่ละอายแล้ว ยังเป็นการป้องกันคนอื่นมิให้มีความคิดจิตใจใฝ่ชั่วด้วย

พาชีวิตให้ถึงฝั่งฝัน
ชีวิตมนุษย์ไม่ได้สิ้นสุดลงตรงความตาย เพราะถ้าชีวิตจบลงแค่เพียงโลกนี้ มนุษย์ก็จะไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะคนที่ทำความดีไว้แล้วยังไม่ได้รับการตอบแทนความดียังมีอีกมาก ขณะเดียวกันคนชั่วที่ตายไปโดยยังไม่ถูกลงโทษหรือถูกลงโทษไม่สาสมก็ยังมีมากกว่านั้นเสียอีก

ขณะที่อยู่ในร่างของมนุษย์ วิญญาณคือผู้ลงมือกระทำโดยอาศัยอวัยวะของมนุษย์ทุกส่วน ดังนั้น วิญญาณจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้ เมื่อวิญญาณได้ลิ้มรสความตายแล้ว วิญญาณยังคงต้องเดินทางไปยังสถานที่สุดท้ายแห่งชะตากรรมของมันและชะตากรรมของวิญญาณ ซึ่งเป็นชีวิตที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของวิญญาณขณะที่อยู่ในเรือนร่างของมนุษย์นั่นเอง

การฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้งหนึ่งหลังความตายในสภาพของเนื้อหนังอย่างปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากเกินความเข้าใจของมนุษย์ น้ำในห้วยหนองคลองบึงและในมหาสมุทรถูกแสงแดดแผดเผาจนกลายเป็นไอลอยขึ้นไปจับกันจนเป็นก้อนเมฆหนาทึบ และเมื่อก้อนเมฆนั้นลอยต่ำลงมากระทบกับความเย็น เมฆนั้นก็กลับกลายมาเป็นน้ำที่ตกลงมาบนโลกนี้อีกครั้งหนึ่ง แล้วไฉนเนื้อหนังและกระดูกที่เปื่อยยุ่ยผุพังไปแล้วจะถูกทำให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้งหนึ่งไม่ได้?


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

AD เปิดฟ้าอิสลาม ชุด"กันเอง"

งานเปิดฟ้าอิสลาม 2 โดยโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31