โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
"เขามิได้ออกเดินทางไปในแผ่นดินดอกหรือ เพื่อหัวใจจะได้พิจารณาเพื่อพวกเขาเอง หรือมีหูก็เพียงสดับฟังมัน เพราะแท้จริงการมองของนัยน์ตานั้น มิมอดดอก แต่หัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่มอด"(อัลกุรอาน 22:46)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม 2551
ครอบครัวฮิสแพนนิกมุสลิม:Spanish-Speaking Muslims Find a Home
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 147 , 14:43:46 น.   | หมวดหมู่ : ข่าวโลกมุสลิม  
พิมพ์หน้านี้


ครอบครัวฮิสแพนนิกมุสลิม

Spanish-Speaking Muslims Find a Home

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

แดนนีและมาร์เลนี เฮอร์นันเดซ และลูกๆ ทั้งสามคน

โดยทั่วไปแล้ว ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอิสลามก็คือ ผู้คนมักคิดว่ามุสลิมต้องมาจากตะวันออกกลางเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในอเมริกามีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ถึง 6 ล้านคน พวกเขามาจากทั่วทุกมุมโลก และมีจำนวนมากที่เกิดและเติบโตมาในสหรัฐฯ

ต่อไปนี้คือเรื่องราวของครอบครัวชาวฮิสแพนนิกมุสลิมครอบครัวหนึ่ง

ทุกวันนี้ ครอบครัวเฮอร์นันเดซจะเริ่มต้นวันใหม่กันเวลา 6 โมงเช้า เด็กๆ อาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมไปโรงเรียน ในขณะที่แดนนีและมาร์เลนี พ่อและแม่ จะใช้เวลารับประทานอาหารเช้าด้วยกันอีกพักหนึ่ง

แต่ก่อนหน้านั้น ช่วงเช้าตรู่ สมาชิกในครอบครัวทั้ง 5 คนได้ละหมาดซุบฮิร่วมกัน พวกเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก คุกเข่าลง ก้มศีรษะ หน้าผากจรดพื้น ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า

คล้ายกับครอบครัวฮิสแพนนิกอีกหลายพันครอบครัว สมาชิกเฮอร์นันเดซได้เดินบนเส้นทางที่นำพวกเขาสู่อิสลาม

ครอบครัวนี้อาศัยในเมืองนอร์ธเบอเกน รัฐนิวเจอร์ซี เป็นเมืองซึ่งมีประชากรชาวฮิสแพนนิกสูงถึงร้อยละ 60 จากการสำรวจสำมะโนประชากรของรัฐบาลสหรัฐฯ พบว่าชาวฮิสแพนนิกเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีอัตราการเจริญเติบโตของประชากรสูงที่สุดในประเทศ

จำนวนชาวฮิสแพนนิกมุสลิมในสหรัฐฯ มีเท่าไรไม่ทราบแน่ชัด แต่กำลังโตวันโตคืนอย่างแน่นอน ทั้งชาวฮิสแพนนิกและชาวมุสลิมต่างก็มีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันทั้งการเป็นผู้อพยพ หน้าที่การงาน เรื่องสิทธิมนุษยชน พวกเขาให้ความสนใจกับความสัมพันธ์ในครอบครัวเหมือนๆ กัน ช่วยให้ชาวฮิสแพนนิกซึ่งส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากโรมันคาทอลิกได้เปลี่ยนผ่านความศรัทธาจากศาสนาที่พวกเขาถือกำเนิดมาไปสู่อิสลาม

การหันมารับอิสลามของชาวฮิสแพนนิกเป็นเรื่องธรรมดาในอเมริกา จากการศึกษาของ Pew Research พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 40 เปลี่ยนจากศาสนาที่ถือกำเนิดไปสู่อย่างอื่น (ส่วนใหญ่ก็ไม่นับถือศาสนาแหละ) 

แดนนี เฮอร์นันเดซ, อายุ 30 ปี, ถือกำเนิดในเขตควีนส์ กรุงนิวยอร์ก บิดามารดาของเขาเป็นชาวเปอร์โตริโกซึ่งเลี้ยงดูเขามาอย่างเด็กคาทอลิก ช่วงวัยรุ่นเขาเข้าร่วมแก๊งค์อาชญากรรมจนต้องติดคุกระยะสั้นๆ และหลังกำแพงคุกนั่นเองที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิต “ฉันอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตในกรงราวกับสัตว์” เขาบอกกับตัวเอง “ฉันไม่ต้องการเป็นแบบนี้อีกแล้ว”

การเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งสำคัญของเขาเริ่มต้นจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม ‘อัล-กุรอาน’ ที่เขาแอบขโมยมาจากห้องสมุด หลังอ่านกุรอาน 9 เดือนเต็ม แดนนีก็ตัดสินใจรับอิสลาม

ตอนนั้นแดนนีเลิกดื่มเหล้าเลิกสูบบุหรี่แล้ว เพื่อนคนหนึ่งแนะนำเขากับผู้นำศาสนาของศูนย์ศึกษาอิสลามในนอร์ธเบอร์เกน เมื่อทุกคนในห้องโถงละหมาดลุกขึ้นตั้งแถวละหมาด แดนนีกลับได้รับคำแนะนำให้นั่งดูไปก่อน เขาเลยแย้งว่า “ผมมิได้รอ 9 เดือนเต็มๆ เพื่อมานั่งดูคนอื่นหรอกนะ ผมจะละหมาด” วันนั้นเขาได้ร่วมละหมาดกับมุสลิมคนอื่นๆ และรับอิสลามในปี 1999

แดนนีใช้ชื่อมุสลิมว่า ‘อับดุลลาฮ์’ หรือ ‘บ่าวของพระเจ้า’ และเริ่มแนะนำศาสนาอิสลามแก่พ่อแม่และพี่ชายน้องชาย ซึ่งทุกคนรับอิสลามหลังจากนั้นไม่นาน

ส่วนเส้นทางสู่อิสลามของภรรยาแดนนีก็เริ่มต้นจากคัมภีร์อัล-กุรอานในห้องสมุดเช่นเดียวกัน มาร์เลนี วาร์กัส ถือกำเนิดในเมืองแฮคเกนแซค รัฐนิวเจอร์ซี พ่อแม่เธอเป็นชาวโดมินิกัน เลี้ยงดูเธอมาอย่างเด็กคาทอลิก เมื่ออายุได้ 18 ปี มาร์เลนีให้กำเนิดลูกสาวคนแรก เบียงกา โรซา และย้ายออกจากบ้านพ่อแม่

เธอได้รู้จักอิสลามครั้งแรกจากผู้ชายมุสลิมเพื่อนร่วมงาน มาร์เลนีนิยมในความเคร่งครัดศาสนาและวินัยในการใช้ชีวิตของพวกเขา เธอตั้งคำถามพวกเขาเกี่ยวกับอิสลามมากมาย เธอไปยังห้องสมุดของเมือง ยืมคัมภีร์อัล-กุรอานมาศึกษา

เช่นเดียวกับสามีในอนาคตของเธอ มาร์เลนีตัดสินใจรับอิสลามในปี 2002 หลังจากศึกษาอัล-กุรอานด้วยตัวเอง

จากนั้นเธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ถึงหนึ่งปีเต็มก่อนจะรวบรวมความกล้าเปิดเผยกับพ่อแม่

มาร์เลนี เฮอร์นันเดซ, อายุ 25 ปี, ใช้ชื่อมุสลิมว่า ‘ฟาติมา’ ครอบครัวไม่ปลื้มกับการเปลี่ยนศาสนาของเธอ มาร์เลนีจึงไปหากำลังใจจากมัสยิดใกล้บ้าน ที่นั่นเธอได้เจอกับชาวมุสลิมมากมาย มาจากหลากเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์

“หลากหลายมากๆ” มาร์เลนีกล่าว เธอไปศูนย์ศึกษาอิสลามในนอร์ธเบอเกน “เรามีคนมาจากทั่วทุกมุมโลก รวมตัวกัน ด้วยเหตุผลเดียวกัน”

มาร์เลนีเริ่มเข้าชั้นเรียนอิสลามเบื้องต้น ซึ่งสอนเป็นภาษาสเปนโดยสามีในอนาคตของเธอเอง ด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ผิวหยาดน้ำค้าง และรอยยิ้มสดใส เธอเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครหลายคน แต่มาร์เลนีกลับถูกใจแดนนี เธอนิยมในความเคร่งศาสนาของเขา เพื่อนๆ มักกล่าวติดตลกเกี่ยวกับคู่นี้ว่าพวกเขาเหมือนเกิดมาคู่กัน และแล้วไม่กี่เดือนต่อมาทั้งคู่ก็แต่งงานกัน หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของมาร์เลนีก็นำของขวัญแต่งงานมาให้ และกลับมาสานสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง

ปี 2005 แดนนีและมาร์เลนี เฮอร์นันเดซ พร้อมด้วยลูกๆ ทั้งสามคนย้ายไปไคโร อียิปต์ พวกเขาใช้เวลาศึกษาภาษาอารบิกและหลักการพื้นฐานของอิสลามเป็นเวลาสามปีเต็ม โดยหวังจะฝังคุณลักษณะและจริยวัตรที่ดีงามของมุสลิมให้ลูกๆ ทั้งสามก่อนเดินทางกลับไปอเมริกา มาร์เลนีรำลึกถึงการใช้ชีวิตที่นั่นว่า “เราโชคดีมาก มีเวลาเยอะแยะสำหรับศึกษาศาสนาและใช้เวลากับลูกๆ”

ครอบครัวเฮอร์นันเดซเดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาเจอกับความท้าทายแรก: ‘คริสต์มาส’ ไง! มาร์เลนีบอกกับใครๆ ว่า “ฉันศรัทธาในพระเยซู อับราฮัม และโมเสส” แต่ยืนกรานว่าลูกๆ เธอต้องฉลองเทศกาลอิสลามเท่านั้น “ฉันแค่คิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นวัตถุนิยมซะมากกว่า” เธอกล่าว “เราฉลองเทศกาลอื่น”

เพื่อช่วยให้ลูกๆ ไม่กดดันจากโรงเรียน แดนนีกับมาร์เลนีก็เลยจัดงานฉลองเทศกาลอีดของมุสลิมให้พิเศษพอๆ กับเทศกาลคริสต์มาส วันตรุษอีดิลฟิตรีย์เป็นเทศกาลฉลองสิ้นสุดการถือศีลอดเดือนรอมดอนหนึ่งเดือนเต็มๆ

ในวันอีด พวกเขาตกแต่งบ้านให้วิเศษสุด มีของขวัญวางเป็นกองพะเนิน ชาวเฮอร์นันเดซใช้เวลาทั้งวันกับครอบครัวและเพื่อนๆ ส่วนตอนเย็นไปดูโชว์บรอดเวย์เรื่อง ‘แมรี่ ป๊อปปินส์’

สำหรับแดนนี เฮอร์นันเดซ นี่คือบทเรียนที่มีค่ายิ่ง “เจอแบบนี้เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าจะให้เกียรติเทศกาลของผู้อื่นอย่างไรและผู้อื่นได้ให้เกียรติเทศกาลของพวกเขาอย่างไร” เขากล่าว

ช่วงหัวค่ำ ทั้งครอบครัวร่วมรับประทานดินเนอร์ซึ่งประกอบด้วยข้าวและถั่ว เนื้อย่าง และอาหารเม็กซิกันอื่นๆ

หากมีเวลาเหลือ เด็กๆ จะดูทีวี พ่อแม่จะคัดเลือกให้ดูเฉพาะรายการการศึกษาเท่านั้น เมื่อเข้านอนแทนที่จะเล่านิทานก่อนนอน แดนนีและมาร์เลนีจะอ่านอัล-กุรอานให้ลูกๆ ทั้งสามฟัง ตอนนี้พวกเขาอายุ 9, 7, และ 4 ขวบแล้ว

มาร์เลนีบอกว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าเธอแต่งงานกับ ‘ชาวอาหรับ’

เธอเลยบอกว่าสามีเธอเป็น ‘โบริคัว’ หรือหนุ่มเปอร์โตริผู้แสนจะภาคภูมิใจในตัวเอง ซึ่งพอๆ กับที่เธอภาคภูมิใจในความเป็นสาวโดมินิกัน เธอทำให้ใครๆ ในเมืองประหลาดใจอย่างยิ่งด้วยการพูดภาษาสเปนออกมากับใครก็ตามที่หันมาทักทายสตรีฮิสแพนนิกที่ ‘คลุมผม’ คนนี้!

ที่มา: Spanish-Speaking Muslims Find a Home. ABC News: USA. 13 June 2008.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ซันญ่า วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 15.04 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS

สวัสดีค่ะ ซันญ่ามีเนเบอร์ฮู๊ดที่เป็นฮิสแปนนิส ทั้งชุมชนเลยค่ะ มีผิวขาวไม่กี่หลังคาเรือน เราอยู่กันอย่างสงบสุขค่ะ ชอบเสียงเพลงราติน ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคนมากค่ะ และที่ข้างชุมชนที่อยู่ก็มีมาสซายิช เอเขียนถูกไหมนะคะ แก้ไขให้ด้วยนะคะ เก็บเอามาเล่าค่ะ อเมริกา ๐๑.๐๓น.
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

AD เปิดฟ้าอิสลาม ชุด"กันเอง"

งานเปิดฟ้าอิสลาม 2 โดยโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31