วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2551
"ฟันดะเมนทะลิสม์" คืออะไร?
Posted by
โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม
,
ผู้อ่าน : 91
, 09:53:13 น.
| หมวดหมู่ :
บทความ
พิมพ์หน้านี้
|
"ฟันดะเมนทะลิสม์" คืออะไร? จาก : Principles of Islam โดย วาฮิดดุดดีน คาน แปลและเรียบเรียงโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน 
คำว่า "ฟันดะเมนทะลิสม์"เป็นอีกคำหนึ่งที่ถูกนักเขียนชาวตะวันตกนำมาใช้เพื่อหมายถึงพวกหลงใหลคลั่งไคล้ในหลักการศาสนาหรือพวกบ้าคลั่งหลักการโดยเฉพาะกับมุสลิม คำว่า"ฟันดะเมนทะลิสม์"(Fundamentalism)โดยภาษาแล้วหมายถึงการยึดติดอยู่กับหลักการสำคัญหรือยึดติดอยู่กับคำสอนพื้นฐานของศาสนา ในทางด้านวิชาการศาสนา คำนี้เริ่มต้นมีขึ้นมาในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 ในตอนแรกมันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากชาว คริสเตียน ทั้งนี้เนื่องจากชาวคริสเตียนสมัยใหม่พยายามที่จะอธิบายคำสอนของคัมภีร์ไบเบิลอย่างเสรีเช่น แนวความคิดเกี่ยวกับการกำเนิดอันบริสุทธิ์ การไถ่บาปและการฟื้นคืนชีพ เป็นต้น แต่ชาวคริสเตียนอนุรักษ์นิยมไม่ยอมรับการอธิบายความหมายอย่างอิสระของพวกคนรุ่นใหม่ พวกเขากล่าวว่าคัมภีร์ไบเบิลเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคนพวกนี้ยึดถือคัมภีร์ไบเบิลตามตัวอักษรทุกอย่าง ดังนั้น คำว่า "ฟันดะเมนทะลิสม์" จึงได้ถูกนำมาใช้กับชาวคริสเตียนอนุรักษ์ที่ต่อต้านชาวคริสเตียนเสรี ต่อมา คำนี้ได้ถูกเริ่มนำมาใช้กับศาสนาอื่นๆด้วยในรูปของคำว่า "อิสลามิคฟันดะเมนทะลิสม์" หรือ "มุสลิมฟันดาเมนทะลิสต์" และเรื่องเช่นนี้ก็เกิดขึ้นในหมู่มุสลิมด้วยเช่นกัน กล่าวคือ พวกมุสลิมที่นิยมความทันสมัยเองก็เริ่มอธิบายคำสอนดั้งเดิมของอิสลามอย่างอิสระเสรี ดังนั้นมุสลิมจำนวนหนึ่งซึ่งยังยึดมั่นอยู่ในหลักคำสอนดั้งเดิมของคัมภีร์กุรอานและแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดจึงออกมาคัดค้านการตีความของพวกมุสลิมสมัยนิยมเหล่านี้ และมุสลิมหัวอนุรักษ์เหล่านี้ได้ถูกเรียกว่า "ฟันดะเมนทะลิสต์"(พวกคลั่งหลักการ) ปัจจุบันนี้ คำว่า "ฟันดะเมนทะลิสม์" มีสองความหมายด้วยกัน ความหมายแรกเป็นความหมายที่ถูก แต่อีกความหมายหนึ่งเป็นความหมายที่ผิด ความหมายหนึ่งของคำว่า "อิสลามิก ฟันดะเมนทะลิสม์" ก็คือการยึดมั่นในหลักการที่ในภาษาอาหรับเรียกว่า "อิตติบะอ์"หรือการยึดมั่นทั้งในลายลักษณ์อักษรและเจตนารมณ์ ยุคปัจจุบันเป็นยุคของเสรีภาพทางศาสนา ถ้าใครบางคนกล่าวว่าเขายึดถือศาสนาของเขาตามตัวอักษรก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปคัดค้านเพราะเขาผู้นั้นปฏิบัติตามเสรีภาพทางศาสนาของเขา แต่ถ้าคำ "อิสลามิก ฟันดะเมนทะลิสม์" ถูกแปลในความหมายที่สองว่าหมายถึงการใช้กำลังบังคับคนอื่นให้นับถือศาสนาของตนเองแล้ว ในกรณีเช่นนั้น "อิสลามิก ฟันดะเมนทะลิสม์"ก็ขัดกับเจตนารมณ์และเหตุผลของอิสลาม แนวความคิดที่สองของคำว่า "อิสลามิก ฟันดะเมนทะลิสม์" นี้เองได้ก่อให้เกิดสิ่งที่ยุคปัจจุบันเรียกกันว่า "ลัทธิสุดโต่ง" (Extremism) หรือลัทธิก่อการร้ายอิสลาม ทั้งๆที่ความจริงแล้วคำว่า "ลัทธิสุดโต่ง" หรือ "ลัทธิก่อการร้าย" นั้นเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัวของมันเอง อิสลามเป็นศาสนาแห่งความใจกว้างและสันติ มันไม่ถูกต้องที่จะถือว่าอิสลามเป็นที่มาของคำว่าลัทธิก่อการร้ายหรือลัทธิสุดโต่ง ศาสดาแห่งอิสลามได้กล่าวว่า "ศาสนาที่ถูกประทานแก่ฉันเป็นศาสนาแห่งความกรุณาปรานีและใจกว้าง" ดังนั้นคำว่า "ฟันดะเมนทะลิสม์" ในความหมายที่สองจึงไม่เป็นที่ยอมรับในอิสลาม การนำเอาลัทธิก่อการร้ายหรือลัทธิสุดโต่งมาใช้ในนามของอิสลามเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับอิสลาม และมุสลิมที่ใช้วิธีการก่อการร้ายหรือใช้ลัทธิสุดโต่งในนามของอิสลามนั้นก็ถือว่าเป็นการนำเอาอิสลามไปใช้ในทางที่ผิด ในอิสลาม ความพอดีต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่การปฏิบัติอย่างสุดโต่ง สันติภาพต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด มิใช่ความรุนแรง จากตรงนี้เองที่เราสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งใดที่ถูกจัดอยู่ใน?อิสลามิก ฟันดะเมนทะลิสม์? และสิ่งใดมิได้จัดอยู่ในนั้น
|