พิมพ์หน้านี้
|
ผ้าทอ:Textile Industry แปลและเรียบเรียงโดย ลานา อัมรีล
สิ่งทอสำคัญอย่างมากในยุคแรกเริ่มของอิสลาม มีบทบาททั้งในด้านศิลปะและเศรษฐกิจ Whelan ระบุว่า ความสำคัญของสิ่งทอในโลกอิสลามสมัยนั้นเทียบได้กับอุตสาหกรรมเหล็กกล้าในเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และเชื่อว่าในโลกยุคกลางคนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้าสิ่งทอ จนกระทั่งศตวรรษที่ 9 ผ้าทอของชาวอันดาลุส หรือ มุสลิมสเปน มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ มีทั้งผ้าฝ้ายหรือลินินสีแก่เนื้อหยาบและผ้าฝ้ายบางเป็นลายหรือตา และแม้แต่ในสามศตวรรษถัดมาผ้าไหมสเปนที่มีขอบทองหรือตกแต่งด้วยสีทองถูกใช้ในพิธีอภิเษกสมรสของพระราชินีบีทริกซ์ของโปรตุเกส ชาวมุสลิมสเปนมีความเชี่ยวชาญและประนีตในงาน เฉพาะที่เมืองกอร์โดบาแห่งเดียว มีช่างทอผ้าถึง 3,000 คน ทอทั้งพรม, ปลอกหมอนอิง, ม่านผ้าไหม, ผ้าขนสัตว์คลุมไหล่, เก้าอี้นวมไม่มีพนักพิง, และหนัง กอร์โดบา สำหรับช่างทำรองเท้าของยุโรปหรือที่เรียกว่า คอร์ดเวนเนอร์ (cordwainers) ซึ่งมาจากคำว่า กอร์โดบาน (cordobanes) สินค้าทั้งหมดเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วไป นอกจากนี้แล้วพวกเขาก็ยังมีฝีมือในการทำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขนสัตว์หรือขนแกะ โดยเฉพาะพรมและม่านลายดอกหรือพรมลายดอกประดับ ซึ่งทำในเมือง Chinchelia และ การผลิตเสื้อผ้าสไตล์ตะวันออกส่วนใหญ่อยู่ที่เมือง และจากอาณาจักรมุสลิมสเปนนี่เองที่อุตสาหกรรมสิ่งทอได้กระจายไปสู่ยุโรปอย่างกว้างขวาง
ศิลปินชื่อดังชาวสวิส Jean-Etienne Liotard กับภาพเหมือนของเขาในชุดแต่งกายแบบเติร์ก
ผ้า tiraz สมัยราชวงศ์ฟาติมียา เขียนว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นไทและเท่าเทียมกัน (แปลตามภาษาฝรั่ง หากผู้สันทัดภาษาอารบิกเห็นว่าแปลผิดก็ช่วยอีเมล์มาบอกด้วย) Whelan ระบุว่า ในดินแดนตะวันออกใกล้และตลอดแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากสิ่งทอจะถูกนำมาทำเสื้อผ้าแล้วยังทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านและอื่นๆ อย่างเช่นผู้หญิงของชนเผ่าเร่ร่อนจะทอผ้าเต๊นท์, ถุงใส่อานม้า, เปลเด็ก, และเครื่องประดับอื่นๆ ของม้าสำหรับใช้ชีวิตเร่ร่อนของพวกเขา หรือแม้แต่ในศูนย์กลางของเมืองและปราสาทพระราชวัง เครื่องตกแต่งภายในส่วนใหญ่ก็เป็นพรม, ผ้าม่าน, และเครื่องประดับประเภทแขวนทั้งหลาย และแทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ พวกเขาจะนั่งบนเบาะรองนั่งและเอนหลังพิงหมอนอิง ซึ่งทุกอย่างจะคลุมด้วยผ้าที่ทั้งคุณภาพและความหรูหราจะสะท้อนให้เห็นสถานภาพทางเศรษฐกิจของเจ้าของบ้าน สิ่งทอยังเป็นเครื่องมือสำคัญทางการเมือง เป็นของขวัญทางการฑูตที่หรูหรา และเป็นธรรมเนียมที่จะให้รางวัลแก่ขุนนางระดับสูงหรือคนโปรดด้วย เสื้อคลุมเกียรติยศ (khila), หมวกโพกศีรษะ, และเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทอภายในราชสำนัก และเป็นสิทธิพิเศษของกาหลิบ, เริ่มหลังจากปี 1250 ช่วงราชวงศ์มัมลูก, ที่จะเป็นผู้เปลี่ยน กิสวา (kiswa) หรือผ้าคลุมกะบะฮ์ที่ทออย่างหรูหรา ผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอมากมายแพร่หลายไปทั่วโลกมุสลิม ทั้งผ้าขนสัตว์และลินินผลิตกันเป็นอุตสาหกรรมตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงอาณาจักรมุสลิมสเปน ส่วนผ้าฝ้ายซึ่งมีแหล่งกำเนิดในอินเดียบางทีอาจผลิตกันเป็นล่ำเป็นสันจริงๆ ก็ตรงแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงยุคทองของมุสลิม โดยเฉพาะในซีเรียและปาเลสไตน์ เครื่องหนังก็เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญ ในศตวรรษที่ 12 สมัยของกาหลิบยากูบ อัล-มันซูร (Yaqub al-Mansur ค.ศ.1160-99) ราชวงศ์อัลโมฮัด (Almohad Dynasty ค.ศ.1121-1269) ในเมืองเฟซ โมร็อคโค เพียงเมืองเดียวก็มีโรงงานฟอกหนังถึง 86 แห่ง และโรงงานย้อมสีอีก 116 แห่ง ผลิตภัณฑ์ของหลายๆ เมืองทำได้โดดเด่น ชื่อเสียงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเช่น เมืองชีราส (Shiraz อิหร่าน) มีชื่อด้านผ้าขนสัตว์, แบกแดดโด่งดังด้านเครื่องแขวน baldachin และผ้าไหมลายหรือริ้ว, เมือง Khuzistan อิหร่าน มีชื่อด้านผ้าที่ทำจากขนอูฐหรือขนแพะ, โคระส่าน อิหร่าน เด่นด้านผ้า ชาวยุโรปหลงเสน่ห์สิ่งทอของชาวมุสลิมตั้งแต่สมัยโลกยุคกลาง นักรบครูเสดและพ่อค้านำผ้าแพรพรรณของชาวอาหรับกลับไปยังยุโรป จะเห็นว่ามีค่ามากขนาดที่ผ้าห่อพระศพของโป๊ปซิลเวสเตอร์ที่ 2 (Pope Sylvester II หรือ Gerbert d'Aurillac ค.ศ.946-1003) เป็นผ้าไหมเปอร์เซียที่หรูหรา ส่วนในปี 1255 พระราชินีเอเลเนอร์แห่งคาสตีล (Eleanor of Castile ค.ศ.1241-90) เจ้าสาวจากคาสตีล (ด้านเหนือของสเปน) ของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 ของอังกฤษ ได้นำพรมอันดาลูเชียจำนวนมากไปยังอังกฤษด้วยในฐานะสินเดิมของฝ่ายเจ้าสาว ก่อนศตวรรษที่ 15 อังกฤษนำเข้าเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายน้อยมาก ส่วนใหญ่นำมาทำเป็นไส้เทียน ภายในศตวรรษที่ 17 ความสัมพันธ์ทางการค้ากับอังกฤษเพื่องฟูมาก ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็นยุคทองของสิ่งทอเปอร์เซีย ในปี 1616 ชาห์แห่งเปอร์เซียได้ให้อังกฤษเชื่อผ้าไหมไปก่อน 3,000 ม้วนเพื่อสนับสนุนการค้า และทำให้ผ้าไหมเปอร์เซียกลายเป็นสินค้านำเข้าอันดับหนึ่งของอังกฤษในเวลาต่อมา จากนั้นอีกสามปี เรืออังกฤษ Royal Anne ได้บรรทุกผ้าไหมเปอร์เซียเข้ามา 11 ม้วน กษัตริย์เจมส์ที่ 1 (James I ค.ศ.1566-1625) ซึ่งครองบัลลังก์อังกฤษในขณะนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับผ้าไหม จึงได้เริ่มนำตัวไหมมาเพาะเลี้ยงในคฤหาสน์นอกเมืองและที่ไวท์ฮอลล์การ์เด้นส์ และยังได้รับสั่งให้ John Bonoeil ชางฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดการของงานผ้าไหมราชสำนักอังกฤษ เขียนหนังสือเทคนิคการผลิตผ้าไหม ซึ่งตีพิมพ์ออกมาในปี 1622 ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทอีสต์อินเดียที่ได้เริ่มนำผ้าฝ้ายลายดอกของอินเดียเข้าไปยังอังกฤษ ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าฝ้ายเพ้นท์ลวดลายมุสลิม ซึ่งเป็นต้นแบบของผ้าฝ้ายยุโรปและการผลิตวอลล์เปเปอร์ ภายในศตวรรษที่ 17 การนำเข้าผ้าทอของมุสลิมไปยังยุโรปยังเพิ่มความร้อนแรงขึ้นไปอีกเนื่องจากจำนวนของชนชั้นกลางขยายตัวมากขึ้น จากนั้นอุตสาหกรรมผ้าในประเทศก็เริ่มได้รับผลกระทบ ปี 1685 ช่างทอผ้ารวมหัวกันประท้วง ในขณะที่พ่อค้าผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของฝรั่งเศสและอังกฤษเรียกร้องให้ประกาศห้ามบริษัทอีสต์อินเดีย ปี 1700 รัฐบาลอังกฤษจึงได้ออกกฎหมายจำกัดการนำเข้าผ้าไหมมุสลิม และยังห้ามนำเข้าผ้าฝ้ายลายดอกของอินเดีย, ผ้าเปอร์เซีย, ผ้าจากจีน งานนี้พ่อค้าในประเทศได้รับชัยชนะ ผ้าไหมชั้นดีมิได้มาจากเปอร์เซียเท่านั้น เพราะที่ตุรกีก็มีอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ผลิตออกมาได้ดีเช่นกัน ผ้าไหมตุรกีคุณภาพเยี่ยมผลิตที่เมืองเบอร์ซา ซึ่งช่างที่นั่นทอผ้าไหมลายดอกสวยๆ (ตอนที่พระราชินีอลิซาเบธแห่งอังกฤษเสด็จเยือนตุรกีช่วงวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2008 พระราชินีได้คลุมฮิญาบเข้ามัสยิด ฮิญาบผืนนั้นพระราชินีซื้อที่ตลาดผ้าไหมเมืองเบอร์ซานี่แหละ ผู้แปล) สุลต่านจักรวรรดิออตโตมานใช้ผ้าไหมเมืองเบอร์ซาสำหรับตกแต่งราชสำนัก ชาวเติร์กเองก็ใช้ผ้าไหมคลุมโซฟา, ทำม่าน, และกลายเป็นเครื่องตกแต่งชิ้นสำคัญภายในบ้าน เลดี้มองตากู (Lady Mary Wortley Montagu ค.ศ.1689-1762), ภรรยาฑูตอังกฤษประจำอิสตันบุล, ซึ่งอาศัยในอิสตันบุลช่วงปี 1716-18 ได้บันทึกถึงความมีชื่อเสียงของผ้าทอตุรกี และเธอเองก็นิยมใส่ชุดตุรกี มิตรรักแฟนเพลงของเครื่องแต่งกายตุรกีของศตวรรษที่ 18 อีกรายคือ ศิลปินชื่อดังชาวสวิส Jean-Etienne Liotard ซึ่งได้อาศัยในอิสตันบุล 5 ปี เขาแต่งกายในชุดประเพณีเติร์กเป็นประจำ ภาพเขียนของเขา sitters en sultane ช่วยทำให้แฟชั่นการแต่งกายแบบตุรกีแพร่หลายในยุโรป เรามีผลิตภัณฑ์สิ่งทอในวันนี้จำนวนมากมายที่ยังคงใช้ชื่อมึสลิมอยู่เช่น ผ้ามัสลิน (muslin) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากเมืองโมซุล ( ที่มา: 1001 Inventions: Muslim Heritage in Our World. Second Edition. Foundation for Science Technology and Civilization (FSTC Limited): |
| ประมวลภาพการเดินสายบรรยาย จังหวัดเชียงใหม่ | ||
........... |
||
|
View All |
||
| VDO Presentation เปิดฟ้าอิสลาม2 | ||
โลกมุสลิม ความภาคภูมิใจในอดีต ความปวดร้าวในปัจจุบัน และความหวังในอนาคต |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||