โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
“ทุกชีวิตจะได้ลิ้มรสความตาย และเรากำลังทดสอบสูเจ้าด้วยความเลวและความดี และในที่สุด สูเจ้าจะถูกนำกลับมายังเรา” (กุรอาน 21:35)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม 2551
ผ้าทอ:Textile Industry
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 250 , 14:26:19 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


ผ้าทอ:Textile Industry

แปลและเรียบเรียงโดย ลานา อัมรีล

สิ่งทอสำคัญอย่างมากในยุคแรกเริ่มของอิสลาม มีบทบาททั้งในด้านศิลปะและเศรษฐกิจ Whelan ระบุว่า ความสำคัญของสิ่งทอในโลกอิสลามสมัยนั้นเทียบได้กับอุตสาหกรรมเหล็กกล้าในเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และเชื่อว่าในโลกยุคกลางคนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้าสิ่งทอ

จนกระทั่งศตวรรษที่ 9 ผ้าทอของชาวอันดาลุส หรือ มุสลิมสเปน มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ มีทั้งผ้าฝ้ายหรือลินินสีแก่เนื้อหยาบและผ้าฝ้ายบางเป็นลายหรือตา และแม้แต่ในสามศตวรรษถัดมาผ้าไหมสเปนที่มีขอบทองหรือตกแต่งด้วยสีทองถูกใช้ในพิธีอภิเษกสมรสของพระราชินีบีทริกซ์ของโปรตุเกส

ชาวมุสลิมสเปนมีความเชี่ยวชาญและประนีตในงาน  เฉพาะที่เมืองกอร์โดบาแห่งเดียว มีช่างทอผ้าถึง 3,000 คน ทอทั้งพรม, ปลอกหมอนอิง, ม่านผ้าไหม, ผ้าขนสัตว์คลุมไหล่, เก้าอี้นวมไม่มีพนักพิง, และหนัง ‘กอร์โดบา’ สำหรับช่างทำรองเท้าของยุโรปหรือที่เรียกว่า คอร์ดเวนเนอร์ (cordwainers) ซึ่งมาจากคำว่า กอร์โดบาน (cordobanes) สินค้าทั้งหมดเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วไป นอกจากนี้แล้วพวกเขาก็ยังมีฝีมือในการทำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขนสัตว์หรือขนแกะ โดยเฉพาะพรมและม่านลายดอกหรือพรมลายดอกประดับ ซึ่งทำในเมือง Chinchelia และ Cuenca เหล่านี้ทำเป็นพรมละหมาด, ผู้ปูโต๊ะ, และผ้าปูพื้นภายในบ้าน

การผลิตเสื้อผ้าสไตล์ตะวันออกส่วนใหญ่อยู่ที่เมือง Malaga และ Almeria ของสเปน และเนื่องจากทั้งสองเมืองเป็นเมืองท่าด้วยดังนั้นจึงเป็นที่แรกๆ ที่จะมีสไตล์หรือเทคนิคใหม่ๆ บทบาทของ Almeria สำคัญมากโดยเฉพาะในสมัยศตวรรษที่ 12 เมืองนี้มีร้านทอผ้า tiraz (ผ้าลายอักษรอารบิกหรือลายสวยๆ เพื่อความหรูหรา) และผ้าไหมถึง 800 แห่ง และร้านทำเสื้อคลุมรัดเอวของสตรีและผ้าปักดอกถึง 1,000 แห่ง

และจากอาณาจักรมุสลิมสเปนนี่เองที่อุตสาหกรรมสิ่งทอได้กระจายไปสู่ยุโรปอย่างกว้างขวาง

ศิลปินชื่อดังชาวสวิส Jean-Etienne Liotard กับภาพเหมือนของเขาในชุดแต่งกายแบบเติร์ก

ผ้า tiraz สมัยราชวงศ์ฟาติมียา เขียนว่า ‘มนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นไทและเท่าเทียมกัน’ (แปลตามภาษาฝรั่ง หากผู้สันทัดภาษาอารบิกเห็นว่าแปลผิดก็ช่วยอีเมล์มาบอกด้วย)

Whelan ระบุว่า ในดินแดนตะวันออกใกล้และตลอดแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากสิ่งทอจะถูกนำมาทำเสื้อผ้าแล้วยังทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านและอื่นๆ อย่างเช่นผู้หญิงของชนเผ่าเร่ร่อนจะทอผ้าเต๊นท์, ถุงใส่อานม้า, เปลเด็ก, และเครื่องประดับอื่นๆ ของม้าสำหรับใช้ชีวิตเร่ร่อนของพวกเขา หรือแม้แต่ในศูนย์กลางของเมืองและปราสาทพระราชวัง เครื่องตกแต่งภายในส่วนใหญ่ก็เป็นพรม, ผ้าม่าน, และเครื่องประดับประเภทแขวนทั้งหลาย และแทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ พวกเขาจะนั่งบนเบาะรองนั่งและเอนหลังพิงหมอนอิง ซึ่งทุกอย่างจะคลุมด้วยผ้าที่ทั้งคุณภาพและความหรูหราจะสะท้อนให้เห็นสถานภาพทางเศรษฐกิจของเจ้าของบ้าน

สิ่งทอยังเป็นเครื่องมือสำคัญทางการเมือง เป็นของขวัญทางการฑูตที่หรูหรา และเป็นธรรมเนียมที่จะให้รางวัลแก่ขุนนางระดับสูงหรือคนโปรดด้วย ‘เสื้อคลุมเกียรติยศ’ (khil’a), หมวกโพกศีรษะ, และเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทอภายในราชสำนัก

และเป็นสิทธิพิเศษของกาหลิบ, เริ่มหลังจากปี 1250 ช่วงราชวงศ์มัมลูก, ที่จะเป็นผู้เปลี่ยน ‘กิสวา’ (kiswa) หรือผ้าคลุมกะบะฮ์ที่ทออย่างหรูหรา

ผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอมากมายแพร่หลายไปทั่วโลกมุสลิม ทั้งผ้าขนสัตว์และลินินผลิตกันเป็นอุตสาหกรรมตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงอาณาจักรมุสลิมสเปน ส่วนผ้าฝ้ายซึ่งมีแหล่งกำเนิดในอินเดียบางทีอาจผลิตกันเป็นล่ำเป็นสันจริงๆ ก็ตรงแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงยุคทองของมุสลิม โดยเฉพาะในซีเรียและปาเลสไตน์ 

เครื่องหนังก็เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญ ในศตวรรษที่ 12 สมัยของกาหลิบยากูบ อัล-มันซูร (Yaqub al-Mansur ค.ศ.1160-99) ราชวงศ์อัลโมฮัด (Almohad Dynasty ค.ศ.1121-1269) ในเมืองเฟซ โมร็อคโค เพียงเมืองเดียวก็มีโรงงานฟอกหนังถึง 86 แห่ง และโรงงานย้อมสีอีก 116 แห่ง

ผลิตภัณฑ์ของหลายๆ เมืองทำได้โดดเด่น ชื่อเสียงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเช่น เมืองชีราส (Shiraz อิหร่าน) มีชื่อด้านผ้าขนสัตว์, แบกแดดโด่งดังด้านเครื่องแขวน baldachin และผ้าไหมลายหรือริ้ว, เมือง Khuzistan อิหร่าน มีชื่อด้านผ้าที่ทำจากขนอูฐหรือขนแพะ, โคระส่าน อิหร่าน เด่นด้านผ้าคลุมโซฟา, เมือง Tyre เลบานอน ดังด้านพรมทอ, บุคอรอ (อุซเบกิสถาน) มีชื่อเสียงด้านพรมละหมาด, และเมืองเฮรัต อัฟกานิสถาน โด่งดังด้านผ้าดิ้นทอง อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ของยุคนี้ก็ไม่มีเหลือให้เราได้ดูแล้ว ส่วนของยุคถัดมาพอมีให้ดูในพิพิธภัณฑ์ของตะวันตกและที่เก็บรวบรวมศิลปะตะวันออก หนึ่งในนั้นคือเสื้อคลุมไร้แขนผ้าไหมอันล้ำค่าของสุลต่านมัมลูก อียิปต์ ซึ่งปักว่า ‘สุลต่านผู้ทรงความรู้’ ทำในสมัยศตวรรษที่ 14 เสื้อคลุมตัวนี้พบในโบสถ์เซนต์แมรี Danzig

ชาวยุโรปหลงเสน่ห์สิ่งทอของชาวมุสลิมตั้งแต่สมัยโลกยุคกลาง นักรบครูเสดและพ่อค้านำผ้าแพรพรรณของชาวอาหรับกลับไปยังยุโรป จะเห็นว่ามีค่ามากขนาดที่ผ้าห่อพระศพของโป๊ปซิลเวสเตอร์ที่ 2 (Pope Sylvester II หรือ Gerbert d'Aurillac ค.ศ.946-1003) เป็นผ้าไหมเปอร์เซียที่หรูหรา ส่วนในปี 1255 พระราชินีเอเลเนอร์แห่งคาสตีล (Eleanor of Castile ค.ศ.1241-90) เจ้าสาวจากคาสตีล (ด้านเหนือของสเปน) ของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 ของอังกฤษ ได้นำพรมอันดาลูเชียจำนวนมากไปยังอังกฤษด้วยในฐานะสินเดิมของฝ่ายเจ้าสาว

ก่อนศตวรรษที่ 15 อังกฤษนำเข้าเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายน้อยมาก ส่วนใหญ่นำมาทำเป็นไส้เทียน

ภายในศตวรรษที่ 17 ความสัมพันธ์ทางการค้ากับอังกฤษเพื่องฟูมาก ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็นยุคทองของสิ่งทอเปอร์เซีย ในปี 1616 ชาห์แห่งเปอร์เซียได้ให้อังกฤษเชื่อผ้าไหมไปก่อน 3,000 ม้วนเพื่อสนับสนุนการค้า และทำให้ผ้าไหมเปอร์เซียกลายเป็นสินค้านำเข้าอันดับหนึ่งของอังกฤษในเวลาต่อมา

จากนั้นอีกสามปี เรืออังกฤษ Royal Anne ได้บรรทุกผ้าไหมเปอร์เซียเข้ามา 11 ม้วน กษัตริย์เจมส์ที่ 1 (James I ค.ศ.1566-1625) ซึ่งครองบัลลังก์อังกฤษในขณะนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับผ้าไหม จึงได้เริ่มนำตัวไหมมาเพาะเลี้ยงในคฤหาสน์นอกเมืองและที่ไวท์ฮอลล์การ์เด้นส์ และยังได้รับสั่งให้ John Bonoeil ชางฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดการของงานผ้าไหมราชสำนักอังกฤษ เขียนหนังสือเทคนิคการผลิตผ้าไหม ซึ่งตีพิมพ์ออกมาในปี 1622

ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทอีสต์อินเดียที่ได้เริ่มนำผ้าฝ้ายลายดอกของอินเดียเข้าไปยังอังกฤษ ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าฝ้ายเพ้นท์ลวดลายมุสลิม ซึ่งเป็นต้นแบบของผ้าฝ้ายยุโรปและการผลิตวอลล์เปเปอร์

ภายในศตวรรษที่ 17 การนำเข้าผ้าทอของมุสลิมไปยังยุโรปยังเพิ่มความร้อนแรงขึ้นไปอีกเนื่องจากจำนวนของชนชั้นกลางขยายตัวมากขึ้น จากนั้นอุตสาหกรรมผ้าในประเทศก็เริ่มได้รับผลกระทบ ปี 1685 ช่างทอผ้ารวมหัวกันประท้วง ในขณะที่พ่อค้าผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของฝรั่งเศสและอังกฤษเรียกร้องให้ประกาศห้ามบริษัทอีสต์อินเดีย

ปี 1700 รัฐบาลอังกฤษจึงได้ออกกฎหมายจำกัดการนำเข้าผ้าไหมมุสลิม และยังห้ามนำเข้าผ้าฝ้ายลายดอกของอินเดีย, ผ้าเปอร์เซีย, ผ้าจากจีน งานนี้พ่อค้าในประเทศได้รับชัยชนะ

ผ้าไหมชั้นดีมิได้มาจากเปอร์เซียเท่านั้น เพราะที่ตุรกีก็มีอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ผลิตออกมาได้ดีเช่นกัน ผ้าไหมตุรกีคุณภาพเยี่ยมผลิตที่เมืองเบอร์ซา ซึ่งช่างที่นั่นทอผ้าไหมลายดอกสวยๆ (ตอนที่พระราชินีอลิซาเบธแห่งอังกฤษเสด็จเยือนตุรกีช่วงวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2008 พระราชินีได้คลุมฮิญาบเข้ามัสยิด ฮิญาบผืนนั้นพระราชินีซื้อที่ตลาดผ้าไหมเมืองเบอร์ซานี่แหละ – ผู้แปล) สุลต่านจักรวรรดิออตโตมานใช้ผ้าไหมเมืองเบอร์ซาสำหรับตกแต่งราชสำนัก ชาวเติร์กเองก็ใช้ผ้าไหมคลุมโซฟา, ทำม่าน, และกลายเป็นเครื่องตกแต่งชิ้นสำคัญภายในบ้าน เลดี้มองตากู (Lady Mary Wortley Montagu ค.ศ.1689-1762), ภรรยาฑูตอังกฤษประจำอิสตันบุล, ซึ่งอาศัยในอิสตันบุลช่วงปี 1716-18 ได้บันทึกถึงความมีชื่อเสียงของผ้าทอตุรกี และเธอเองก็นิยมใส่ชุดตุรกี

มิตรรักแฟนเพลงของเครื่องแต่งกายตุรกีของศตวรรษที่ 18 อีกรายคือ ศิลปินชื่อดังชาวสวิส Jean-Etienne Liotard ซึ่งได้อาศัยในอิสตันบุล 5 ปี เขาแต่งกายในชุดประเพณีเติร์กเป็นประจำ ภาพเขียนของเขา ‘sitters en sultane’ ช่วยทำให้แฟชั่นการแต่งกายแบบตุรกีแพร่หลายในยุโรป

เรามีผลิตภัณฑ์สิ่งทอในวันนี้จำนวนมากมายที่ยังคงใช้ชื่อมึสลิมอยู่เช่น ผ้ามัสลิน (muslin) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากเมืองโมซุล (Mosul) ในอิรัก, Damask (อารบิก: دمسق) จากดามัสกัส ซีเรีย, baldachin (บัลดาชิน หรือ ‘เมดอินแบกแดด’), และ ‘ผ้าคอนตอน’ (cotton) หรือ ผ้าฝ้าย มาจากภาษาอารบิก ‘อัล-กุตน์’ (al-qutn อารบิก: قُطْن).

ที่มา: 1001 Inventions: Muslim Heritage in Our World. Second Edition. Foundation for Science Technology and Civilization (FSTC Limited): UK. 2007.


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

VDO Presentation เปิดฟ้าอิสลาม2

โลกมุสลิม ความภาคภูมิใจในอดีต ความปวดร้าวในปัจจุบัน และความหวังในอนาคต

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31