โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
“ทุกชีวิตจะได้ลิ้มรสความตาย และเรากำลังทดสอบสูเจ้าด้วยความเลวและความดี และในที่สุด สูเจ้าจะถูกนำกลับมายังเรา” (กุรอาน 21:35)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/knowislam
วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม 2551
พันธุกรรมซาตาน
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 255 , 10:09:36 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


พันธุกรรมซาตาน

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ตามคำสอนที่ปรากฏในคัมภีร์กุรอานและคำพูดของนบีมุฮัมมัด มนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาจากดิน เมื่อมนุษย์ตาย ร่างกายของมนุษย์ก็จะยุ่ยสลายกลายเป็นดิน ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะมีสีผิวหรือเผ่าพันธุ์อะไรก็ตาม บนพื้นฐานของคำสอนนี้ มนุษย์จึงมีความเสมอภาคกันในฐานะเป็นสิ่งถูกสร้างของพระเจ้า ดังนั้น ความรู้สึกว่าชนชาติหรือเผ่าพันธุ์ของตัวเองเหนือกว่าชนชาติและเผ่าพันธุ์อื่นจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์แม้ตำแหน่งหน้าที่หรือฐานะการงานในขณะที่มีชีวิตจะแตกต่างกันก็ตาม

ความรู้สึกโอหังว่าตัวเองเหนือกว่าผู้อื่นเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่พระเจ้าสร้างอาดัมขึ้นมา และพระองค์ได้ทรงสั่งให้ทุกสรรพสิ่งยอมศิโรราบกราบนบนอบต่ออาดัม ทุกสรรพสิ่งยอมทำตาม ยกเว้นซาตานมารร้ายเท่านั้นที่ฝ่าฝืน เมื่อซาตานถูกถามว่า ทำไมมันถึงได้ฝ่าฝืน คำตอบของมันคือ อาดัมถูกสร้างมาจากดิน แต่มันถูกสร้างมาจากไฟ มันมีต้นกำเนิดที่เหนือกว่า เรื่องอะไรที่มันจะต้องยอมศิโรราบต่ออาดัม แต่มันลืมไปว่ามันก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างมาเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น มันยังท้าพระเจ้าให้คอยดูว่าในไม่ช้ามนุษย์กลุ่มหนึ่งก็จะเป็นเหมือนกับมัน

หลังจากสมัยของอาดัม ความรู้สึกว่าเผ่าพันธุ์ตัวเองเหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่นยังไม่ปรากฏตัวให้เห็นเป็นที่ชัดเจน จนกระทั่งมีระบบทาสและระบบชนชั้นวรรณะเกิดขึ้นโดยพวกอารยันที่มารุกรานและปกครองอินเดีย หลังจากนั้นก็เป็นชาวยิวที่ถือว่าชนชาติของตนเองเหนือกว่าชนชาติอื่นๆ เพราะชาวยิวเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือก ใครที่ไม่ใช่ยิวก็ไม่ใช่คน


เมื่อโลกเข้าสู่ยุควิทยาการ ความเชื่อว่ามนุษย์บางชนชาติเหนือกว่าอีกบางชนชาติได้ถูกพัฒนาให้ดูเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ยิ่งขึ้นในรูปของทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส ดาร์วิน (Darwinism) ที่ถือว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิง แม้จะยังหาหลักฐานและข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่คนที่คลั่งไคล้วิทยาศาสตร์และขาดความศรัทธาในศาสนาก็พลอยเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าทฤษฎีดาร์วินเป็นความจริง


ทฤษฎีดาร์วินได้รับการส่งเสริมและแพร่ขยายไปทั่วโลกเมื่อชาวยุโรปและอเมริกันเริ่มเป็นผู้นำโลกในการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและการทหาร ทั้งนี้ เพราะทฤษฎีดาร์วินยังได้เสนอความคิดด้วยว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ และผู้ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด ส่วนผู้ที่อ่อนแอกว่าก็จะต้องถูกทำลายไป ด้วยความเข้มแข็งทางทหารของชาติผิวขาวในอดีตที่ผ่านมา ทำให้ชาร์ลส ดาร์วิน เชื่อมั่นถึงความเหนือกว่าของชนชาติผิวขาวจนถึงขนาดที่เขาเคยเขียนไว้ตอนหนึ่งว่า


“เผ่าพันธุ์ที่ถูกเรียกว่าคอเคเซียซึ่งมีอารยธรรมกว่าได้ทำลายพวกเติร์กในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด หากมองโลกย้อนไปในอดีตไม่ไกลนัก เผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่านับจำนวนไม่ถ้วนทั่วโลกได้ถูกทำลายโดยเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่า”


หลังจากสงครามการเมืองในสหรัฐอเมริกาซึ่งทำให้ทาสนิโกรได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ โธมัส เฮนรี่ ฮักซ์เลย์ ผู้คลั่งไคล้ทฤษฎีดาร์วิน ก็ได้เขียนไว้ว่า “ไม่มีคนที่มีสติปัญญาและยอมรับความจริงที่ไหนจะเชื่อว่าคนนิโกรเท่าเทียมกับคนขาว จะอย่างไรก็ยังด้อยกว่า”


หนังสือเรื่อง The Origin of Species (ต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์) ของชาร์ลส ดาร์วิน ได้ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลทางชีววิทยาเพื่อสนับสนุนลัทธิถือชาติพันธุ์ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 และยิ่งมีคนเชื่อมากขึ้นเมื่อมีการยอมรับทฤษฎีวิวัฒนาการ การที่พวกนาซีเยอรมันจงเกลียดจงชังและเข่นฆ่าสังหารชาวยิวก็เป็นเพราะความเชื่อว่าเผ่าพันธุ์อารยันของตนเองมีความสูงส่งและเหนือกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากปรัชญาการเมืองของรัฐเยอรมันวางพื้นฐานอยู่บนความคิดของการต่อสู้ การคัดเลือกและการอยู่รอดของผู้ที่แข็งแรงที่สุด พรรคนาซีเชื่อว่าเยอรมันมีสิทธิ์ที่จะปกครองโลกก็เพราะความเข้มแข็งที่เหนือกว่า ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรไรช์กับชาติที่อ่อนแอกว่าจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างค้อนกับแท่นตีเหล็ก


ทฤษฎีดาร์วินไม่เพียงแต่จะนำมาใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนลัทธิจักรวรรดินิยมในการรุกรานชาติอื่นเท่านั้น แต่มันยังได้ถูกนำมาใช้สนับสนุนการอยู่รอดของผู้ที่เข้มแข็งกว่าในลัทธิทุนนิยมด้วย เพราะการแข่งขันในระบบอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้ชาติอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีทรัพยากรราคาถูก ด้วยเหตุนี้เองชาติอุตสาหกรรมจึงได้นำทฤษฎีนี้มาใช้กับชาติด้อยพัฒนาที่อ่อนแอหรือด้อยกว่าเมื่อตัวเองต้องการจะได้ทรัพยากรธรรมชาติราคาถูกจากชาติเหล่านี้ไม่ว่าจะได้มาโดยการรุกรานหรือการบุกปล้นก็ตาม


ไม่เพียงเท่านั้น ลัทธิถือเผ่าพันธุ์ยุคใหม่ยังพยายามที่จะเอาหลักชีววิทยามาอธิบายว่าลักษณะด้อยของมนุษย์ผิวสีถูกกำหนดโดยหน่วยพันธุกรรมหรือยีน กล่าวคือชนชาติใดที่เกิดมามีลักษณะด้อยก็จะต้องเป็นชนชาติที่ด้อยกว่าตลอดไปชั่วลูกชั่วหลานเหมือนกับที่พวกอารยันในอดีตได้เอาความเชื่อทางศาสนามาสร้างระบบวรรณะที่กำหนดว่าใครเกิดมาในวรรณะใดก็จะต้องอยู่ในวรรณะนั้นตลอดไป


นักประวัติศาสตร์อย่างเช่น อุลริช บี. ฟิลลิปส์ ได้เขียนด้วยความอคติต่อคนผิวสีว่า คนดำนั้นโดยคุณสมบัติทางชาติพันธุ์แล้วเป็นชนชาติที่ยอมจำนน ใจเสาะ ประจบประแจง และชอบเลียนแบบ บางคนก็อ้างว่าชาวนิโกรโดยทั่วไปมีไอคิว (ระดับสติปัญญา) ต่ำกว่าคนขาวแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทดสอบในเรื่องใด ทั้งพ่อและลูกนิโกรก็จะมีระดับไอคิวเท่ากัน ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าชาวนิโกรถูกหน่วยพันธุกรรมกำหนดมาให้มีสติปัญญาด้อยกว่าคนผิวขาวไปจนถึงลูกหลานและไม่สามารถที่จะทำให้ฉลาดขึ้นได้ ไม่ว่าจะในสภาพแวดล้อมอย่างไรก็ตาม ดังนั้น ยีนจึงเป็นตัวกำหนดความแตกต่างระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวดำ


เหตุผลดังกล่าวดูเหมือนเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ความจริงแล้วมันได้ถูกนำมาอ้างครั้งหนึ่งในสหรัฐเพื่อที่จะเป็นเหตุผลไม่ให้จัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาของคนผิวดำเท่านั้น โชคดีที่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เมื่อมีการทดสอบระดับไอคิวของเด็กชาติต่างๆ ปรากฏว่าระดับไอคิวโดยเฉลี่ยของเด็กญี่ปุ่นสูงกว่าระดับของเด็กอเมริกันถึงสิบคะแนน
ถ้ายีนเป็นตัวถ่ายทอดความคิดและสติปัญญาของมนุษย์ มนุษย์ที่ถือว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองเหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่นก็ต้องได้รับพันธุกรรมสืบทอดมาจากซาตานอย่างแน่นอน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ชอบเที่ยว_จัง วันที่ : 08/08/2008 เวลา : 17.07 น.
http://www.oknation.net/blog/AOYAAA

ซาลาม
แวะมาทักทาย
ทุกศาสนา สอนให้เราเป็นคนดี
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

VDO Presentation เปิดฟ้าอิสลาม2

โลกมุสลิม ความภาคภูมิใจในอดีต ความปวดร้าวในปัจจุบัน และความหวังในอนาคต

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31