พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้เปิดวิทยุหาคลื่นที่ถูกใจ เพราะคลื่นที่มีอยู่ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ แต่เขาเปิดเพลงเกือบเหมือนกันหมด ก็เลยจะหาอะไรที่แตกต่างบ้าง ก็เลยหมุนไปเจอคลื่นที่เขาเปิดเพลงล้านนา อุ้ยคำคนแก่ ท่าทางใจ๋ดี ลูกผัวบ่มี อยู่โต๋คนเดียว... ผมเลยหยุดหมุนคลื่นไว้ที่นี่ก่อนเพื่อฟังเพลงต่อจนจบ พอได้ยินเพลง อุ้ยคำ ก็ทำให้นึกถึงอุ้ยคำคนข้างบ้านผมขึ้นมา เพราะหลายปีมานี้ ผมไม่ค่อยได้กลับบ้านที่เหนือสักเท่าไหร่ครับ ปีหนึ่งหรูสุดก็ 1 ครั้ง เพราะมัวแต่ท่องแดนสิวิไลอยู่ ทำให้บางสิ่งบางอย่างมันขาดหายไป กลับเหนือคราวก่อนได้มีโอกาสเจออุ้ยคำ คุณยายข้างบ้าน... อุ้ยคำ เป็นญาติของผมนี่แหละครับเพราะปกติถ้าได้กลับบ้านปีไหน ก็จะแวะไปเยี่ยมแก เพราะคนชราคนอื่นที่หมู่บ้านไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว จริงๆแล้ว อุ้ยคำ แกมีลูกหลานคอยดูแลอยู่ ไม่ได้เหมือนกับเพลงซะทีเดียว และอุ้ยคำแกมีเรื่องเก่าๆเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆครับ ...นี่ก็ย่างเข้าปีที่เกือบร้อยของการใช้ชีวิตของแกแล้วสินะ วันนี้ดูแกชราขึ้นมาก คราวใดที่ไปเยี่ยมแก ผมจะนั่งติดกับแกไม่ห่าง พลันความคิดก็หวนนึกไปถึงตอนที่ผมยังเด็กๆ สมัยแก้ผ้าเล่นน้ำฝนกับเพื่อนๆข้างบ้าน อุ้ยคำคนนี้แหละที่แกเคยเล่าเรื่องราวสมัยก่อนให้ผมและน้องๆฟัง นั่นก็หมายรวมถึงเพื่อนๆข้างบ้านที่แก้ผ้ากันอยู่แหละครับ พอได้เย็นเสียงอุ้ยคำ ละอ่อนเห้ย ยั้งได๋แล้ว ฝนต๊กนั๋กจะอี้เดี๋ยวเป๋นหวัดหนา มาหนี๊จะเล่ายั่งฮือฟัง ทำให้ทุกคนที่เล่นน้ำฝนกันอย่างสนุกสนานถึงกับต้องนั่งนิ่งรอฟัง เพราะแกเอ่ยขึ้นมาเพียงว่า สมัยก๋อน... เท่านั้นแหละ อุ้ยคำเคยเล่าว่า สมัยก่อนถ้าเด็กคนไหนดื้อๆ พ่อกับแม่ของเด็กคนนั้นจะพาไปปล่อยในป่า ก็มีเด็กฝาแฝดชายคู่หนึ่ง ค่อนข้างจะเป็นเด็กที่ดื้อเอามากๆพ่อกับแม่ก็ออกกลอุบายว่าจะพาไปเที่ยวแต่เตรียมสำรับกับข้าวอย่างพร้อมเพียง อารมณ์เหมือนจะไปปิกนิกกลางป่า ไอ้เด็กแฝดดื้อก็ใช่จะรู้ความ ก็นึกว่าพ่อกับแม่จะพาไปเที่ยวจริงๆ ก็ดีใจใหญ่ วิ่งนำหน้าพ่อกับแม่เข้าไปในป่าลึก โดยหารู้ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เจอลิงก็วิ่งไล่ตีลิง เจอกวางก็ไหล่จนกวางแตกฝูง ทำให้สัตว์ป่าวิ่งกันจ้าละหวั่นเป็นป่าแตก พอถึงป่าลึกพ่อกับแม่ก็ให้ลูกๆนั่งทานข้าวรอ แล้วบอกว่าจะออกไปหาของป่ามาให้ลูกทาน ลูกคิดว่าจะได้กินของป่าดีๆก็หลงเชื่อพ่อกับแม่โดยไม่ดื้อเหมือนอย่างเคย ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ก่อนที่จะตัดสินใจพาลูกมาปล่อยป่า ทั้งพ่อและแม่นอนไม่หลับทั้งคืนจนต้องตื่นขึ้นมาปรึกษากันเงียบๆ ขณะที่ลูกๆเข้านอนอย่างสบายใจแม่ก็ร้องไห้ กลัวลูกจะเสียใจ ส่วนพ่อก็ปลอบว่าเป็นการสอนลูกเท่านั้นไม่ให้เป็นเด็กดื้อ และไม่ได้เอาไปปล่อยจริง พอตกเย็นก็กลับมารับ พอตกตอนเย็นทั้งพ่อและแม่ก็เดินกลับไปรับลูกจุดเดิมที่ทิ้งลูกไว้ ปรากฏว่าไม่เจอลูกรักจึงเดินตามหาเข้าไปในป่าลึกละแวกนั้น หาเท่าไหร่ก็ยังหาไม่เจอ ทั้งสองร้องไห้ประหนึ่งจะขาดใจ ส่วนเจ้าลูกดื้อ หลังจากพ่อกับแม่บอกให้รออยู่ ก็ไม่ได้นั่งนิ่งอย่างที่รับปากไว้ พอเห็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยวิ่งผ่านมา ก็วิ่งไล่ตามมันไปโดย ไม่ได้สนสิ่งที่พ่อกับแม่บอกให้รออยู่ แต่กลับวิ่งไล่สัตว์เล็กสัตว์น้อยเข้าไปในป่าลึก พอฟ้าเริ่มมืดลงก็หาทางกลับมาที่เดิมไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้หาอีป้อ อีแม่ (เป็นสำเนียงภาษาเหนือที่แปลว่า พ่อจ๋า แม่จ๋า) แต่น่าเสียดายที่สัตว์เดรัจฉานเหล่านั้น ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง จึงไม่สามารถบอกทางเดินกลับให้กับเด็กดื้อได้และเด็กดื้อก็ยังคงร้องหา อีป้อ อีแม่แต่แล้วก็ไม่มีใครช่วยได้... พอรุ่งเช้าอีกวันพ่อกับแม่ก็เพียรออกตามหาลูกของตน โดยไม่ทิ้งความพยายามกับความผิดพลาดของตน ยิ่งเข้าไปในป่าลึกเท่าไหร่ ก็ไม่มีวี่แววลูกของตน หาเท่าไหร่ก็ยังหาไม่เจอ จนแล้วจนเล่า จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี แล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านไป 20 ปี ผ่านไป พ่อกับแม่ยังเข้าป่าหาลูกรักของตัวเองอยู่ แต่ยังหาไม่เจอ ส่วนลูกดื้อ 20 ปี ผ่านไปแล้วก็ยังคงวิ่งไล่เล่นกับลิงกับค่าง ปากก็ร้องหาแต่ อีป้อ อีแม่ เป็นภาษาคนประโยคเดียวที่เด็กดื้อทั้งสองที่จำได้ แต่ก็ลางเลือนฟังไม่ค่อยชัดเจนว่าเป็นภาษาคนแล้ว วันหนึ่งพ่อกับแม่มาเจอลิงจ๋อทั้งสอง นั่งมองหน้าอยู่ ตาก็ร้องไห้ไม่หยุด ปากของลิงจ๋อก็ร้อง อีป้อ อีแม่ แต่พ่อกับแม่ไม่ได้ยินเป็นภาษคน และไม่รู้ว่าด้วยว่า เจ้าจ๋อ คือเจ้าลูกดื้อของตัวตนที่พลันพรากจากกันเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่พ่อกับแม่ก็รู้สึกถูกชะตากับเจ้าลิงจ๋อทั้งสองตัวมาก จึงเอากลับมาเลี้ยงด้วยที่บ้าน โดยขังเป็นสัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่น พอเจ้าลิงจ๋อเห็นเพื่อนๆ ที่เคยเล่นด้วย เจ้าลิงจ๋อก็ดีใจใหญ่เอาเท้าเขย่ากรงแล้วเรียกเพื่อนซะเสียงดัง พอเพื่อนได้ยินก็ดีใจที่เห็นเจ้าลิงจ๋อเล่นด้วย แต่เพื่อนไม่รู้หรอกว่าเจ้าลิงจ๋อ คือเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันเมื่อ 20 ปีก่อน ...พอถึงตอนนี้เพื่อนทุกคนรวมทั้งผมด้วย ที่ยังคงอยู่ในชุดวันเกิดอยู่ ถึงกับอ้าปากค้างแล้วรีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันถ้วนหน้า โดยไม่ต้องมีใครบอก นี่ไม่ใช่เรื่องแรกที่อุ้ยคำเล่าให้ฟังผมยังคิดถึงอุ้ยคำ กับเรื่องเล่าอีกมากมายที่แกเคยเล่าให้ฟัง |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||