พิมพ์หน้านี้
|
ภัยเรื่องบัตรเครดิต มีให้เห็นอยู่บ่อยๆนะครับ แต่เกิดขึ้นกับคนอื่น และครั้งนี้ผมก็เจอเข้ากับตัวเองจนได้ เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น พอรับสายจึงรู้ว่าต้นสายเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตที่ผมถืออยู่ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าบัตรเครดิตของผมเสี่ยงต่อการโจรกรรมข้อมูลมาก จึงของอนุญาตอายัดบัตรดังกล่าวไว้ก่อน สิ่งที่ผมได้ยินนี้ มันทำให้ผมงง และก็งงมากครับ ผมถามกลับไปว่า เหตุใดบัตรของผมจึงเสี่ยงและรู้ได้อย่างไร เพราะผมใช้บัตรนี้มาหลายปีแล้ว ทางหน้าที่แจ้งว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายตรวจสอบข้อมูลบัตรเครดิตแล้ว มีผู้หวังร้ายได้โจรกรรมข้อมูลในบัตรเครดิตของผมไปแล้ว เพื่อใช้ในการปลอมแปลงบัตร และเท่าที่ตรวจสอบได้เบื้องต้น เป็นพนักงานจากปั้มน้ำมันที่ผมไปเติมย่านถนนรามอินทราและเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ แต่ระบุไม่ได้ว่าเป็นปั้มยี่ห้ออะไร ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกลัวกับเรื่องดังกล่าว เพราะผมไม่รู้ได้เลยว่ามันคือปั้มไหน แต่ผมต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเดินทางกลับบ้าน จึงเสี่ยงมากที่จะเติมน้ำมันแถวนั้นได้ ทำให้ต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงที่จะใช้บริการเติมน้ำมันในย่านนั้นเป็นอย่างบยิ่ง ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางธนาคารได้อายัดการใช้บัตรเครดิตของผมไว้ก่อนและจัดส่งบัตรใหม่มาให้ภายหลัง ทำให้ผมต้องขาดการใช้จ่ายที่มีประโยชน์โดยเฉพาะการเติมน้ำมัน ที่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งยวด จึงอยากฝากเตือนเพื่อนๆชาวบล็อกให้ระวังตัวไว้ด้วยครับหากมีบัตรดิตอยู่ในมือ และเราไม่รู้เลยว่าเราจะโดนโจรกรรมไปเมื่อไหร่ ***เพิ่มเติมครับ*** ล่าสุด ผมได้โทรศัพท์เข้าไปสอบาม ยังธนาคารเจ้าของบัตรแล้ว เพื่อถามรายละเอียดของการโจรกรรม โดยได้รับแจ้งว่า การโจรกรรมดังกล่าวไม่ได้ระบุสถานที่การกระทำของผู้ไม่หวังดี เฉพาะปั้มน้ำมันที่ผมไปใช้บริการเท่านั้น แต่เป็นการโจรกรรมทางสายโทรศัพท์โดยคนร้ายไม่ได้อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ แต่บังเอิญผมได้ไปใช้บริการในสถานที่ ห้วงเวลาที่มีการโจรกรรม ทางบริษัทวิซ่า จึงได้แจ้งให้ทุกธนาคารที่มีลูกค้าใช้บริการบัตรเครดิตในช่วงนั้นทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล และดำเนินการแจ้งให้ทราบทุกธนาคารและทำการอายัดบัตรลูกค้าที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารยังแจ้งให้ทราบด้วยว่า การโจรกรรมในสมัยนี้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยคนร้ายไม่ได้อยู่ในสถานที่แต่มีการโจรกรรมกันทางโทรศัพท์ แต่ก่อนทางธนาคารและบริษัทวิซ่า คิดว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่หวังดีร่วมมือกับบริษัทห้างร้านที่ใช้บริการเพื่อทำการโจรกรรมข้อมูล แต่ปัจจุบันทันสมัยกว่านั้นเป็นการโจรกรรมผ่านสายโทรศัพท์แทน จึงไม่ทราบเลยว่าคนร้ายจะทำการโจรกรรมข้อมูลตอนไหนและสถานที่ใด ดังนั้นวิธีการที่ทำได้ในตอนนี้คือ ทางบริษัทวีซ่าจะเป็นผู้ตรวจสอบการทุจริตและการโจรกรรมข้อมูล หากเจอก็ต้องแจ้งด่วนไปยังธนาคารเจ้าของบัตรที่เป็นลูกค้ากลุ่มเสี่ยง ให้ทำการอายัดบัตรและเปลี่ยนบัตรใหม่ให้ลูกค้าในทันทีภายใน 7 วัน เพื่อเซฟข้อมูลและเพื่อยากต่อการโจรกรรมได้ นี่เป็นข้อมูลที่ผมได้จากธนคารเจ้าของบัตรที่ผมเป็นลูกค้าอยู่ |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||