พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงนี้ กรุงเทพมหานคร อากาศเย็นเร็วกว่าทุกปีนะครับ สัปดาห์ก่อน ผมต้องหยิบเสื้อกันหนาวที่เก็บไว้ในตู้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ออกมาพึ่งแดดเตรียมพร้อมกับความหนาวที่กำลังจะมาถึง หลังจากที่ กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่าปีนี้ ประเทศไทยจะหนาวเร็วกว่าทุกปี และนานกว่าปกติด้วย และ ปีนี้อากาศก็จะลดลงกว่าปีก่อน 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 16 องศาเซลเซียสกว่าๆ ผมว่ารู้สึกได้เลยนะครับ เพราะตอนนี้ผมได้มีโอกาสได้ใส่เสื้อกันหนาวตัวนั่นอยู่เลย นี่ยังไม่ถึงปลายปีเลยด้วยซ้ำนะครับ ทำให้ผมคิดถึงอากาศหนาวที่เมืองเหนือเป็นอย่างยิ่ง นานมากแล้วที่ไม่ได้ขึ้นเหนือกลับบ้านเกิด
ผมได้มีโอกาส อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เห็นเขาบอกว่าปลายปีนี้ ที่ศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกไม้เมืองหนาว บนดอยผาหม่น อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ได้จัดเตรียมวางแผนครั้งใหญ่ในการปลูกทิวลิป เพื่อบานทัน วันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ครบวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา โดยจะเน้นปลูกสีเหลืองให้อร่ามไปทั้งดอย ทำให้นักท่องเที่ยวคนไทย จะไม่พลาดโอกาสในชมในช่วงปลายปีนี้ ดอกทิวลิปจะบานสะพรั่งและเหลืองอร่ามไปทั้งดอยผาหม่น ผมคิดว่ามันคงจะสวยงามเอามากมากเลยนะครับ นึกภาพตามแล้วอยากให้ถึงเวลานั้นจริงๆ
พอได้พูดถึงศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกไม้เมืองหนาวบนดอยผาหม่นแล้ว เห็นเขาบอกว่าที่นี่ จะเป็นสถานที่ เพาะปลูกไม้เมืองหนาวหลายชนิด เช่นดอกทิวลิป ลิลลี่ ดอกชัลเวียสีแดง ต้นคริสต์มาตย์สีแดง หลากสีหลายพันธุ์
เจ้าหน้าที่ของศูนย์บอกว่า ตามปกติเมื่อดอกทิวลิปบานแล้วจะอยู่ได้ราว 1 สัปดาห์เท่านั้น และเป็นดอกไม้ที่ชอบอากาศหนาวจะอยู่ในอณุหภูมิที่ 10-15 องศาเซียลเซียส ศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกไม้เมืองหนาว จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อศึกษาและทดสอบในการนำทิวลิปเข้ามาปลูกในเมืองไทย เขายังบอกอีกว่า ทิวลิปมีสายพันธุ์เป็นร้อยสายพันธุ์แต่ที่ทดสอบแล้วปลูกได้ในเมืองไทยมีอยู่ 30 สายพันธุ์ ส่วนที่นำมาทดลองปลูกมี 11 สายพันธุ์ที่ทนทานรับกับสภาพอากาศบนดอยได้ การปลูกต้องใช้หน่อที่นำเข้าจาก เนเธอร์แลนด์ และใช้ครั้งเดียว อุณหภูมิจะเป็นตัวกำหนดการออกดอก อันที่จริงทิวลิปที่ศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกไม้เมืองหนาวแห่งนี้ เริ่มปลูกมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก บางปีก็ไม่มีงบประมาณในการสั่งซื้อหัวมาปลูกก็ไม่ได้ปลูกแต่ปีที่แล้วโชคดีมีการสั่งซื้อหัวเข้ามาปลูกนับหมื่นหัว จึงทำให้ได้ภาพดอกทิวลิปพานสะพรั่งไปทั่วโรงเพาะชำ
ศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกไม้เมืองหนาวที่พูดถึงกันนี้ จะอยู่ทางขึ้นภูชี้ฟ้า และมีบ้านพักเรียงตามไหลเขาทำให้เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก เห็นทีจะรอไม่ไหวจึงได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมทั้งภาพสวยๆจากเพื่อนๆบนโลกอินเตอร์เน็ต แล้วจึงเก็บมาฝากเพื่อนๆครับ เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากนะครับ แถมยังเป็นฝีมือคนไทยเพาะพันธุ์เองด้วย รู้สึกภูมิใจเอามากมากเลยนะครับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ บอกเพิ่มเติมว่า การเพาะปลูกดอกไม้เมืองหนาวเหล่านี้ ต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก แต่ละหน่อที่นำมาปลูกนั้นตกอยู่ที่ หน่อละ 20 บาท ซึ่งทั้งแปลงจะใช้หน่อทั้งหมดกว่า 7-8 แสนหน่อ จึงจะเห็นดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงามให้เห็น ซึ่งนี่ไม่รวมค่าดูแล เพาะเลี้ยง งบที่ส่วนใหญ่จะได้มาจาก องค์การบริหารส่วนตำบล หรือไม่ก็องค์การบริหารส่วนจังหวัดเท่านั้น แต่ยังไม้เคยได้รับงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเลยน่าเสียดายนะครับถ้าข้อมูลที่ได้มาเป็นความจริง แล้วการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทำอะไรอยู่ สำหรับการเข้าชมแปลงดอกไม้เมืองหนาวเหล่านี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม แต่จะได้เงินจากตู้บริจาคจากนักท่องเที่ยวตามกำลังศรัทธา ทำให้ในแต่ละปี ก็ต้องลุ้นว่าจะมีดอกไม้เมืองหนาวให้ชมในปีหน้าหรือเปล่า ก็ต้องเอาใจช่วยเขาละครับ แต่ไม่เฉาะแปลงดอกที่ดูแล้วรื่นรมนะครับ บรรยากาศโดยรอบนั้นยังสวยไม่แพ้กันด้วย แต่ที่แน่ๆจากข้อมูลเบื้องต้น ผมว่าปลายปีนี้ไม่น่าพลาดได้ยลโฉมดอกไม้หนาวที่มาไกลจากเนเธอร์แลนด์แน่ๆเลยครับ อยากไปมากๆเลยครับ อากาศเย็นเริ่มโชยมา ได้บรรยากาศจริงๆ
|
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |