วันพุธ ที่ 23 มกราคม 2551
ภูชี้ฟ้าหนาวนี้ เปลี่ยนไป
Posted by
เวียงตาล
,
ผู้อ่าน : 359
, 23:43:46 น.
พิมพ์หน้านี้
วันก่อนได้ทราบข่าวอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวตกภูชี้ฟ้าเสียชีวิต รู้สึกสะเทือนใจอยู่เหมือนกัน ผมว่านักท่องเที่ยวปีนี้คงจะเยอะมากครับ ทำให้เจ้าหน้าที่มีไม่พอรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลขึ้นไปเที่ยวยังภูชี้ฟ้า หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่เตือนแล้ว แต่นักท่องเที่ยวประมาทไปหน่อยทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ แต่อย่างว่าแหละครับในแต่ละปีนักท่องเที่ยวยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวเองก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วยเหมือนกัน 
พูดถึงภูชี้ฟ้าแล้ว ทำให้นึกย้อนกลับไปเมื่อราว 13 ปี ที่ผ่านมา สมัยผมยังขาสั้น คอซอง ตอนนั้นผมอยู่ ม.ปลายครับ การขึ้นภูชี้ฟ้าถือว่าเป็นประเพณีของวัยรุ่น ในอำเภอที่ผมเรียนอยู่ เป็นกฎที่ไม่มีใครตั้งขึ้น และไม่มีใครคุมกฎดังกล่าว แต่เป็นที่รู้กันว่าในช่วงหนึ่งของชีวิตการเรียน ม.ปลายที่นี่ ต้องหาโอกาสขึ้นไปเยี่ยมเยือนภูชี้ฟ้าให้ได้สักครั้งภาพเหล่านั้น ยังไม่เลือนรางจากมโนสำนึกของผม ผมยังจำได้แม่นว่า วันที่ผมขึ้นภูชี้ฟ้าไปกับเพื่อนหลายคน ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทกันครับ หรือไม่ก็เพื่อนต่างห้องที่มาแชร์กัน ผมยอมรับว่าเป็นครั้งแรกจริงๆที่ได้ขึ้นไปสัมผัสกับดินแดนที่เรียกขานกันว่า ภูชี้ฟ้า ยังความประทับใจให้ผมอย่างไม่มีวันลืม การขึ้นภูชี้ฟ้าที่ว่า ไม่ได้ขึ้นกับผู้ปกครองนะครับ ต้องรับผิดชอบตัวเองกับเพื่อนๆ เวลาไปกันแต่ละทีต้องรวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงหลายคน เช่าเหมารถกันขึ้นไปตั้งเต้นท์ค้างแรมกัน แต่ถ้าใครมีมอเตอร์ไซค์ก็สุดยอดเลยครับ ไม่ต้องรบกวนค่ารถจากที่บ้าน
สถานที่ตั้งเต้นท์จะอยู่ไกลจากยอดของภูชี้ฟ้ามากเอาการอยู่ เพราะกฎของที่นี่ (ผมหมายถึงสมัยนู้นนะครับ) ต้องไม่ขึ้นไปตั้งเต้นท์ในที่อันตราย ทุกคนจะทราบกันดี สมัยนั้นนักท่องเที่ยวน้อยอยู่ ทำให้ไม่ยากแก่การควบคุมครับ
ฝั่งที่ผมขึ้นเป็นเขตของตำบลตับเต่า อำเภอเทิง นักท่องเที่ยวจะนิยมขึ้นฝั่งนี้มาก เพราะมีบรรยากาศของการเดินทางด้วยเท้าขึ้นไปชมยอดภู พวกเราต้องตื่นกันตี 3 ตี 4 เพื่อเดินเท้าขึ้นไป ของที่ต้องเตรียมไปด้วยคือ ไฟฉาย น้ำดื่มเพราะแต่ก่อนไม่ได้มีขายตามไหล่ทางเหมือนสมัยนี้ และที่สำคัญรองเท้าต้องพื้นดีหน่อยเพราะทางเดินลาดชันมาก และเราต้องเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 1,500 เมตร จากที่พักแรม ระหว่างทางจะมีเชือกโยงไว้ประคับประคองเวลาเดินเซออกนอกเส้นทาง เพราะเวลาขณะนั้นมืดมากครับ เป็นการเดินเท้าที่สนุกมากเพลิดเพลินกับสองข้างทาง แม้จะมืดก็ตามแต่ได้สูดอากาสบริสุทธิได้กลิ่นธรรมชาติในตอนเช้าก่อนสว่าง เหนื่อยเหมือนกันครับ แต่ความสนุกมีมากกว่า ใครเหนื่อยก็พัก ใครมีแรงก็เดินต่อ เพื่อนไม่ไหวก็คอยพยุงเพื่อน เพราะต้องทำเวลา เพื่อให้ขึ้นไปให้ทันเวลาพระอาทิตย์ขึ้น
พอถึงยอดภูชี้ฟ้าจะสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ ที่ผมไม่เคยได้รับรู้มาก่อนว่าทะเลหมอกเป็นอย่างไร มันทำให้เราหายเหนื่อยเมื่อได้เผชิญกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ผมรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์นั้นจริงๆ มันเหมือนกับว่ามันคุ้มค่ามากกับการเดินเท้าขึ้นมา และที่สำคัญผมได้มิตรภาพระหว่างทางที่หาได้ยากมากในปัจจุบันกลับบ้านด้วย

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสกลับไปสัมผัสกับธรรมชาติบนภูชี้ฟ้าอีกครั้ง คราวนี้ผมไม่ได้ไปกับกลุ่มเพื่อนๆ แต่ไปกับครอบครัวและเด็กๆ และผมไม่ได้ขึ้นฝั่งตำบลตับเต่า เขตอำเภอเทิง เหมือนเมื่อ 13 ปีก่อน เพราะนักเที่ยวเยอะมากขึ้นจนล้นมาทางขึ้นฝั่งบ้านร่มฟ้าทอง อยู่ในเขตอำเภอเวียงแก่น
ภูชี้ฟ้าที่ผมเห็นวันนี้ มันเปลี่ยนไปมากครับ มากซะจนน่าใจหาย นักท่องเที่ยวเยอะมากขึ้น ถนนบนภูชี้ฟ้าทันสมัยเสริมคอนกรีตทั้งหมด เรียกว่าเจริญแล้ว มีรถราไว้ให้คอยบริการคับคั่ง เสียงแตรที่บีบไหล่หลังเสียงดังของเครื่องยนต์ที่ดังก้องป่า อึกทึกครึกโครม สับสนวุ่นวายไปหมด และปัจจุบันทางอุทยานแห่งชาติทำทางขึ้นไปให้ใกล้กับยอดภูชี้ฟ้ามากขึ้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลยใช้บริการที่เขาจัดให้ ค่าโดยสารก็ประมาณหัวละ 40-50 ังก้องป่า อึกทึกครีกโครม ารคับคั่ง เสียงตานกนกบาท ผมจำไม่ค่อยได้ แต่ก็ถือว่าเป็นรายได้สำหรับคนในพื้นที่ที่เขาควรจะได้จากการท่องเที่ยว ที่บังคับให้พวกเขาต้องทำ

ผมคงไม่ไปตามความเจริญกับพวกเขา ผมชวนน้องชายและน้าชายเดินเท้าขึ้นไปพร้อมกัน 3 คน อย่างน้อยผมก็ยังได้หวนนึกถึงวันเก่าๆ สมัยที่ผมยังรุ่นๆ แม้ว่าวันนี้มันจะไม่มีเชือกเพื่อประคองเดินเพราะทางไม่ได้ลาดชันแล้ว หันหลังกลับไปผมยังมีเพื่อนร่วมทางอีก 2 คนเดินมากับผม แต่มันก็มีความสุขที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติ แม้ว่าจะมีเสียงแตรรถ และเสียงยนต์คอยกระทบโสตประสาทอยู่ก็ตาม

สำหรับเด็กๆพี่ชายและพี่สาว พวกเขาโดยสารไปกับรถยนต์ที่เขาจัดบริการให้ พวกเขาจะได้ไม่เหนื่อย ผมยังรู้สึกเสียดายแทนเด็กเหล่านี้ที่เป็นลูกหลานของผม เขาจะไม่มีโอกาสเลยที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติและวันเก่าๆที่ผมเคยสัมผัสมา และรวมไปถึงนักท่องเที่ยวคนอื่นๆด้วย มันน่าเสียดายแทนจริงๆ ผมยังคงคิดถึงวันเก่าๆอย่างจับใจ

|