วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม 2551
เธอก้าวผ่านความตาย ไปได้
Posted by
เวียงตาล
,
ผู้อ่าน : 88
, 01:19:43 น.
พิมพ์หน้านี้
มันคงไม่ง่ายมากนักนะครับ ที่เราจะตัดสินใจอะไรง่ายๆ โดยเฉพาะความเป็นกับความตาย ผมได้มีโอกาสรู้จักกับแม่ชีอภิญญา ตั้งแต่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจถือศีล 8 เพื่อบวชเป็นแม่ชี ซึ่งก่อนหน้านั้นผมรู้จักเธอในฐานะผู้ประกาศและผู้ดำเนินรายการในช่อง 11 ฝีมือในอาชีพนี้ถือว่าดีเลยทีเดียว เธอยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างในวงการสื่อ ในสายตาผมถือว่าเธอค่อนข้างจะกว้างขวาง อาชีพการงานรุ่งเรือง ชีวิตครอบครัวอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ต่องาน ลูกสาว 2 คน เป็นเหมือนดั่งดวงใจที่หล่อเลี้ยงในการก้าวต่อไป ชีวิตของเธอเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว 
คุณเป็นมะเร็งปอด ระยะสุดท้าย และจะมีชีวิตอยู่ได้ อย่างเร็ว 3 เดือน หรือ อย่างช้า 6 เดือน เป็นคำพูดจากปากคุณหมอ หลังจากเธอเข้าตรวจอาการป่วยที่มีอาการเพียงเล็กน้อยคือเวลาไอแล้วเหนื่อยหอบ และนั่นมันได้เสียดแทงลึกเข้าไปยังขั้วหัวใจ เธอไม่ได้คิดว่าเธอจะตาย แต่ความคิดของเธอดังก้องอยู่ในใจว่า แล้วลูกจะอยู่อย่างไร จะมีโอกาสเห็นลูกรับปริญญาหรือเปล่า และแล้วเธอก็ตัดสินใจถือศีล 8 โกนหัวบวชชี ที่วัดพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า สิทธัตถะ พระโคตะมะ เปิดโลกเมตตาธรรม อนาลโย และ ปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งปฏิเสธการแพทย์แผนปัจจุบัน และเลือกที่จะรักษาแบบแพทย์ทางเลือก เธอยอมสละความสะดวกสบายในชีวิต และสละความมีชื่อเสียงของเธอ หันหน้าเข้าหาธรรมะ พร้อมทั้งรักษาตัวแบบแพทย์ทางเลือกไปด้วย ผมคิดว่า การที่เธอตัดสินใจหันเข้าสู่พระพุทธศาสนาเพื่อรักษาตัว โดยปฏิเสธการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน ทางเลือกของเธอจะถูกหรือไม่ผมไม่รู้ แต่คนเราถ้าได้หันหน้าเข้าสู่พระธรรมแล้ว ก็เป็นการตัดสินใจสำคัญยิ่ง ผมรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก ผมได้ไปเยี่ยมแม่ชีอภิญญา หลังจากที่ทราบข่าวว่าแม่ชีเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย ความคิดขณะนั้นตกใจมาก ไม่อยากเชื่อ จึงรวบรวมทีมงานที่สามารถติดต่อได้และเคยร่วมงานกับท่านประมาณ 10 กว่าคน พอไปถึงสภาพที่ผมเห็นกับภาพที่ผมคิดในใจก่อนเจอแม่ชีมันต่างกันมากครับ ดูแม่ชียังคงสวยงามแม้จะโกนหัวแล้วก็ตาม ใบหน้าผุดผ่องอิ่มบุญ ไม่เหมือนกับมโนภาพของผมเลย แม่ชีพูดคุยหยอกล้อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูแม่ชีมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก

สิ่งที่แม่ชีพูดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องธรรมและการปฏิบัติตัว แม่ชีพูดว่า จริงๆคนเราสุดท้ายก็ตาย แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วอย่างนี้ ทั้งที่ได้ตรวจสุขภาพประจำปีตลอด แต่ทำไมเธอไม่รู้เลยว่าเธอเป็นมะเร็ง แม่ชียังพูดติดตลกด้วยว่า จริงๆก่อนตัดสินใจบวชชี คิดเพียงว่าไม่อยากตายไปในสภาพที่ตัวดำ และเลือกที่ตายในตัวขาวคือบวชชีไปเลย อย่างน้อยก็สามารถที่จะช่วยทำนุบำรุงศาสนา ถึงแม้ว่าแม่ชีจะไม่รู้ว่าเวลาข้างหน้าจะเหลือน้อยเพียงใด แต่วันนี้แม่ชีก็ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำแล้ว ผมจึงคิดว่าหากเราได้ตัดสินใจทำในสิ่งดีที่ควรทำ สิ่งเหล่านั้นก็จะส่งผลย้อนกลับมา ...ความหวังอันสูงสุดของเธอคือ กลับมาทำประโยชน์ต่อสังคม และที่สำคัญสุด เธอยังอยากจะเห็นลูกรักทั้ง 2 คนของเธอ เหยียบฝัน...
แม่ชีฝากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ว่า เราเกิดมามีกรรมเป็นของตัวเองและการเวียนว่ายตายเกิด เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนสร้างกรรมดีละเว้นความชั่วและจะเป็นแสงธรรมเกิดขึ้นกับคนที่ปฏิบัติ
|