• ปกรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kobkab034@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 12343
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
ปกรณ์
ร่อนตะแกรง แถลงไข ไฟใต้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kobkab
วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2550
จาก 384 มุสลิมใต้ถึง ก.ม.ความมั่นคง...บทเรียนรัฐลุแก่อำนาจ!
Posted by ปกรณ์ , ผู้อ่าน : 465 , 22:38:07 น.  
พิมพ์หน้านี้


                    

เรื่องราวที่เป็นเพียงข่าวเล็กๆ และไม่ได้รับความสนใจมากนักจากสังคมรวมทั้งสื่อมวลชนกระแสหลัก แต่กลับเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนความรู้สึกของประชาชนกลุ่มใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างลึกซึ้ง ก็คือชะตากรรมของพี่น้องไทยมุสลิมกว่า 300 ชีวิตที่ถูกส่งตัวไปฝึกอาชีพยังค่ายทหาร 3 แห่งใน จ.ระนอง ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

พวกเขาถูกหน่วยงานความมั่นคงควบคุมตัวตาม "แผนยุทธการพิทักษ์แดนใต้" ซึ่งเปิดปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเข้มข้นทั้งปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

เมื่อระยะเวลาการควบคุมตัวตามกฎหมายที่ให้อำนาจ "พิเศษ" รวมทั้งสิ้น 37 วันหมดลง เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีในข้อหาใดๆ กับพวกเขาได้ แต่ด้วยข้อมูลการข่าวที่น่าเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความรุนแรง หรือเป็น "กลุ่มเสี่ยง" ที่อาจถูกชักจูงเข้าร่วมกับขบวนการของผู้ไม่หวังดีได้โดยง่าย จึงทำให้ฝ่ายความมั่นคงปิ๊งไอเดียเปิดโครงการฝึกอาชีพโดยร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน แล้วส่งบุคคลเหล่านั้นเข้าโครงการมีกำหนดเวลา 4 เดือน

วิธีคิดของฝ่ายความมั่นคงก็คือ หากตัดวงจร "กลุ่มเสี่ยง" ออกจากพื้นที่สามจังหวัดได้ ขบวนการก่อความไม่สงบที่ถูกรุกหนักจากยุทธการพิทักษ์แดนใต้ก็จะสิ้นเรี่ยวแรง ไม่มีแนวร่วมรับช่วงก่อการต่อไป

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่มีข่าวเปิดโครงการฝึกอาชีพ ก็มีเสียง "เตือนด้วยความหวังดี" จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนว่า นี่คือเทคนิคการควบคุมตัวอย่างยาวนานโดยไม่มีกฎหมายรองรับที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือไม่?

ทว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ไม่สนใจ และเดินหน้าตามแผนต่อไป ทำให้ญาติของผู้ถูกควบคุมตัวจำนวน 86 คน ภายใต้การประสานงานของคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ และองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด ขอให้ปล่อยตัว เพราะเป็นการควบคุมตัวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แต่แล้วฝ่ายที่ยื่นคำร้องก็ต้องตกอยู่ในสภาพ "ลมแทบจับ" เพราะระหว่างการไต่สวนของศาลนั้นเอง ฝ่ายความมั่นคงได้นำประกาศที่ลงนามโดย พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ลงวันที่ 22 ก.ค.2550 มายื่นเป็นหลักฐานต่อศาล โดยสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว คือคำสั่งห้ามบุคคลที่มีรายชื่อท้ายประกาศจำนวน 384 คน เข้าไปหรืออยู่อาศัยในเขตท้องที่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลาเป็นการชั่วคราว มีกำหนด  6  เดือน

เป็น 384 คนที่ถูกส่งตัวไปฝึกอาชีพนั่นเอง!

แต่กระนั้น ในท้ายที่สุดศาลไม่รับฟัง และสั่งให้ทางการปล่อยตัวผู้ที่ยื่นคำร้องเข้ามาทั้งหมดเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2550 ส่งผลให้ผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในโครงการฝึกอาชีพอีกจำนวนหนึ่งทะยอยแสดงความจำนงยุติการร่วมโครงการ

ทว่าปัญหาไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เพราะทั้งหมดไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ เนื่องจากติดประกาศห้ามเข้าพื้นที่ของแม่ทัพภาคที่ 4 ทำให้พี่น้องชาวไทยมุสลิม 180 ชีวิต ต้องไปอาศัยอยู่รวมกันอย่างอัตคัตที่มัสยิดกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ตลอดหลายสัปดาห์บนชั้น 3 ของอาคารคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี พวกเขามีเพียงข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋องเป็นอาหารประทังชีวิต ต้องกินอยู่หลับนอนอย่างแออัด โดยแทบไม่มีนักการเมืองหน้าไหนที่ประกาศนโยบายดับไฟใต้กันโครมๆ เดินทางไปเยี่ยมเยียนหรือแม้แต่ถามสารทุกข์สุขดิบเลย

ข้างฝ่ายหน่วยงานความมั่นคง แม้จะถูกศาลวินิจฉัยว่าควบคุมตัวประชาชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะช่วยเหลือเยียวยา "เหยื่อ" ของการใช้อำนาจนั้นอย่างไร กองทัพภาคที่ 4 ยังยืนกรานไม่ยกเลิกประกาศห้ามเข้าพื้นที่ มิหนำซ้ำยังส่งคนเข้าไป "ทั้งขู่ทั้งปลอบ" ให้เปลี่ยนใจกลับเข้าร่วมโครงการฝึกอาชีพต่อไป

ที่น่าตกใจอย่างยิ่งก็คือเมื่อเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีการต่างๆ ไม่เป็นผล ก็เริ่มมีการใช้กลเม็ดใหม่ คือการออกหมายจับซ้อน ที่เรียกว่า "หมาย ฉฉ." โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จับกุมผู้ที่ออกจากโครงการฝึกอาชีพและอาศัยอยู่ในมัสยิดกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างน้อย 3 คนซ้ำอีก ทำให้ทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดยะลาและปัตตานีโดยความช่วยเหลือของกลุ่มทนายความสมานฉันท์ในพื้นที่ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งสั่งปล่อยตัว

ยังโชคดีที่ในที่สุดศาลจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งให้ปล่อยตัว 2 ใน 3 ผู้ต้องสงสัย เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอมายืนยันการจับกุม!

และแม้ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา แม่ทัพภาคที่ 4 จะยอมออกประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ให้กับพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั้ง 384 คนแล้ว หลังจากที่หลายฝ่ายเรียกร้องมาเนิ่นนาน แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดยังไม่ควรจบลงที่การเก็บข้าวของขึ้นรถบัสกลับถิ่นฐานบ้านช่องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะพฤติกรรมของหน่วยงานด้านความมั่นคงในกรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้อำนาจที่ไม่สามารถตอบคำถามเรื่อง "ความชอบธรรม" ได้เลย

ทั้งๆ ที่ "ความไม่ชอบธรรม" และ "ความอยุติธรรม" คือต้นตอของปัญหาในดินแดนปลายสุดด้ามขวานที่หยั่งรากลึกมาหลายทศวรรษ กระทั่งสุกงอมกลายเป็นสถานการณ์ความไม่สงบที่รุนแรงบานปลายจนถึงทุกวันนี้

แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธมาตรการเข้ม หรือยุทธการเชิงรุกเพื่อปกป้องดูแลชีวิตผู้บริสุทธิ์ส่วนใหญ่ แต่ในความเข้มนั้นต้องมีความแม่นยำ และยืนอยู่บน "หลักนิติธรรม" อย่างสมบูรณ์ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้ปัญหาบานปลายออกไปอีก

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคงหลายคนเคยแสดงท่าทีว่า กฎหมายพิเศษ 2 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา และเรียกร้องขอให้มีการตรากฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่ชื่อ "ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ...." ขึ้นมาเป็นเครื่องมืออันทรงอานุภาพของภาครัฐอีกฉบับหนึ่ง

ไม่อยากนึกภาพเลยว่าถ้ากฎหมายความมั่นคงที่ถูกขนานนามจากนักวิชาการและกลุ่มปัญญาชนว่า "กฎหมายฮิตเลอร์" มีผลบังคับใช้ขึ้นมาจริงๆ เจ้าหน้าที่รัฐจะใช้อำนาจอย่างกว้างขวางและน่ากลัวเพียงใด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ต่างอะไรกับ "เช็คเปล่า" ที่ให้อำนาจฝ่ายทหารผ่านหน่วยงานที่ชื่อ กอ.รมน. ปฏิบัติการในลักษณะ "ก้าวล่วง" สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนได้อย่างมากมาย เพียงเพื่อสนองการรักษาความมั่นคงที่ กอ.รมน.คือผู้นิยามความหมายเอง

ทั้งกรณีชะตากรรมของพี่น้องไทยมุสลิม 384 ชีวิต และอนาคตของร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง น่าจะเป็นอีกหนึ่งวาระแห่งชาติที่พรรคการเมืองทุกพรรคสมควรแสดงจุดยืนก่อนถึงวันเข้าคูหาเลือกตั้ง แทนที่จะมัวสาละวนกับการประกาศนโยบายประชานิยม และเกทับตัวเลขลดแลกแจกแถมกรอกหูประชาชนกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...

เพื่อให้การใช้อำนาจอย่าง "ลุแก่อำนาจ" เป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายต้องพึงสังวรณ์ หากต้องการสถาปนาสันติสุขให้เกิดขึ้นในดินแดนปลายสุดด้ามขวานอย่างแท้จริง!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
ภาษาหลากสี วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

นับเป็นการแก้ปัญหาที่ยากยิ่ง น่าเห็นใจทุกฝ่ายค่ะ เนื่องจากไม่รู้ว่าเรารบอยู่กับใคร พวกนี้แฝงตัวรวมกับคนบริสุทธิ์ทั่วไป บางทีก็มีผู้บริสุทธิ์หลงถูกจับมาด้วย แต่ถ้าเป็นศาลจะให้ประโยชน์ แก่คนที่ถูกจับจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าผิด แต่ในด้านตำรวจจะเป็นระบบกล่าวหา ผิดไว้ก่อนแล้วค่อยมาแก้ มันก็มีข้อเสียทั้ง 2 แบบน่ะ แต่สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงที่มีอยู่ทุกวัน ทางการเลือกจะป้องกันไว้โดยเอากลุ่มเสี่ยงออกมาจากพื้นที่ ดิฉันก็เห็นด้วยน่ะค่ะ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าหนึ่งใน 384 คนจะไม่ไปทำอะไรให้คนบริสุทธิ์เสียชีวิต ถ้ามีคนรับประกันก็อีกเรื่องหนึ่งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
วัชรากร วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 17.36 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

เฮ้อ ! อ่านแล้วเศร้าค่ะ
บอกตามตรงว่าดิฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
แต่ก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้ความรุรแรงทุกรูปแบบ
รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม
ในเวลาเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่แต่ละฝ่ายใช้ความรุนแรงเข้าหากันแบบนั้น

ขอเป็นเพื่อนบ้านด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
เมธา วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.15 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

I'm agree with adisonarch and CCHR
ความคิดเห็นที่ 8
ครส. วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/humanrights

เรียนคุณ น้ำทะเล

องค์กรสิทธิมนุษยชนก็ประณามทุกครั้งแหละครับ แต่ข่าวไม่ค่อยลง ประเด็นคือ
1.ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ ก็สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งในระยะยาวได้ครับ อาจจะมีโจรตัวจริงปะปนบ้าง แต่การเหวี่ยงแหผู้บริสุทธิ์โดยเขาไม่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม รังแต่ขยายความขัดแย้ง เล่นกันใต้ดิน เอากันคืนไปมาไม่จบสิ้น ชาวบ้านก็จะกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับโจรไปโดยปริยาย ถ้าทหารทำแบบนั้น

2.ประเด็นประณามโจรใต้ องค์กรระดับโลกอย่าง Human Rights Watch เคยออกแถลงการณ์มาประณามโจรใต้ครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ ในทางสากลแล้ว เมื่อเราประณามโจรใต้เมื่อไหร่ เท่ากับว่า รัฐล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาแล้ว เราอยากให้รัฐไทยเป็นรัฐที่ล้มเหลวในการแก้ปัยหาเหรอครับ การที่เรา(และทุกคน)ต้องเรียกร้องรัฐให้แก้ไขปัญหา และใช้กระบวนการยุติธรรม เพราะเรายังคาดหวังว่ารัฐไทยจะแก้ไขปัญหาได้ ไม่ต้องเป็นรัฐที่ล้มเหลวแล้วให้ต่างชาติเข้ามา
ความคิดเห็นที่ 7
LittleLee วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 03.16 น.
http://www.oknation.net/blog/LittleLee

ผมเห็นด้วยกับพี่ปกรณ์ครับ เห็นด้วยตรงที่ว่าจุดยืนในหลักนิติธรรมต้องมี เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้กฎหมายต้องคำนึงถึงตรงจุดนี้ให้มาก เพราะอย่าลือมว่ามือข้างหนึ่งคุณถือกฎหมาย
ก็ให้คุณให้โทษได้อยู่แล้ว แต่อีกข้างคุณนี่สิถืออาวุธอยู่คุณยิ่งต้องตระหนักให้มาก

สุดท้ายคือ ลำพังกฎหมายสองฉบับที่ใช้อยู่ในสามจังหวัดทุกวันนี้ก็แรงพอแล้ว แต่การที่รัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วจะออกกฎหมายความมั่นคงมาใช้อีก ผมว่ามากเกินรับได้จริงๆครับ และไม่ใช่แค่พื้นที่สามจังหวัดนะครับ มันทั่วประเทศเลยนะครับ หนำซ้ำทราบมาว่าทหารเป็นหลักในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ทำให้เปรียบเทียบกับการปฏิบัติของทหารในบทความนี้แล้วผมปวดหัวหนักเลย
ฝากให้ต่อยอดทางความคิดด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 6
adisonarch วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

มีมุมมองที่แตกต่างจากคุณเรือรบ นิดหนึ่งครับ
ถ้าเป็นผม ผมยินดีให้"ลากตัวฟ้องขึ้นศาลมีคดีติดตัว" ดีกว่า ถูกคุมขังแบบไม่มีแม้แต่ข้อหาครับ
แต่อย่างไรก็ขอบคุณมากๆครับที่ "เป็นบุญเท่าไหร่แล้ว" ที่เขานำไปกักขังไว้อย่างนั้น โดยไม่อุ้มฆ่า
ความคิดเห็นที่ 5
adisonarch วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 21.29 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

- ขออนุญาตแอดเป็นบล๊อกเพื่อนบ้านนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 15.32 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ก็บอกแล้วว่าทหารมันทำๆก็ไม่เชื่อ ฮา
ความคิดเห็นที่ 3
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 13.54 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

คนที่ถูกส่งไปฝึกอาชีพนั้นน่าจะถือว่าเขาให้โอกาส ไม่ลากตัวไปฟ้องศาลมีคดีติดตัวก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังกร่างอ้างโน่นอ้างนี่ ลองมองมุมนี้บ้างนะครับว่าทหารชายแดนเขาก็ใจเย็นมากแล้ว แต่พวกก็ชอบอ้างสิทธิโน่นสิทธินี่กีดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เหลือเกิน
ความคิดเห็นที่ 2
adisonarch วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 12.50 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

...........
ความคิดเห็นที่ 1
น้ำทะเล วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 22.56 น.
http://www.oknation.net/blog/soda

เวลาเจ้าหน้าที่ , คนไทยพุทธ ถูกฆ่า ถูกทำร้าย
องค์กรสิทธิฯ ทำไมไม่เห็นออกมาเรียกร้องบ้าง????
เงียบเหมือนอมอะไร หรือเป่าสากอยู่ครับ....
องค์กรสิทธิฯ เคยมองตนเองบ้างเปล่าว่า
องค์กรฯ กำลังก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวของคนอื่นเหมือนกัน..
อย่าพูดเลยครับว่า
เรียกร้องแทนนั่น แทนนี่ ความจริงแทนตัวเองหรือเปล่า...

ส่วนเรื่อง 384 คน
ไม่ขอเอ่ยถึงดีกว่าครับ
รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ..
ต่างมองคนละมุมและความจริงคนละอย่าง ....
ขอบคุณคับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30