พิมพ์หน้านี้
|
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า จักรภพ เพ็ญแข คนที่นั่งเป็นเสนาบดีบนเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ "จักรภพคนน่ารัก" หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Mr.Niceguy อย่างที่สังคมไทยเคยคุ้นตา จากบทบาทการเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก. ที่ยึดสนามหลวงชุมนุมต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นเวลาแรมเดือนในห้วงที่การเมืองกำลังเข้าไต้เข้าไฟเมื่อปี 2550 จนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ กระทั่งก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างรวดเร็วยิ่งเมื่อพรรคพลังประชาชนได้รับชัยชนะในสมรภูมิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ปีเดียวกัน ท่าทีอันแข็งกร้าวที่ปรากฏต่อหน้าสื่อสารมวลชนทุกแขนงตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ทำให้หลายคน "รับไม่ได้" ว่านี่หรือคือ จักรภพ เพ็ญแข คนเดิม สื่อบางสำนักตั้งฉายาเขาว่า "รัฐมนตรีสายล่อฟ้า" และเขาก็เป็น "สายล่อฟ้า" จริงๆ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นคำร้องผ่านวุฒิสภาให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง ทั้งยัง "จองกฐิน" เป็นรัฐมนตรีคนแรกของรัฐบาล "ลูกกรอก 1" ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่น่าจับตาก็คือ ข้อกล่าวหาที่พุ่งตรงไปยังตัวเขา ไม่ใช่แค่การปฏิบัติหน้าที่ส่อขัดรัฐธรรมนูญจากพฤติกรรมการแทรกแซงสื่อเท่านั้น ทว่ายังผสมผเสไปกับข้อหาฉกรรจ์ที่โยงไปถึงสถาบันเบื้องสูงของบ้านเมืองอีกด้วย รัฐมนตรีจักรภพ เปิดใจถึงประเด็นที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างเข้มข้นจากสังคม พร้อมด้วยบทวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง และแนวทางการ "ทำการเมือง" อันน่าตื่นตาตื่นใจของเขา ซึ่งเจ้าตัวบอกเองว่า "ไม่มีวันกลับไปเป็นจักรภพคนเดิมได้อีกแล้ว" สังคมเพี้ยน-ตอแหล เราเปิดประเด็นที่ปมร้อนซึ่งเขาถูกโยงเข้ากับข้อกล่าวหาก้าวล่วงสถาบัน และนั่นทำให้ จักรภพ ชี้แจงอย่างเคร่งเครียด "ขอให้ระวังเรื่องการใช้สถาบันระดับสูงมาเล่นงานศัตรูทางการเมือง เพราะมันจะไม่ได้เสี่ยงแค่ท่าน ผมคิดว่าหลังจากความหลุดโลกในช่วงนี้แล้ว อาจจะ 5 ปีหรือ 10 ปี เราคงจะต้องหันกลับมามองดูว่า คนที่ใช้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบันระดับสูงมาเล่นงานคนอื่นโดยไม่มีมูลความจริง ควรจะมีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ ฉะนั้นต้องให้ชัดอยู่ในใจว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ใช่เครื่องมือของพรรคประชาธิปัตย์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือองค์กรสื่อมวลชนใดก็ตาม แต่เป็นของสูงและเป็นมิ่งมงคลของชาติ ซึ่งทุกคนต้องเทิดไว้เหนือศีรษะ ส่วนที่วิจารณ์ผม ก็วิจารณ์กันไปเถอะครับ ระวังจิตใจของตนเองไว้ให้ดี เพราะคนที่รู้ว่าตนเองทำความผิดแล้วก็ยังเดินหน้าต่อเนื่องเหมือนคนที่ลงจากหลังเสือไม่ได้ มันเสี่ยงมากต่อการที่จะคุมสติไม่อยู่ในอนาคต ก็เกรงว่าจะเพี้ยนกันไปหมด" เราถามต่อถึงการกล่าวอ้างกระบวนการล้มเจ้า ล้มปืน ล้มทุน ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์พอดี ประเด็นนี้ จักรภพ โต้อย่างเผ็ดร้อน "ทั้งหมดที่กล่าวมามันเป็นความสติเสีย คือมันหามูลความจริงไม่ได้ และมันก็พิสูจน์ความจริงได้ทุกเรื่อง ผมเองไม่ได้หนักใจเป็นการส่วนตัวเลย มาอย่างไรได้ทั้งนั้น แต่ว่าผมเป็นห่วงประเทศและสถาบันหลักของบ้านเมืองว่าจะถูกนำมาใช้เป็นประโยชน์ในทางที่ไม่เหมาะสมเพื่อรับใช้คนบางกลุ่มที่ต้องการจะเอาตัวรอดเท่านั้นเอง ผมคิดว่าประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า บ้านเมืองถึงคราวชะตาตก ถึงได้ทำให้คนที่มีสติปัญญาเกิดความเพี้ยนตามไปด้วย คนเพี้ยนมีอยู่เป็นประจำในบ้านเมือง แต่ไม่เคยเป็นโรคที่ลามไปถึงบุคคลผู้มีปัญญา เมื่อมาถึงขั้นปัญญาเพี้ยนหรือเสื่อมลงไป เราต้องเริ่มคิดแล้วว่า บ้านเมืองในระยะหลังจากนี้จะทำอย่างไร ถ้าเทียบกับร่างกายมนุษย์ ผมอยากจะเปรียบเทียบกับคำว่า Post-Trauma คือเป็นอาการหลังเกิดเหตุ เช่น คนเกิดอุบัติเหตุแล้วช็อค หลังจากนั้น 3 วันเกิดอาการประหลาดกับตัวเอง เพราะว่าอาการเพิ่งตามมาทัน ผมห่วงเรื่องแบบนี้ในสังคมไทย ผมว่าอาการหลังจากความเปลี่ยนแปลงที่เราจะต้องเห็นกันต่อไปมันจะทำให้เราเกือบจะต้องสร้างเมืองไทยขึ้นมาใหม่ อาจจะต้องมีการปฏิรูปทางวัฒนธรรมในระดับรากฐานเพื่อจะให้เกิดความชัดเจนว่า คนไทยเอาชีวิตของตนเองไปฝากไว้ที่ไหน สิ่งเหล่านี้จะมีความหมายมากในอนาคต เรื่องที่เกิดขึ้นกับผม กับรัฐบาล กับอดีตนายกฯทักษิณ เมื่อเวลาผ่านไปมันจะกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน มันไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสที่จะกลายเป็นแผลหรือเป็นตราบาปหรอกครับ เหตุที่เราโชคดีก็เพราะอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ (อดีตนายกฯ) โชคร้ายไปแล้ว ผมยังกราบท่านอยู่เกือบทุกวันว่าในฐานะที่รับช่วงของสังคมตอแหลซึ่งทำร้ายท่านอย่างสาหัส ผมจะพยายามศึกษาบทเรียนของท่าน และไม่ทำให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง" พันธมิตรต้องปิดฉาก กับสถานการณ์บ้านเมืองที่ปั่นป่วนอยู่ในขณะนี้ รัฐมนตรีจักรภพพุ่งเป้าไปที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย "มันเหมือนคนทั้งประเทศกำลังตกตะลึงดูคนกลุ่มหนึ่งที่เล่นละครสัตว์อยู่กลางวง เดี๋ยวก็นอนบนหลังม้าเอาขาชี้ เดี๋ยวก็ห้อยตัวลงมาจากสายข้างบน เดี๋ยวก็โผล่มาจากข้างล่างเหมือนงูหรือหนอน ดูเขาเล่นมันน่าสนใจ ตกตะลึงลาน เหมือนดูหนังแขกที่พระเอกใกล้ตายอยู่แล้ว พอนางเอกเอาน้ำมาให้ก็ลุกขึ้นมาร้องเพลงอีก 10 เพลง มันเป็นมหรสพอันหนึ่งถึงทำให้คนไทยนั่งมองอยู่ด้วยความแปลกประหลาด ว่าในที่สุดแล้วคนที่มีความรู้ความสามารถ คนที่มีประสบการณ์ที่ควรบริหารบ้านเมือง จริงๆ เขารู้ไหมว่าความสำคัญของบ้านเมืองอยู่ตรงไหน เขารู้ไหมว่าขณะที่ราคาข้าวสูงขนาดนี้ น้ำมันสูงขนาดนี้ หมูแพงขนาดนี้ เขาไม่ควรเล่นการเมือง แต่ปัญหาก็คือ เมื่อไม่รู้ก็ต้องทำให้รู้ แล้วกระบวนการทำให้รู้ มันเริ่มต้นขึ้นอย่างแช่มช้าแต่ต่อเนื่อง และจะเข้าไปอยู่ในกระดูกเขาเลย จนถึงขั้นลูกหลานของเขา เราจะไม่ใช้วิธีของเขาในการสู้กับเขา แต่เราจะใช้ประชาธิปไตยโต้กลับ ด้วยการใช้อำนาจที่ได้มาจากประชาชนแปรให้เป็นผลงานที่ประชาชนจะพอใจและโดนใจ เพื่อให้แน่ใจว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งเป็นเหมือนกับคณะกรรมการบริหารละครสัตว์ชุดนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในเมืองไทยทั้งชาตินี้และชาติหน้า" ถอยไม่ได้อีกแล้ว เราถามแย้งว่า มีบางคนมองว่ารัฐมนตรีนั่นแหละที่เพี้ยน ตั้งแต่ไปร่วมกับม็อบ นปก. การแสดงจุดยืนไม่เอาศักดินาและอำมาตยาธิปไตย ซึ่งมันตรงกันข้ามกับภาพพจน์ในอดีต คำถามนี้ทำให้ จักรภพ ยิ้มอย่างอารมณ์ดี "นึกว่าถูกคุณทักษิณซื้อตัวไปแล้ว ถูกเอาเงินฟาดหัวไปแล้ว...(เจ้าตัวต่อให้) อยากจะบอกว่าคนทุกคนมีจุดเปลี่ยนในชีวิต สุดแล้วแต่ว่าจุดเปลี่ยนนั้นจะมาแบบบวกหรือแบบลบ ผมจะโชคดีหรือร้ายไม่รู้ ต้องมองย้อนหลังจากอนาคตกลับมา แต่ผมถือว่าจุดเปลี่ยนของผมก็คือการที่ผมเห็นประโยชน์ของรัฐบาลทักษิณในแง่ของการเสริมประสิทธิภาพของระบอบประชาธิปไตย โดยที่ผมไม่ได้บอกเลยว่า รัฐบาลชุดนั้นมีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง ผมก็มองเห็นจุดดีจุดด้อยเช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลาย แต่ผมชั่งน้ำหนักดูแล้ว ผมเห็นว่าดีกว่า และทำให้ชาวบ้านได้รู้จักคำว่าประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก เพราะถ้ามันไม่มีคำว่า 30 บาท มันไม่มีกองทุนหมู่บ้าน มันไม่มีโอทอป ไม่มีหวยบนดิน เมื่อไหร่ชาวบ้านจะรู้ว่าประชาธิปไตยทำอะไรให้ได้บ้าง ฉะนั้นผมจึงถือว่าถ้าหากรัฐบาลทักษิณเปลี่ยนประเทศไทยไม่ได้ เราก็เปลี่ยนประเทศนี้ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะฉะนั้นผมจึงถือเป็นเรื่องส่วนตัว เมื่อรัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจ ผมเห็นว่าเป็นการตัดโอกาสอย่างไม่เป็นธรรมที่จะพิสูจน์ตนเองว่าท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร ผมจึงติดขบวนเข้ามาด้วย แล้วก็ร่วมกับเขาเต็มที่ ผลประโยชน์ด้านการเงิน...ไม่มี ผลประโยชน์ในชีวิต...ก็คงจะต้องเรียกว่ามี เพราะวันนี้เป็นรัฐมนตรี แต่ผมเป็นรัฐมนตรีสนามหลวง สนามหลวงส่งผมมาเป็น ไม่ได้เป็นเพราะเหตุอื่น จึงต้องซื่อสัตย์กับสนามหลวง แล้วก็ทำเพื่อสนามหลวง จะอาศัยเวลาทั้งชีวิตในการพิสูจน์ว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ผมไม่ได้เพี้ยนหรอกครับ เพียงแต่เดินไปสู่จุดเปลี่ยนตรงนั้น แล้วตัดสินใจเปลี่ยน จากนี้ไปผมถอยหลังกลับไปเป็นจักรภพคนเดิมไม่ได้อีกแล้ว คนที่ดำเนินรายการแบบที่เขาเรียกกันว่า Feeling Good อะไรๆ ก็ดี๊ดีไปหมด อะไรก็น่ารักไปหมด เพราะความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่เรากลับมีอารมณ์สบายลงไปอีกระดับหนึ่ง คือเมื่อรู้สัจจธรรมแล้ว เราก็ไม่ต้องเก็บกดอีกต่อไป ที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพราะเชื่อในสิ่งที่ทำ และผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงเยอะ ก็ขอซื้อตั๋วชั้นบ็อกซ์ นั่งอยู่ในรถไฟเหาะตีลังกานี้ด้วย เราอยู่ในกระบวนทัศน์หนึ่งซึ่งมันเคยมีประโยชน์ต่อเรา มันทำให้เรามีสังคมที่เอื้ออารีย์ มีน้ำจิตน้ำใจ ประนีประนอมต่อกัน แต่วันหนึ่งเมื่อเราเอาประเทศไทยไปเทียบกับคนอื่นซึ่งเขาหยาบกระด้างกว่า เขากร้านกว่าเรา ปรากฏว่าไอ้โมเดล Mr.Niceguy...คนน่ารัก มันใช้ไม่ได้แฮะ จะแพ้จีน แพ้อินเดีย แพ้อเมริกา แพ้ฝรั่งเศส แม้กระทั่งแพ้เวียดนาม เราก็ต้องมาถามตัวเองว่า มันต้องเปลี่ยนลงไปถึงขั้นไหนเราถึงจะสามารถอยู่บนโลกนี้ได้ ไม่ต้องคิดเอาชนะใคร แต่ก็ไม่ควรจะนั่งให้ใครมาเอาชนะถูกไหม ฉะนั้นเราก็ต้องลองดู คนแต่ละคนเขาก็มีดวงดาวของเขา เห็นเดอะสตาร์ไหม เห็นเอเอฟไหม (รายการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์) ทำไมมันถึงกลายเป็นปรากฏการณ์ขนาดนั้น เป็นเพราะว่าคนธรรมดาเขาก็อยากจะเกิด เขาก็อยากจะลิ้มรสแห่งความสุขของชื่อเสียงเกียรติยศ ความยอมรับ และความภาคภูมิใจในชีวิตเหมือนกัน รสชาติอย่างนี้จะผูกขาดเอาไว้ให้กับคนไม่กี่คนไปได้นานเท่าไหร่ เห็นไหมล่ะว่าสังคมมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว เห็นไหมล่ะว่าความยึดมั่นถือมั่นบางอย่างมันกำลังเริ่มสลายลง" |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |