พิมพ์หน้านี้
|
และแล้วก็ปรากฏชัดเจนว่า ทหารไม่เคยเรียนรู้และสรุปบทเรียนจากประวัติศาสตร์จริงๆ ไม่แน่ชัดว่า การไม่เรียนรู้นี้ เกิดขึ้นจากการละเลย การไม่ใส่ใจ การไม่ให้ความสำคัญ หรือการยืนยันว่า เลือดที่นองถนนในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นั้นไม่ใช่ความผิดของตน จากการที่พล.อ.สนธิ ประกาศอย่างชัดเจนว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการสร้างอุดมการณ์การรักชาติ ทำให้เห็นว่า ทหารไม่เคยรับรู้เลยว่า นโยบายชาตินิยมในอดีตก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงขึ้นมาอย่างไรบ้าง จากการที่รัฐบาลสร้างเวทีให้กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในการประชาสัมพันธ์งานให้กับรัฐบาลในช่อง 11 ชี้ให้เห็นว่า ไม่มีใครคิดว่า การนองเลือดในเหตุการณ์ 6 ตุลา เมื่อ 30 ปีก่อน มีสาเหตุมาจากการกระทำลักษณะเดียวกันของสถานีวิทยุยานเกราะ ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นผู้ดำเนินรายการ ดิฉันไม่เคยคิดว่า จะได้เกิดมาอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยแนวคิดที่ล้าหลังเช่นนี้.... ดิฉันคิดว่า การสะสางคดีปมปัญหาการคอร์รัปชั่นต่างๆของรัฐบาลทักษิณ เป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ต้องทำให้เกิดบรรทัดฐานให้กับสังคมไปพร้อมกับว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ต้องเข้าสู้กระบวนการยุติธรรม แต่การสะสางและกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ต้องไม่เกิดขึ้นบนฐานของอคติและความเคียดแค้นทางการเมือง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เราจะกล่าวได้อย่างไรว่า สิ่งที่ทำไปเป็นบรรทัดฐานที่สังคมต้องยอมรับและนำมาจัดการกับคดีอื่นๆต่อไปในอนาคต เพราะมิเช่นนั้นแล้ว มันเป็นเป็นเพียง การกระทำของอำนาจเผด็จการ ที่ไร้ซึ่งหลักนิติรัฐ เปรียบเหมือนการเอาปืนไปจ่อหัว หรือถีบลงถังแดงแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ดังนั้น รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจน มิฉะนั้นจะกลายเป็นคนลวงโลก เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เพราะสิ่งที่ทำอยู่ ล้วนแล้วแต่มีแนวโน้มไปในทางที่จะเป็นการสังหารผู้คนโดยไร้มนุษยธรรมดังที่รัฐบาลจากการรัฐประหารทุกคณะเป็นมา รูปแบบของการกระทำที่ยังไม่เห็นการเดินเอาปืนไปจ่อหัวอดีตนายกฯ ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีการทำอย่างนั้นโดยเนื้อหา เพราะการสะสางคดีโดยไม่ยึดหลักนิติรัฐก็เท่ากับเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมเช่นกัน ทางออกของปัญหานี้ คือ การที่รัฐบาลต้องหยุดตอบโต้อดีตนายกฯโดยไร้ซึ่งหลักนิติรัฐ แต่จัดการเขาเหล่านั้นด้วยกระบวนการตามกฎหมาย เพราะนั่นมันแสดงถึงความมีวุฒิภาวะของรัฐบาล ลำพังเพียงการเป็นรัฐบาลที่มาจากการัฐประหารก็แย่พออยู่แล้ว ยังมัวมาแก้แค้นทางการเมือง และเล่นปาหี่ที่ดึงอดีตรองนายกฯเข้ามาช่วยงาน ยิ่งทำให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้เลย เพราะการแก้แค้นทางการเมืองไม่เคยทำให้การเมืองเดินหน้า ท้ายที่สุดเราจะเดินวนกลับมาอยู่จุดเดิม ที่จะจบลงด้วยการนองเลือด การที่ดึงเอาอดีตรองนายกฯมาทำหน้าที่ ดิฉันคิดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกในบริบทของเหตุผลที่ว่า ต้องการดึงคนเก่งมาช่วยงาน แต่ถ้าด้วยเหตุผลที่ว่า เพราะความสมานฉันท์ทางการเมืองแล้ว ดิฉันเห็นว่า เป็นข้ออ้าง และผิดทาง เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่พูดมา รัฐบาลต้องหยุดโกหกประชาชนสักที และรัฐบาลต้องหยุดภาวะอารมณ์ของสังคมที่กำลังเคียดแค้นอย่างรุนแรงให้ได้ ด้วยการประกาศยกหน้าที่การสะสางคดีให้กับผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และรัฐบาลต้องเดินหน้านโยบายเพื่อการปฏิรูปอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากการยกเลิกกฎอัยการศึกทุกพื้นที่ โดยไม่มีข้อแม้เรื่องความมั่นคง เพราะหากใครลงมือทำอะไรที่ก่อความไม่สงบ เช่น ระเบิดหรือเผาโรงเรียน เขาเหล่านั้นก็มีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว และการใช้การเมืองมาแก้ปัญหาในลักษณะเช่นนี้ ไม่เคยเกิดผลดีอะไรต่อรัฐบาลเลย ดูจากประวัติศาสตร์ก็น่าจะชัดเจนอยูแล้ว รัฐบาลจะสามารถสร้างบรรยากาศของความร่วมมือและการมีส่วนร่วมที่แท้จริงจากประชาชนได้โดยการสลัดภาพคมช.ออกไป โดยแสดงความชัดเจนว่า จะเดินหน้าต่อโดยยึดประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ยึดความมั่นคง เพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องของคมช. ดิฉันปราถนาจะเห็นการเดินหน้าไปของสถานการณ์ในตอนนี้ จึงอยากเสนอความเห็นที่ดูเหมือนเป็นการหาทางลงให้รัฐบาลจากการรัฐประหารนี้ แม้ว่าดิฉันไม่ได้เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และไม่อยากให้เกิดมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนก็ตาม แต่ก็หวังเพียงว่า ประชาชนจะไม่ต้องสังเวยชีวิตให้กับการแก้แค้นของใครที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในประโยชน์เหล่านั้นอยู่เลย |
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||