• kokuril
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokuril@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-16
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 8374
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
kokuril
คันไม้คันมือ คันปาก อยากบอก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kokuril
วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน 2551
อย่าไปเชื่อ FW mail เรื่อง อย่ากินร่วมกัน: vitamin c vs shrimp‏
Posted by kokuril , ผู้อ่าน : 281 , 21:29:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


คงเคยได้รับ FW. Mail ต่อๆกันมานะครับ อันที่บอกห้ามกิน  vitamin c vs shrimp‏
ผมอ่านแล้วผมก็ไม่เชื่อ แต่ผมก็จำวิชาเคมีไม่ค่อยได้แล้ว คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว
ผมเลยตอบไม่ได้ว่ามันไม่จริงเพราะอะไร
พอดีเพื่อนคงได้รับเมล์นี้มา พออ่านแล้วส่งเมล์ตอบว่าทำไมเมล์นี้เป็นเมล์ที่กุเรื่องขึ้นมา

(ถ้านึกเนื้อหาไม่ออกก็แวบไปอ่านเนื้อหา FW. เมล์ที่ส่งต่อๆกันมาข้างล่างสุดเลยครับ )

ผมยกที่เพื่อนตอบมาทั้งหมดเลยก็แล้วกัน
ผมเพิ่งส่งเมล์ไปถามว่าจะให้ผมลง Credit ว่ายังไง
แต่ผมใจร้อนเลยขอโพสก่อนก็แล้วกันลง Credit เป็นชื่อ ที่เขาชอบใช้แทนตัว

ถ้าข้อมูลที่เพื่อนผมตอบมา ผิดพลาดประการใด ผมรับผิดเอง
ยังไงผมก็เชื่อเพื่อนผมมากกว่าเมล์หลอกลวงแน่

ส่วนหากผู้รู้ท่านใดเห็นว่าที่เพื่อนผมตอบเป็นความจริง ก็ถือเป็นความดีความชอบของเพื่อนผมครับ

Credit: x_blue_jay

...........................................

เรื่องนี้ไม่จริงแต่อย่างใดครับ เป็นแค่ Forword mail ที่กุเรื่องขึ้นมาเท่านั้นเอง มีมาตั้งแต่ปี 2001 แล้ว

จุดจับผิดนะเหรอ

1.
มันบอกว่า As2O5 คือ อาเซนิกออกไซค์ ไม่มีพิษ อันนี้มั่ว 100%


ถ้าใครเคยเรียนเคมี ตอนมอปลาย มาจะรู้วิธีอ่านครับ
As2O5 ความจริงคือ Arsenic Pentoxide ไม่ใช่ Arsenic Oxide ครับ
เพราะ เลข 5 จะอ่านว่า Penta

และถามต่อว่า ไอ่เจ้า As2O5 หรือชื่อจริง Arsenic Pentoxide มีพิษไหม บอกได้เลยว่ามีแน่นอน
ไม่ต้องรอให้มันกลายเป็น As2O3 หรอก

2.
แล้วก็ลองดูดีนะครับ As คืออะไร ใครมีน้องเรียนมอปลายถามด่วน
คำตอบคือ สารหนูนั้นละ และ As เป็นธาตุ ดังนั้น As จึงเป็นตัวตั้งต้น ที่ไม่มีอะไรผสมกันแล้วได้สารหนู
ดังนั้นระดับความเป็นพิษของ As มีอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะไปผสมกับอะไร

3.
ถามต่อกุ้งมันไปเอา As ขนาดฆ่าคนได้มาจากไหน โดยที่กุ้งไม่ตาย
อย่าลืมว่า As เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตนะครับ
กุ้งไม่มีทางแบกสารหนูเอาไว้ฆ่าคนได้แน่นอน
เว้นแต่มีคนเอา สารหนูไปทากุ้ง

4.
มันบอกว่า As2O5 จะเปลี่ยนเป็น As2O3 ได้โดยการกินกุ้งร่วมกับการกิน วิตามิน C อันนี้ก็มั่ว 100%

เพราะว่า
การก่อพิษในร่างกายของ As นั้นจะทำให้เกิด Oxidative Stress
ตรงนี้ วิตามิน C มีสาร
Antioxidant ที่มีฤทธิ์ป้องกัน Oxidative Stress

อีกทั้ง As2O5 จะกลายร่างเป็น As2O3 ต้องใช้อุณหูมิ 300 องศาเซลเซียส
ในรางกายของคนเรา ในวิชาสุขศึกษาตอนปฐมบอกผมไว้ว่า มีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เอง
แล้วมันจะไปทำให้ As2O5 เปลี่ยนเป็น As2O3 ได้ไง จริงไหม

5.
ที่บอกว่า As2O3 ออกฤทธิ์ทำให้เลือกออกทุกทวาร ก็มั่ว 100%

ถ้าอ่านโคนัน จะรู้ว่าคนโดนสารหนูเข้าไปเป็นยังไง
As2O3 มีพิษ เกิดอาการเฉียบพลัน ท้องเสียรุนแรง อาเจียนมาก

6.
น้ำจิ้มเปรี้ยวๆ ที่เอาไว้จิ้มกับ พวกกุ้งเผา ที่กินกันมาทุกวันนี้ มะมีวิตามินซี เลยเหรอ อุอุ




จบ. ข่าว
......................................

อันนี้เป็นเมล์ที่หลายๆคนคงเคยได้รับ

|
|
V

ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง7 โดยไม่รู้สาเหตุ เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ

ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี

ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน “ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า”ศาสตราจารย์ฟันธง

ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ”มันฆ่า”แล้วสารหนูมาจากไหน

ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ

นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง

พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลขัดข้อง เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจตับ ไตและลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด

เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง เพื่อความไม่ประมาท

เมื่ออ่านจบ โปรดส่งต่อไปยังญาติโยมเพื่อนฝูงด้วย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27
ฝนหยดนึง วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 00.03 น.
http://www.oknation.net/blog/hsf
ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรียงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องไห้วันหนึ่งแน่คราวแพ้มี

ถูกใจมากเลยกับ เรื่องนี้
ผมเคยเอามาถามไว้ในบล็อก
http://www.oknation.net/blog/hsf/2008/06/02/entry-1
ขอบคุณมากครับที่หามาตอบให้

ขอบใจจรองๆ
ความคิดเห็นที่ 26
veerin วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 01.20 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

แหะแหะ..แวะมาว่าจะมาขออะไรทานเสียหน่อย

มาเจอความเห็นคุณยายที่ 24 หิวขึ้นมาเรยยย..โธ่..

มาชวนกันพูดเรื่องของน่าทานท้างน้านเรย
ความคิดเห็นที่ 25
kokuril วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 15.25 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

อืม เข้าท่าแฮะ ท่าทางน้ำพริกกะปิแบบนี้พ่อแม่ผมคงกินได้แฮะ ปกติทำเมนูแปลกๆพ่อกับแม่ผมไม่ค่อยจะกิน
โดยเฉพาะพวกอาหารฝรั่ง คงไม่ชอบกลิ่นนมเนยมั๊ง
ความคิดเห็นที่ 24
KonLangKow วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/konlangkow
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะBy..Yai_Nid

ก็ตำน้ำพริกะปิแหละค่ะ
ใส่กระเทียม พริกขี้หนู กะปิ น้ำตาล มะนาว
โขลกให้เข้ารสแต่ให้เข้มข้นมากกว่าที่เคย แล้วใส่เนื้อปลาทอดลงไปขลุก ให้เข้ากัน..อย่าตำละเอียดนะคะ
ยายว่าให้เนื้อปลาคงสภาพชิ้นเล็กๆ ไว้ เวลาเคี้ยวแล้วรู้สึกได้ถึงเนื้อปลาน่าจะอร่อยกว่าค่ะ ..

อ้อวันนี้ ใช้ปลาทับทิมทอดให้เหลืองทองแบบกรอบนอกแต่นุ่มในนะคะ มาปรุงเป็นต้มยำ..ใช้ได้เลย...แซ่บ!!
(เคยใช้แบบไม่ทอด เนื้อปลายุ่ยเกินไป ไม่ชอบ)

...เหอเหอ..ว่างจัดมานั่งคิดสูตรอาหาร
ความคิดเห็นที่ 23
kokuril วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

คุณยายนิด : Fish & Chip ที่คุณsydneychocolatier ทำใช้ปลาดอรี่ครับ(นึกหน้าตาปลาที่ยังไม่ได้แล่ไม่ออกแฮะ)

คริ คริ ผมไม่มีแฮะปลาดอรี่ เห็นมีเนื้อปลาทับทิมเลยกะว่าจะใช้ปลาทับทิมทำแทน

แต่สูตรน้ำพริกกะปิโดยใช้เนื้อปลาทอดใส่ไปด้วยนี่ เพิ่งได้ยินแฮะ
น่าสนใจทีเดียว ใส่เนื้อปลาไปตอนไหนอ่ะครับ ตำไปด้วยเลยเหรอ
เคยกินแต่น้ำพริกปลาครับ (คล้ายๆน้ำพริกหนุ่มแต่จะเหลวกว่าและใส่ปลาด้วย)
ความคิดเห็นที่ 22
KonLangKow วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/konlangkow
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะBy..Yai_Nid

หวัดดีตอนใกล้ดึกค่ะ
ปลาทับทิมชุบแป้งทอดเหรอคะ.
เปลี่ยนเป็นทอดกรอบแกะเนื้อมาตำน้ำพริกกะปิก็อร่อยนะคะ ..ได้อาศัยกินผักหลายๆ อย่าง เพิ่มสารเส้นใยด้วย

อ้าว..มาเปลี่ยนเมนูชาวบ้านซะงั้น
จะตีกันตายเพราะขัดใจเรื่องสูตรอาหารมั้ยเนี่ย...
ความคิดเห็นที่ 21
kokuril วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 13.15 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

อ๊ะขอบคุณ คุณsydneychocolatier ที่กรุณาตามมาบอก
วันก่อนว่าจะทำ Fish&Chip กินบ้าง
(ดูจากเจ้าของสูตรเลยครับ หุหุ ขนาดขี้เกียจทำนะยังทำน่ากินเลยอ่ะ
http://www.oknation.net/blog/bakingclub/2008/03/01/entry-1

ของผมมีเนื้อปลาทับทิมแล่แช่แข็ง 1ชิ้น แป้งสาลี และซื้อมันฝรั่งมาแล้ว
ว่าจะทำ แต่ดูของกินที่วันนั้นมี แม่ทำกับข้าวเรียบร้อยแล้ว ผมทำขนมจีบปลาเพิ่มอีก และทำเกี๊ยวซ่าหมูอีกอัน Fish&Chip ที่ผมกะว่าจะทำเลยไม่ได้ทำแฮะ ดีนะที่คุณsydneychocolatier มาบอกก่อน ม่ายงั้นผมคงชุบแป้งสาลีแล้วก็ทอดทั้งปลาและมันฝรั่งเลยทีเดียวเชียว
ความคิดเห็นที่ 20
Sydneychocolatier วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 00.56 น.
http://www.oknation.net/blog/bakingclub
May the Chocolate be with you!!!

ตามมาบอกคุณkokuril ในเรื่อง Fish&chip นะครับ

ถ้าคุณใช้แป้งโกกิชุบทั้งปลาทั้งมันทอด เค้าเรียกปลาชุบแป้งทอดครับ ผลที่ได้คือ แป้งหนาอึดเลยล่ะ.....ใช้เบียร์ผสมแป้งเหอะ เหลือได้เอามาซดกินกับปลาทอดอีกงัยครับ
ความคิดเห็นที่ 19
kokuril วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

อ๊ะ ล่าสุดเท่าที่ประมวลไว้ แต่ยังไม่ได้ลองทำ
คือ กิมจิไม่ต้องใส่ข้าวเหนียวครับ
เพราะไปกินร้านคนเกาหลี เขาก็ทำไม่เปรี้ยวเลย
ออกเค็มอย่างเดียวเลยแฮะ
ความคิดเห็นที่ 18
veerin วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

แวะมาอ่านวิธีทำกิมจิสูตรใส่กะปิและน้ำปลา..แล้วก็น้ำลายสอจ๊ะ

แบบว่าชอบทานกิมจิมากๆ วันก่อนไปทานฟูจิมา
นึกอยากจะสั่งแค่ข้าวสวยญี่ปุ่นกับกิมจิ
แต่ก็กลัวพนักงานด่าเอา..555
มาหาวิธีทำที่บ้านนี้แล้ว..น้ำลายไหยเยยจ๊ะ..ขอบอก
หน้าตาน่าทานมั่กๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 17
ญาใจ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

สีแดงแรงฤทธิ์ค่ะ
เป็นคนชอบสีแดงอยู่แล้วด้วยค่ะ แล้วก็ตรงกับวันอาทิตย์พอดีเลย
คริ คริ
ความคิดเห็นที่ 16
kokuril วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 20.36 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

คริ คริ แวปเข้าไปดูแล้วครับ วันนั้นคุณญาใจใส่เสื้อสีแดงเหรอครับ หุหุ
ความคิดเห็นที่ 15
ญาใจ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 19.34 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

มาแนะนำให้รู้จักค่ะ
ท่านแรก
http://www.oknation.net/blog/Folkner/2008/06/09/entry-1

ท่านที่สอง
http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2008/05/14/entry-1

ท่านที่สาม
คุณเอกดาราและพิธีกร ที่คุณตอบถูกค่ะ แต่ผิดชื่อ
คริ คริ
ความคิดเห็นที่ 14
ญาใจ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ขอบคุณมากค่ะที่เข้าไปร่วมสนุกในบล็อก
คำตอบน่ารักจริงๆเลย

ความคิดเห็นที่ 13
kokuril วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 09.38 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

คริ คริ สำหรับคนที่งง คห.12 ต้องดูที่ ตอนล่าสุดของคุณวีริญจ์
http://www.oknation.net/blog/veerin/2008/06/05/entry-1

แล้วดู คห.ที่ 80 ที่ผมแต่ง Behind the scene แซวไว้

แล้วค่อยอ่าน คห.12 ของ entry นี้ที่คุณ วีริญจ์ มารับมุก หุหุ
........................
ความคิดเห็นที่ 12
veerin วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 09.27 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!

"บริษัท Kokuril Advertising จะได้งานไปได้ยังไงล่ะยะ..เป็นไปไม่ด้ายยยยยยยยย ไม่ย๊อมไม่ยอม"
เสียงแพรโวยวายลั่นห้องประชุม..พร้อมกับกระทืบเท้าเร่าๆ..
เอ่อ!!!!..แต่เมื่อเธอคิดไปคิดมา..ก็มองเห็นว่า..เมนูลับของต้นตระกูล..Kokuril..ล้วนน่าสนใจนะ!!
อืมมมมมมม์...คิดใหม่ท่าจะดี..แต่ชิ!..ยังไม่ได้ลอง..ต้องท้าพิสูจน์

ว่าแล้ว...แพรก็เดินย่างสามขุมเข้ามาหาKokuril พร้อมกับยกมือขึ้นเท้าสะเอว..จ้องหน้าเค้าอย่างจริงจัง
พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า..

"ไหนล่ะ..กระท้อนลอยแก้ว..ส่งมาให้ลองเด๋วนี้..ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

และแล้ววววว..Kokuril ก็แข้งขาอ่อนแรงขึ้นมาในทันใด..เพราะใจละลายไปกับความสวยของแพร

"แพ้แน่ๆผมต้องแพ้ทางคนสวยแน่ๆ..แย่แล้วววววววววววว"

คริคริ คริคริ คริคริ...เมย์อดไม่ได้ที่หันมาหัวเราะคิกคักใส่Kokuril..ก่อนที่จะเดินลับหายไปจากประตู

เอิ๊ก..

ชอบมั่กๆมันส์มั่กๆกับ Behind the Scene (ช่วงโฆษณา) ที่เอาไปฝากจ๊ะ..คริ คริ
คิดได้งายยยยยยย..เอิ๊กๆๆ

ส่วนเรื่องของเอนทรี่นี้..
จริงๆด้วย..พึงระวังตัวไว้..ขอบคุณที่เอามาฝากนะคะ..
-----------------------------

สุขสันต์วันจันทร์จ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 11
ป้ารุ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 23.39 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru


ข้าวแช่เย็น ๆค่ะ กินได้กับทุกอย่างเลย
ความคิดเห็นที่ 10
Cat@ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 23.12 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler

ขอบคุณนะค่ะ ที่แวะไป ที่บล็อก
มือใหม่ แม่ครัว รุ่นโบราณ
ไม่ค่อย บอก เป็นสัดส่วน
จะพยายาม ให้ เป็น สัดส่วนมากกว่านี้นะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
Cat@ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 03.01 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
kokuril วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

อ๊ะมีคนมาช่วยยืนยันว่าไม่เกิดอันตรายแล้วแฮะ ทั้งคุณปลาชมพูและคุณ Tatee
ความคิดเห็นที่ 7
KonLangKow วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.57 น.
http://www.oknation.net/blog/konlangkow
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะBy..Yai_Nid

ไมเคยรู้เลย
มีกุ้งก็กินกุ้ง แต่หลังๆ มานี่ ก็ไม่ค่อยกินแล้ว เหม็นคาว
แต่ถ้าได้กิน จิ้มน้ำปลามะนาวพริกขึ้หนูซอย..
โอ๊ย! แซ่บ ...
ความคิดเห็นที่ 6
ญาใจ วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ไม่อ่านค่ะ
คริ คริ
ความคิดเห็นที่ 5
PlaPinky วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.21 น.
http://www.oknation.net/blog/plakemon
<;)))>< ปลาชมพู

เราชอบหม่ำกุ้งที่สุด กินเพียบ
เคยต่อด้วยส้ม หรือวิตามินซีมาอมเล่น
ไม่ตายหรอก พิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว
ปลาชมพูตัวเป็น ๆ ฟันธง
ความคิดเห็นที่ 4
TaTee วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.11 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ผมกินวิตามินซีประจำ 1000 มล. แล้วก็ชอบกินกุ้งด้วย..เลยไม่เชื่อตั้งแต่แรกแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 3
kokuril วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

ที่ FW. Mail เรื่องนี้ที่ส่งกันมาก็คืิอ

เขาบอกว่าในเปลือกุ้งมี As2O5 ซึ่งไม่เป็นอันตราย แต่พอกินร่วมกับ Vitamin C แล้วจะเปลี่ยนเป็น As2O3 ซึ่งมีอันตรายถึงตาย
.............
เพื่อนอ่านแล้วแย้งมาว่า
As2O5 ก็เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีิวิตอยู่แล้ว ซึ่ง As คือสารหนู
ซึ่งอยู่ๆจะมาอยู่บนตัวกุ้งได้ไง เพราะไม่มีทางที่กุ้งจะทนได้
ยกเว้นมีคนเอาสารหนูมาทากุ้ง

และถ้ามียังงั้นจริงๆ กินกุ้งเฉยๆก็ตายได้แล้วล่ะครับ ไม่ต้องรอกินร่วมกับวิตามิน C

และ การที่ As2O5 จะเปลี่ยนเป็น As2O3 ได้ต้องใช้อุณหภูมิ 300 C
ซึ่งอุณหภูมิร่างกายคนเราก็แค่ 37 C ซึ่งเป็นไปไม่ได้

แล้วอาการคนได้รับสารหนูก็ไม่ได้เลือดออกตามทวารทั้ง 7 แต่ประการใด ถ้าได้รับสารหนูจะเกิดอาการเฉียบพลัน
ไม่ต้องรอข้ามคืน ท้องเสียรุนแรง อาเจียนมาก

แล้วมันยังบอกอีกว่า ปกติเรากินกุ้งก็กินกับน้ำจิ้มสามรสซึ่งมีมะนาว
ในมะนาวก็มีวิตามิน C ไม่งั้นก็ตายกันหมดแล้ว
...............
ความคิดเห็นที่ 2
ครูอุ๋ย วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 10.05 น.
http://www.oknation.net/blog/kru-oui
 “ภาพวาดลายเส้นดินสอระบายสีน้ำ ของ อาจารย์ เหม เวชกร” (เปิดกรุฯ สาย ข.ของรักของหวง)


ปกติเป็นคนไม่อ่าน FW MAIL อยู่แล้วครับ
ถ้าเจอก็จะดูหัวข้อสิดหน่อย ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องก็จะลบทิ้งครับ

ส่วนเรื่องอาหารการกิน ผมไม่ค่อยชอบทานวิตามินเม็ด หรือยาบำรุงสักเท่าไหร่ จะเน้น ผัก ผลไม้ โปรตีน จากธรรมชาติมากกว่า

ที่ทานอยู่เป็นประจำก็ น้ำมันปลา กับ เฟอรัสซัลเฟต ที่หมอให้มาตอนบริจาคโลหิต เท่านั้น :)

คนเรานี่...ยิ่งแก่ยิ่งกลัว นะครับว่าไหม
หลายๆ อย่างผมก็รู้สึกว่าตัวเองชักจะ รู้มาก กลัวมาก เกินไป เหมือนกัน

สวัสดีวันศุกร์ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
nana วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/nananajaa

สวัสดีตอนเช้าวันศุกร์

ขอให้วันนี้เป็นแห่งความสุขสมชื่อนะคะ

ขอบคุณสำหรับสาระความรู้

แต่ว่า ... ไม่ GET เท่าไรเลย จะติดตามเรื่อย ๆ ละกันคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30