| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip " เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จ.พระนครศรีอยุธยา ขยายผลจับกุมแก๊งทวงหนี้ 28 คน หลังจากเกิดเหตุนางสมบัติ อยู่เย็น อายุ 64 ปี ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายเนื่องจากกู้เงินแล้วไม่ได้ผ่อนส่ง เจ้าของบริษัทโต้ ลูกน้องถูกทำร้ายก่อนจึงย้อนกลับไปล้างแค้น เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 30 ม.ค.2551 พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังชุดสืบสวน จำนวนกว่า 30 นาย ได้เดินทางไปยังบริษัทถาวรเงินด่วน เลขที่ 17/99 ม.18 ซอยธนะศรี 4 ถนนลำลูกกาปทุมธานี ม.18 ต.ลำลูกกา อ.คูคต จ.ปทุมธานี หลังจากสืบทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นที่หลบซ่อนของแก๊งทวงหนี้โหด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายถาวร เถื่อนกล่ำ อายุ 36 ปี เจ้าของบริษัท พร้อมพนักงานที่อยู่ในบริษัททั้งหมด 28 คน ขณะกำลังจะแยกย้ายออกไปทวงเงินลูกหนี้ตามสถานที่ต่างๆ ขณะเดียวกันได้ทำการยึด จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์บี จำนวน 10 คัน ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง 1 คัน รถยนต์ปิกอัพยี่ห้ออีซูซุดีแม็ก สีดำ ทะเบียน กข.8623 ชัยนาท และรถปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน ตน 6178 กทม. หมวกกันน๊อค 25 ใบ เสื้อคลุม ถุงมือหมวกไหมพรมจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดสมุดบัญชีที่มีชื่อลูกหนี้อยู่จำนวนหลายสิบเล่ม มีลูกหนี้อยู่ในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง กรุงเทพมหานคร ชลบุรี พัทยา โดยมียอดเงินหมุนเวียนวันละเกือบ 2 แสนบาท คอมพิวเตอร์ และเอกสารสัญญาเงินกู้จำนวนมาก นำไปตรวจสอบที่ สภ.วังน้อย นายถาวร เจ้าของบริษัท ให้การว่า ได้ร่วมกับญาติพี่น้อง ขายที่นาที่มีอยู่มาลงทุน ทำบริษัทเงินกู้ เพื่อที่จะช่วยเหลือคนที่ไม่มีเงิน โดยได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปตามสถานที่ต่างๆ แต่ละวันก็จะมีคนมาติดต่อจำนวนมาก ก็จะให้พนักงานขี่ จยย.ไปทำสัญญา พร้อมพิจารณาออกเงินกู้ให้รายละ 2,000 บาทขึ้นไป โดยคิดดอกเบี้ย ร้อยละ 20 ซึ่งแต่ละวันก็จะมีพนักงานออกไปเก็บเงินตามสถานที่ต่างๆ หากลูกหนี้ไม่จ่ายก็จะพยายามไปทวงทุกวัน ไม่มีนโยบายที่จะไปทำร้าย โดยก่อนหน้านี้ เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา นางสมบัติ อยู่เย็น อายุ 64 ปี ซึ่งถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายเนื่องจาก เคยไปกู้เงินแล้วไม่ได้ผ่อนส่งตามสัญญา จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายนางสมบัติ คือนายเอกรัตน์ ชุมเหมา อายุ 25 ปี นายจรัญ แย้มภัย อายุ 25 ปี นายสมศักดิ์ กรองแก้ว อายุ 32 ปี นายชัยยันต์ เนตรพร้าว อายุ 29 ปี นายบูรพัฒน์ แสงเพชร อายุ 18 ปี และนายกฤษดา สุขสุเอี่ยม อายุ 21 ปี นายถาวร อ้างว่า กรณีที่เกิดกับนางสมบัตินั้น มาจากสาเหตุที่ได้ให้พนักงานชื่อนายจรัญ ไปทวงเงินจากนางสมบัติ ปรากฎว่า นายจรัญ ถูกลูกชายของนางสมบัติ ทำร้าย จึงได้ให้คนอื่นไปทวงอีก แต่ก็ไม่ได้ผล บรรดาพนักงานก็มาขออนุญาตนำอุจระวัวควายและสุกร ไปขว้างปาบ้านของนางสมบัติ เมื่อไปถึงได้เกิดบันดาลโทสะ จึงได้ลงมือทำร้ายร่างกายนางสมบัติ ซึ่งทั้งหมดตนไม่ได้สั่งการแต่อย่างใด นายถาวร กล่าว อย่างไรก็ตาม จนท.ได้ควบคุมตัวนายถาวร ไว้ดำเนินคดี ในข้อหาเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่วนพนักงานที่ก่อเหตุทำร้ายนางสมบัติ ถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเพื่อหวังผลประโยชน์ มีและใช้อาวุธในหมู่ บ้านทางสาธารณะ เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่วนผู้ที่ถูกควบคุมตัวมา อยู่ในระหว่างการสอบสวนพฤติกรรม และตรวจสอบประวัติ รวมทั้งนำไปตรวจปัสสวะ ซึ่งหากพบความผิดที่เกี่ยวข้องหรือมีเจ้าทุกข์เพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีต่อไป พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ทุกท้องที่สำรวจว่า ท้องที่ใดมีการเปิดธุรกิจเงินกู้ลักษณะนี้หรือไม่ และมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกิดอัตราที่กำหนดหรือไม่ รวมไปถึงการมีพฤติกรรมข่มขู่ของบรรดาพนักงานเก็บเงินทวงหนี้ ก็ให้ดำเนินการจับกุมทันที เนื่องจากเป็นภัยต่อประชาชน ที่อาศัยช่วงภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เอารัดเอาเปรียบประชาชน ส่วนกลุ่มทวงหนี้ของนายถาวร มีพฤติกรรมในการทวงหนี้ข่มขู่มานานแล้ว แต่ไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้ง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ที่หวังจะพึ่งกู้เงินในวันต่อไป ทำให้กลุ่มทวงหนี้เหล่านี้ได้ใจ และเคยตัว จึงใช้วิธีทวงเงินอย่างรุนแรงดังกล่าว |