| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
จีนชมไทยเตรียมงานเยี่ยม ที่บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) อันเป็นจุดเริ่มต้นของการวิ่งคบเพลิงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 29 ซึ่งจะมีพิธีวิ่งอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น.นั้น ในช่วงเช้าตั้งแต่ 10.00 น. ก็เริ่มมีประชาชน รวมทั้งชาวต่างชาติ มายืนดูให้ความสนใจมาร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่ซุ้มประตู ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้มีมาตรการคุมเข้มนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาให้ความอำนวยสะดวกดูแลเรื่องการจราจรเป็นหลัก นพ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในฐานะคณะกรรมการเตรียมงานวิ่งไฟโอลิมปิก เปิดเผยว่า การจัดงานนี้ ทางโอลิมปิกไทยและกรุงเทพมหานคร ได้จัดทำพิธีการตามที่ทางการจีนกำหนดมาทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องของขนาดปรัมพิธี ขนาดป้าย หรือ ธงสัญญลักษณ์กีฬาโอลิมปิกปักกิ่งเกมส์ ทางสถานทูตจีนก็ได้ประสานจัดเตรียมมาให้ "นอกจากนี้ จากที่ได้คุยกับทางคณะกรรมการจัดงานของจีน ซึ่งได้กล่าวชมว่า ไทยจัดงานวิ่งไฟโอลิมปิกได้ดี ทั้งเรื่องของการตกแต่งทัศนีย์ภาพ ระบบการรักษาความปลอดภัย จึงมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าไทยจะจัดงานผ่านพ้นไปด้วยดี"
กลุ่มพ่อค้าเตรียมทูลเกล้าถวาย 10 ล้าน ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่า ในจำนวนนักวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกครั้งนี้ เหตุใดจึงมีกลุ่มพ่อค้าเชื้อสายจีน ได้วิ่งเป็นจำนวนมากถึง 50 คนนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการปรึกษาหารือร่วมกันหลายฝ่าย ทั้ง โอลิมปิกไทย สถานทูตจีน และกลุ่มพ่อค้าไทยจีน ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า กลุ่มพ่อค้าเชื้อสายจีนต่างพักอาศัยอยู่แถวเยาวราชมาเป็นระยะเวลานาน ทุกฝ่ายจึงอยากจะให้มีส่วนร่วมกับพิธีการสำคัญครั้งนี้ และหลังจากงานนี้ ทางกลุ่มพ่อค้าไทยจีนจะมีการทูลเกล้าถวายเงินแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในเบื้องต้นเป็นเงินไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทด้วย "ครูน้อย" นางนวลน้อย ทิมกุล แห่งสถานบ้านเลี้ยงเด็กยากจนครูน้อย 1 ในนักวิ่งไฟโอลิมปิก กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานวิ่งไฟโอลิมปิกครั้งนี้ ในส่วนตัวตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อเตรียมตัวมาร่วมงานนี้ และแม้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่ก็พร้อมที่จะร่วมพิธีนี้ เพราะถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ส่วนเรื่องที่จะมีการประท้วงกัน ก็ขอให้คนไทยทุกคนสมัครสมานสามัคคีกันดีกว่า อย่าได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเลย น.ส. เฉินจิ้ง สาวจีนวัย 26 ปี ซึ่งมาทำงานอยู่เมืองไทยแถวบางนามา 3 ปีกว่าแล้ว เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวว่าจะมีการวิ่งคบเพลิงที่เมืองไทย ในฐานะที่เป็นคนจีน จึงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก วันนี้เลยนัดเพื่อนๆ ชาวจีนซึ่งทำงานอยู่ที่เมืองไทยทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดประมาณ 25 คน เดินทางมาร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้ "ส่วนเรื่องของการก่อความไม่สงบนั้น ในส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมี และก็ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นด้วย จะขอเป็นกำลังใจให้คนไทย จัดงานครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ท้ายนี้ ฉันและเพื่อนๆ ก็ขอให้คนไทยมีความสุขมากๆ แม้ฉันจะเป็นคนจีนซึ่งจริงอยู่ฉันก็ต้องรักประเทศของฉัน แต่ตอนนี้ฉันก็รักเมืองไทยด้วย"
เหลือเชื่อ ! เมฆตั้งเค้าทะมึนแต่ไร้ฝน สำหรับบรรยากาศที่วงเวียนโอเดียนในช่วงบ่ายนั้น ได้มีเมฆฝนตั้งเค้าทะมึน ตั้งแต่ช่วงเที่ยงครึ่งถึงเวลา 14.00 น. แต่อยู่ๆ เมฆฝนครื้มดังกล่าวก็ได้จางหายไป ซึ่งทาง พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตลอด 2 คืนที่ผ่านมา ได้ไปสักการะพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 เพื่อช่วยให้พระบารมีของพระองค์ท่านดูแลและปกป้องให้งานนี้ผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น หรือ ถ้ามีฝนตกก็ขอให้ฝนตกหลังงานจบ หรือ ก่อนพิธีการวิ่งจะเริ่มขึ้น เพื่อจะได้ไม่กระทบต่อการวิ่ง ขณะที่ นายพิพัฒน พะเนียงเวทย์ ประธานคณะทำงานการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก กล่าวว่า ฝนที่ทำท่าจะตกแต่ก็ยังไม่ตกมากนัก ถึงตรงนี้คงทำอะไรไม่ได้ถ้าฝนตกก็ต้องวิ่งต่อไป ไม่มีแผนรองรับ เนื่องจากคบเพลิงโอลิมปิกถูกออกแบบมาให้ต้านทานแรงลมได้สูงถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแม้ฝนจะตกไฟในคบเพลิงก็ไม่มีปัญหาเพราะใช้แก๊ส หรือหากดับจริง คณะทำงานของจีนก็จะมีตะเกียงไฟโอลิมปิกวิ่งตามอยู่แล้ว หากดับจริงก็ต่อให้ติดใหม่ไม่มีปัญหา
คุมผู้ต้องสงสัย 2 รายป่วนวิ่งไฟ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ซึ่งมาดูแลความสงบเรียบร้อย ณ บริเวณ วงเวียนโอเดียน สถานที่เริ่มต้นพิธีวิ่งไฟโอลิมปิก 2008 เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในงานนี้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 800 นาย มาดูแลความเรียบร้อย บนถนนที่คณะวิ่งไฟจะผ่านกว่า 80 จุด ขณะเดียวกันก็ได้มีการสั่งกำลังสำรองพร้อมจะปฏิการได้ทุกเมื่อ ประจำการยังจุดต่างๆ เช่นเดียวกับบนอาคารสูงๆ ที่คณะวิ่งไฟโอลิมปิกจะผ่านก็ได้สั่งให้มีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปดูแลด้วย จากนั้นในช่วงบ่าย 14.30 น. จะเริ่มทำการปิดถนน ตั้งแต่วงเวียนโอเดียนไปถึงวังบูรพา หลังจากนั้นจะค่อยๆ ไล่ปิดถนนตามเส้นทางในระยะเวลาต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงเช้าที่วงเวียนโอเดียนจะไม่มีกลุ่มผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนออกมาเคลื่อนไหว แต่ก่อนที่การปล่อยตัวจะเริ่มขึ้นไม่ถึงชั่วโมง มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย ที่ออกมาตะโกนคำไม่เหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่าอาจจะเกิดความปั่นป่วนในพิธีปล่อยตัวนักวิ่งได้ จึงคุมตัวไว้ชั่วคราว ก่อนจะนำไปสอบสวนต่อไป
ผู้สนับสนุนชี้ "จีน" มีหนึ่งเดียว นายหมิง จิจู หนุ่มชาวจีนวัย 24 ปี หรือในชื่อไทย "หนึ่ง" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หนึ่งในกลุ่มผู้ถือป้ายสนับสนุนจีน ซึ่งมายืนถือป้าย "วัน เวิลด์ วัน ดรีม วัน ไชน่า" อยู่ที่หน้าอาคารสหประชาชาติ บนถนนราชดำเนิน กล่าวเป็นภาษาไทยอย่างกระท่อนกระแท่น ว่า กลุ่มของเขามีหลายร้อยคนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่มาเรียนอยู่ที่เมืองไทย และการมาร่วมงานวิ่งไฟโอลิมปิกครั้งนี้ ก็เพราะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของพิธีวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในเมืองไทย และร่วมฉลองการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกของจีน และรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้เห็นประเทศจีน เป็นเจ้าภาพจัดงานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และรู้สึกเศร้าใจมากที่เห็นคนออกมาประท้วง เกี่ยวกับปัญหาเรื่องทิเบต เพราะคนจีนทุกคนรู้ดีว่า ทิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีน เมื่อใดก็ตามที่เห็นภาพคนประท้วงแล้ว ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ อยากให้เข้าใจว่า ทิเบต ก็เป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ขาดไม่ได้ อยากให้คนที่ประท้วงรู้ว่า ในโลกนี้มีไชน่าหนึ่งเดียวเท่านั้น ไม่ควรมีการแบ่งแยก ส่วน น.ส. ลู่ ไหนเหลียน หรือที่เพื่อนชาวไทยเรียกว่า "น้ำหวาน" นักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนไทย -จีน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา สาววัย 21 ปี จากมณฑลกวางสี ซึ่งมาร่วมถือป้าย "วัน เวิลด์ วัน ดรีม วัน ไชน่า" กล่าวว่า วันนี้ที่มา เพราะต้องการมาร่วมฉลอง และรู้สึกตื่นเต้นมากที่จีนได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก ที่มาก็เพราะรักประเทศ เพราะจีนเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ คนจีนเป็นคนที่รักกัน และเมื่อมาเห็นกลุ่มผู้เรียกร้อง ก็รู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้ออกมาประท้วงอยากให้มาร่วมงานเฉยๆ เพราะเราต่างเป็นคนจีนด้วยกัน ต้องรักกันต้องรักประเทศ ทำไมไม่ร่วมดีใจกับประเทศจีน ที่ได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก "คริสโตเฟอร์" โดนมือดีขโมยคบเพลิงหายจ้อย สำหรับในพิธีวิ่งปล่อยตัววิ่งคบเพลิงโอลิมปิกนั้น มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้กล่าวต้อนรับ ก่อนที่ นายจาง จิ๋ว หวน เอกอัคราชทูตจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้จุดคบเพลิงให้กับผู้ว่าฯ กทม. นายอภิรักษ์ ส่งต่อให้ นายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ รองปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้วิ่งคบเพลิงคนแรก
อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ไม้ที่ 2 ต่อ 3 ช่วงถนนเยาวราช หลังจากที่ นายคริสโตเฟอร์ แจ๊ค เบญจกุล นักแสดงหนุ่มน้ำใจงาม (ที่เคยประสบอุบัติเหตุจากการลงไปช่วยผู้ถูกรถชนบนถนน กระทั่งตัวเองโดนพวกเมาแล้วขับชน จนทำให้ร่างกายเกือบพิการ) ก็ได้เกิดปัญหาขึ้น โดยนายคริสโตเฟอร์ กล่าวว่า หลังจากต่อไฟให้ไม้ที่ 3 คือ "ดาบวิชัย" ร.ต.ท. วิชัย สุริยุทธ วิ่งออกไปแล้ว บรรดาบอดี้การ์ดและเจ้าหน้าที่ ต่างก็เฮโลวิ่งตามไม้ที่ 3 ไปหมด ทำให้เหลือตัวคนเดียว ทันใดนั้นประชาชนที่อยู่เต็มท้องถนนนับสิบๆ คน ต่างกรูเข้ามารุมล้อมตน ก่อนจะมีมือมืดกระชากคบเพลิงโอลิมปิกออกจากมือหายไปแบบไร้ร่องรอย
"นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ของแบบนี้ไม่ควรจะขโมยเป็นของๆ ตัวเอง ตอนนั้นเป็นช่วงชุลมุน ผมนึกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาดูแล แต่กลับมีประชาชนนับสิบมารุมล้อม ก่อนจะกระชากคบเพลิงไป ผมขอเรียกร้องให้คนเอาไป นำมาคืน เพราะมันไม่ใช่ของๆ คุณ คนเอาไปจะไม่มีความเจริญ มันเป็นของเฉพาะบุคคล ผมต้องขอตำหนิคนดูแล แทนที่จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยบล็อคผม กลับไม่มี แม้คบเพลิงอันนี้จะมีราคาไม่มาก แต่มันมีค่าในเรื่องของความรู้สึก ผมไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกลางถนนเยาวราช" คริสโตเฟอร์ ซึ่งเหลือแต่กล่องใส่คบเพลิงเป็นที่ระลึก กล่าว |