พิมพ์หน้านี้
|
นวนิยาย โพส ป. มูล และ โค้ดของกาลเวลา ตอนที่ 1 : พ่อแม่ ตลาดน้ำ เป็ดในคลอง ขนมกล้วย และ หัวปลี ความทรงจำของฉันเริ่มต้นชัดขึ้นตอน ป. หนึ่ง เพราะเรื่องก่อน ป. มูลนั้นจำอะไรไม่ค่อยปะติดปะต่อ สิ่งที่จำได้ช่วงนั้น คล้ายกับเป็นโค้ดของกาลเวลา มะเฟือง กิมจ้อ วิตามินซี สถานีอนามัย ฟันเลี่ยมทอง ทางเดินปูน ห้องสมุด เพื่อนแม่ สบู่จอห์นสัน ท่าช้าง ขวดแยม ฯลฯ เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเช้า หลังวันคล้ายวันเกิดแม่หนึ่งวัน พ่อกับแม่ชวนนั่งรถออกไปด้วยกัน ทีแรกกะว่าจะติดรถออกไปลงหน้าปากซอย แต่เมื่อพ่อถามว่ามีเวลาไหม ฉันบอกว่า ยังมีเวลาอยู่ พ่อจึงไม่จอดรถให้ลงอย่างที่ตั้งใจ แต่พาเลยไปที่ๆ พ่อตั้งใจจะไปซื้อของด้วยกันกับแม่ พ่อขับรถไปตลาดน้ำเล็กๆ แถวบ้าน ซึ่งฉันไม่เคยไปด้วยซักที เมื่อลงรถไปจึงสังเกตเห็นว่า ตลาดนี้เป็นตลาดขายของริมคลอง มีก๋วยเตี๋ยวเรือลอยลำขายอยู่ข้างโป๊ะสองสามเจ้า มีกับข้าว ผัก ผลไม้ ตัดกันจากสวนมาขาย อาหารปิ้ง อาหารทอดมีขายให้เดินกิน สังเกตหน้าตาพ่อค้าแม่ค้าขายของแล้ว ก็น่าจะเป็นคนละแวกนั้น มารวมตัวกันขายของเป็นส่วนใหญ่ ฉันเดินไปอย่างไม่ใส่ใจ จนสุดตลาด จนตาเหลือบไปมอง น้ำพุ สิ่งที่ทำให้ยิ้มในความตั้งใจของคนแถวนี้ได้อย่างแรก น้ำพุ ที่พุ อยู่ในน้ำคลอง เขาต่อท่อเอาน้ำในคลองมาทำ แล้วหลานชายตัวเล็กที่เดินจูงมือมาด้วยกัน ร้องว่า “เป็ดๆๆ” เราเห็นฝูงเป็ด ห้าหกตัว ว่ายน้ำเร็วจี๋อยู่ในคลอง ![]() เอ ไม่เห็นภาพอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ และคำๆ นี้ กลายเป็นคำที่ได้ใช้อีกหลายต่อหลายรอบ ในการเดินทางครั้งนี้ หลานชายร้องอยากกินข้าวหมาก บ้านอื่นเขาคงไม่ให้เด็กกินข้าวหมากกันหรอก มันเมา มันหมัก แต่ก็ซื้อมาจนได้ ถุงละ 15 บาท เดินเลยมาอีกนิด หลานบอกว่าจะกินเลย เลยบอกไปว่า “รอก่อนลูก ไม่มีช้อน” ยายคนขายขนมหวานได้ยินเข้า บอกว่า “ยายมีช้อนลูก เอาช้อนที่นี่ก็ได้” ฉันบอกหลานให้ขอบคุณครับ รับช้อนแล้ว เหลือบไปเห็นขนมกล้วยท่าทาง น่ากิน ห้าอันเท่าไหร่กันนะ ถามยายว่า “ถุงละเท่าไหร่กันจ๊ะ” ยายตอบมาแบบที่ฉันต้องถามซ้ำถึงสองรอบ “ถุงละห้าบาท” นั่นคือราคาขนมของยาย ยิ่งเดินก็ยิ่งเห็น ยิ่งถามราคาของก็ยิ่งสำเหนียกตัวเองว่า ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมากเกินไปหรือเปล่า ถึงต้องสงสัยว่า ทำไมของที่นี่ราคามันถูกนัก เดินผ่านแผงผัก เห็นหัวปลีอยู่หลายร้าน ฉันเดินหยุดที่ร้านลุงคนหนึ่ง “หัวปลีหัวนี้ เท่าไหร่” มือก็หยิบหัวปลีเล็กสุดขึ้นมา “หัวใหญ่ กินไม่หมด” ลุงยิ้มแล้วตอบว่า “เอาไปเลย ให้ไม่คิดตังค์” ฉันบอกว่า “ไม่เป็นไร” ลุงก็ว่า “ไม่เป็นไร ของในสวนของฉันเอง ให้...” ฉันจ้องไปที่ตาลุงแบบไม่ไว้ใจ แต่ตาลุงมันบอกอย่างที่พูด ให้ ขายก็เล็กไป ให้กันกินดีกว่า “ให้จริงๆ เหรอ ขอบคุณมากค่ะ” ฉันตกใจ แม้สุดท้ายฉันจะคว้า ชุดต้มยำที่อยู่ตรงหน้า ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มาด้วย ราคามันก็ 5 บาท เอ ไม่เจอความรู้สึกอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ นี่ฉันอยู่ในเมืองมากเกินไปหรือเปล่านี่ มื้อต่อไป กินหัวปลีชุบแป้งทอดหรือ หัวปลีต้มกะทิกับน้ำพริก แถมต้มยำ หรือตำน้ำพริกขิงกินด้วยดีไหมนะ อ้อ ของหวานก็ขนมกล้วย กับข้าวหมากที่เด็กกินเหลืออยู่ในตู้เย็น |
| bangkoku sora | ||
ปรกติไม่ค่อยได้ออกมานอกตึกก่อนหนึ่งทุ่ม แต่วันนั้นมีโอกาสได้กลับบ้านเร็ว เห็นท้องฟ้ายามเย็นๆ สวยงามดี |
||
|
View All |
||
| ลำธารบนดอยลังกา | ||
มาฟังเสียงน้ำไหลจากลำธารบนดอยกันไหม |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||