• ก้อนดิน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokaw@sanook.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 267
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
ก้อนดิน
ส่วนเล็กๆที่สำคัญยิ่ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kondin
วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2551
โอกาส ทางการศึกษา
Posted by ก้อนดิน , ผู้อ่าน : 54 , 05:51:36 น.  
พิมพ์หน้านี้


 ในปัจจุบัน การศึกษานับเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในการพัฒนาบ้านเมือง  ระบบการศึกษาของบ้านเมืองเรานี้อยู่ในขั้นวิกฤต คุณภาพการศึกษาของไทยยังไม่สูงพอที่จะไปแข่งขันกับนานาประเทศ  แม้ว่าบ้านเมืองเรานี้จะมีการพัฒนาทางด้านการศึกษามามาก แต่ผมคิดว่า  มาผิดทาง  ประเทศไทยมีการศึกษาที่พัฒนาคนให้เป็นเครื่องจักรชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้น การอุดหนุนการศึกษาของรัฐส่วนใหญ่เงินจะไปตกที่คนมีโอกาสทางการศึกษา ทำใมผมถึงว่าเช่นนั้น  เพราะโรงเรียนในเมืองส่วนใหญ่จะมีโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย ห้องสมุดที่ได้มาตรฐาน มิหนำซ้ำยังได้เรียนพิเศษอีกต่างหาก และเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่ได้เข้ามาศึกษาในที่นี้คือ ลูกคนรวย  เมื่อลูกคนรวยมีโอกาสทางการศึกษาที่ดี เด็กเหล่านี้ก็เรียนเก่ง เมื่อเก่งก็สอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงได้ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่มีเงินงบประมาณจากภาครัฐเข้ามาใช้จ่ายในการพัฒนา และเป็นที่น่าสังเกต คนที่สอบชิงทุนการศึกษาเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันที่มีคุณภาพ หรือต่างประเทศ โดยเฉพาะทุนรัฐบาล ส่วนใหญ่ กว่า 90 เปอร์เซ็น เป็นคนรวย  เมื่อคนที่รวยอยู่แล้ว มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่า มีโอกาสได้งานที่ดีกว่า ก็ยิ่งรวยกันไปใหญ่
    แล้วทีนี้เราย้อนมาดูอีกด้านหนึ่ง  ตามชนบท หรือถิ่นทุรกันดาร ที่ห่างไกลความเจริญ โรงเรียนมีครูอยู่ไม่กี่คน  อาคารเก่าๆ หนังสือเก่าๆ  โตะ เก้าอี้ก็โยกเยก หลังคามีรูรั่ว เด็กนักเรียนใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ตัวมอมแมม เด็กหลายคนไม่มีเงินไปโรงเรียน ต้องห่อข้าวใส่กระติบข้าวไป  ในกระติบข้าวมีข้าวและกับข้าวเพียงเล็กน้อย ถ้าเป็นเขตภาคอิสาน กับข้าวนั้นส่วนใหญคือปลาร้าสับ เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก  และเด็กๆหลายคน พ่อกับแม่ไม้ได้อยู่ด้วย เพราะต้องเข้ากรุงเพื่อทำงานรับจ้างมาใช้หนี้สิน และจุนเจือครอบครัว เด็กเหล่านี้อาศัยอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อเป็นเช่นนี้เด็กๆจึงขาดการดูแลเอาใจใส่ ขาดการอบรมเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก  เด็กเหล่านี้หลายคนต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเลี้ยงชีพ บางวันต้องขาดเรียน เรื่องเรียนพิเศษ ไม่ต้องเอ่ยถึงเลยในสภาพสังคมเช่นนี้  และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพการศึกษาของพากเขา เมื่อเทียบกับเด็กที่เรียนอยู่ในเมือง เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว  บางคนเท่านั้นที่ได้เรียนต่อ  แต่พวกเขาส่วนมากสอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาของรัฐไม่ได้ ที่เรียนของพวกเขาคือ สถาบันการศึกษาของเอกชนและมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐเช่น รามคำแหง โดยอาศัยการกู้ยืมจากรัฐมาเป็นค่าใช้จ่าย และในปัจจุบันพบว่า สถาบันการศึกษาของเอกชนไม้ได้รับการสนับสนุนเงินอุดหนุนจากภาครัฐเลย ต้องช่วยตัวเอง  จึงทำให้ค่าเทอมในสถาบันการศึกษาของเอกชนแพงขึ้น  นั่นก็หมายความว่า หนี้สินของผู้เรียนได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้น  นี่คือความแตกต่างของโอกาสทางการศึกษาในบ้านเมืองเรา และทำให้ช่องว่างทางสังคมนั้นห่างกันมากขึ้นการพัฒนาบ้านเมืองจึงไม่ได้เท่าที่ควร และบ่งบอกได้ว่า งบประมาณทางการศึกษาส่วนมาก ตกอยู่กับประชาชนกลุ่มใด
   ถ้าถามว่าทำอย่างไร เราถึงจะทำให้การศึกษาของบ้านเมืองเราพัฒนาขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน ผมคิดว่าจะต้องเริ่มคิดใหม่ ของนโยบายทางด้านการศึกษาของรัฐ  รัฐต้องมีความจริงใจและมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลมีคนมีความรู้ความสามารถเป็นอย่างมาก วิธีการแก้ไขปัญหานี้คงมีอยู่แล้ว  ผมก็หวังว่าคุณภาพการศึกษาบ้านเราจะดีขึ้น ซึ่งการพัฒนาทางด้านการศึกษา คือการลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสมดุลกันในสังคมครับ  เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคนในโลกใบนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ
 
                                                                          ก้อนดิน ครับ
                                                        

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

เอาใจช่วยนะคะ...คิดดี ทำดี ตั้งใจพัฒนากันจริง ๆ ประเทศคงดีกว่านี้อีกเยอะ...ว่ามั้ย
ความคิดเห็นที่ 4
มาลีรัตน์ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

รัฐบาลเกือบทุกยุคละเลยไม่ให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาธิการ ผลจึงเป็นเช่นที่เห็น บุคลากรทางการศึกษาที่ดีๆมีจำนวนไม่น้อย ครู หลายหมื่นที่เป็นครูดีๆ พยายามทำหน้าที่ตรเองอย่างสุดความสามารถ แต่นโยบายไม่เอื้อ ยกตัวอย่าง ยุคดร.วิจิตร ห้ามเก็บแป๊ะเจี๊ยะแต่ไม่มีงบสนับสนุนช่วยพิเศษ มายุคนี้ให้โรงเรียนเก็บเงินสนับสนุนโรงเรียนได้ แต่ให้ทำบัญชีให้ถูกต้อง นำมาเสริมการบริหาร เช่น ปรับปรุงอาหาร ห้องคอมฯ ฯลฯ แย่ไหมล่ะคะ บ่นอีกก็ซ้ำ แวะไปดูที่บล็อกดิฉันเรื่อง คนจนหมดสิทธิ์คร้าบผม...นะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
salisa_j วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/salisa
ฉันคนนี้...กับความรู้สึกดีดีที่อยู่ในใจ.....

ปัญหาเรื่องการศึกษา เหมือนจะรู้ปัญหา
แต่ว่าก็แก้ไม่ถูกจุด
ความคิดเห็นที่ 2
น้ำใส วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 06.46 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada
พยายามจะช่างเล่า

คนที่ขึ้นมามีอำนาจ จัดตั้งรัฐ เลือกรมต. เลือกนโยบาย
และจัดระบบการศึกษา ทุกวันนี้เขาคิดอยู่แต่ว่าเขาทำดีแล้ว วิธีเขาดีแล้ว และเขาจะดันทุรังทำอย่างนี้ต่อไป ใครว่าอะไรก็ไปแก้ปลายเหตุเป็นจุดๆ ไม่เคยนำพาหลักการที่ควรจะเป็น
นี่แหละ เก่งเสมอเลยว่าไหม
ความคิดเห็นที่ 1
sixty วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 06.15 น.
http://www.oknation.net/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน


ปัจจัยที่ทำให้การศึกษาของบ้านเราเดินไปไม่ถึงฝั่งฝันนั้นมีมากมาย...มีหลายอย่างถูกแก้ไข แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ถูกละเลย

ผมก็มองอย่างที่คุณก้อนดินมอง ก็ได้พยายามนำเสนอกันมาตลอด..แต่ผม หรือคุณก้อนดินเป็นเพียงเสียงกระซิบเบาๆที่ผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาไม่ได้ยิน

แต่ถ้าผู้คนส่งเสียงความต้องการให้จัดการศึกษาแก่ลูกหลานไทยอย่างเท่าเทียมมากขึ้นๆ ผมก็คิดว่าผู้มีหน้าที่คงจะนิ่งเฉยไม่ได้

สิ่งที่รัฐควรลงทุนในขณะนี้คือ บุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อให้มาสอนเด็กให้ได้คุณภาพ แต่ก่อนจะได้คนคุณภาพมานั้นต้องไปดูปัจจัยค่าตอบแทนบุคลากรเสียก่อนว่าเป็นแรงจูงใจให้คนเก่งอยากมาเป็นครูหรือไม่ อย่าเอาแต่บอกว่าครูต้องเสียสละ มันพ้นสมัยไปแล้ว

เมื่อจัดการเรื่องบุคลากรครูอย่างมีคุณภาพแล้ว...ช่องว่างทางการศึกษาน่าจะลดลงนะครับ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31