
พิมพ์หน้านี้
|
ในปัจจุบัน การศึกษานับเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในการพัฒนาบ้านเมือง ระบบการศึกษาของบ้านเมืองเรานี้อยู่ในขั้นวิกฤต คุณภาพการศึกษาของไทยยังไม่สูงพอที่จะไปแข่งขันกับนานาประเทศ แม้ว่าบ้านเมืองเรานี้จะมีการพัฒนาทางด้านการศึกษามามาก แต่ผมคิดว่า มาผิดทาง ประเทศไทยมีการศึกษาที่พัฒนาคนให้เป็นเครื่องจักรชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้น การอุดหนุนการศึกษาของรัฐส่วนใหญ่เงินจะไปตกที่คนมีโอกาสทางการศึกษา ทำใมผมถึงว่าเช่นนั้น เพราะโรงเรียนในเมืองส่วนใหญ่จะมีโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย ห้องสมุดที่ได้มาตรฐาน มิหนำซ้ำยังได้เรียนพิเศษอีกต่างหาก และเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่ได้เข้ามาศึกษาในที่นี้คือ ลูกคนรวย เมื่อลูกคนรวยมีโอกาสทางการศึกษาที่ดี เด็กเหล่านี้ก็เรียนเก่ง เมื่อเก่งก็สอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงได้ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่มีเงินงบประมาณจากภาครัฐเข้ามาใช้จ่ายในการพัฒนา และเป็นที่น่าสังเกต คนที่สอบชิงทุนการศึกษาเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันที่มีคุณภาพ หรือต่างประเทศ โดยเฉพาะทุนรัฐบาล ส่วนใหญ่ กว่า 90 เปอร์เซ็น เป็นคนรวย เมื่อคนที่รวยอยู่แล้ว มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่า มีโอกาสได้งานที่ดีกว่า ก็ยิ่งรวยกันไปใหญ่ แล้วทีนี้เราย้อนมาดูอีกด้านหนึ่ง ตามชนบท หรือถิ่นทุรกันดาร ที่ห่างไกลความเจริญ โรงเรียนมีครูอยู่ไม่กี่คน อาคารเก่าๆ หนังสือเก่าๆ โตะ เก้าอี้ก็โยกเยก หลังคามีรูรั่ว เด็กนักเรียนใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ตัวมอมแมม เด็กหลายคนไม่มีเงินไปโรงเรียน ต้องห่อข้าวใส่กระติบข้าวไป ในกระติบข้าวมีข้าวและกับข้าวเพียงเล็กน้อย ถ้าเป็นเขตภาคอิสาน กับข้าวนั้นส่วนใหญคือปลาร้าสับ เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก และเด็กๆหลายคน พ่อกับแม่ไม้ได้อยู่ด้วย เพราะต้องเข้ากรุงเพื่อทำงานรับจ้างมาใช้หนี้สิน และจุนเจือครอบครัว เด็กเหล่านี้อาศัยอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อเป็นเช่นนี้เด็กๆจึงขาดการดูแลเอาใจใส่ ขาดการอบรมเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก เด็กเหล่านี้หลายคนต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเลี้ยงชีพ บางวันต้องขาดเรียน เรื่องเรียนพิเศษ ไม่ต้องเอ่ยถึงเลยในสภาพสังคมเช่นนี้ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพการศึกษาของพากเขา เมื่อเทียบกับเด็กที่เรียนอยู่ในเมือง เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว บางคนเท่านั้นที่ได้เรียนต่อ แต่พวกเขาส่วนมากสอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาของรัฐไม่ได้ ที่เรียนของพวกเขาคือ สถาบันการศึกษาของเอกชนและมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐเช่น รามคำแหง โดยอาศัยการกู้ยืมจากรัฐมาเป็นค่าใช้จ่าย และในปัจจุบันพบว่า สถาบันการศึกษาของเอกชนไม้ได้รับการสนับสนุนเงินอุดหนุนจากภาครัฐเลย ต้องช่วยตัวเอง จึงทำให้ค่าเทอมในสถาบันการศึกษาของเอกชนแพงขึ้น นั่นก็หมายความว่า หนี้สินของผู้เรียนได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้น นี่คือความแตกต่างของโอกาสทางการศึกษาในบ้านเมืองเรา และทำให้ช่องว่างทางสังคมนั้นห่างกันมากขึ้นการพัฒนาบ้านเมืองจึงไม่ได้เท่าที่ควร และบ่งบอกได้ว่า งบประมาณทางการศึกษาส่วนมาก ตกอยู่กับประชาชนกลุ่มใด ถ้าถามว่าทำอย่างไร เราถึงจะทำให้การศึกษาของบ้านเมืองเราพัฒนาขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน ผมคิดว่าจะต้องเริ่มคิดใหม่ ของนโยบายทางด้านการศึกษาของรัฐ รัฐต้องมีความจริงใจและมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลมีคนมีความรู้ความสามารถเป็นอย่างมาก วิธีการแก้ไขปัญหานี้คงมีอยู่แล้ว ผมก็หวังว่าคุณภาพการศึกษาบ้านเราจะดีขึ้น ซึ่งการพัฒนาทางด้านการศึกษา คือการลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสมดุลกันในสังคมครับ เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคนในโลกใบนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ ก้อนดิน ครับ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |