
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีครับ วันนี้ผมมีแนวความคิดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนมานำเสนอครับ ที่ผ่านมาหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า การศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศุนย์กลาง กันใช่ใหมครับ มันเป็นรูปแบบที่เอามาจากเมืองนอกมาใช้ในบ้านเราครับ เอามาใช้ผมก็สังเกตดู ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยได้ผลครับ สำหรับสังคมการศึกษาบ้านเรา ที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงปัจจุบันนี้ รูปแบบการเรียนการสอนที่ว่านี้ มันไม่ส่งผลดีกับผมเท่าที่ควร แต่ที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับผม คงจะเป็น หลัก หัวใจนักปราชญ์หรือ สุ จิ ปุ ลิ มากกว่าครับ สุ จิ ปุ ลิ เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่พระพุทธเจ้าพระองค์ท่านให้มา แต่หลายคนลืมครับ แม้กระทั่งผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจทางด้านการศึกษาในบ้านเรา ก็ลืม ผมคิดว่าถ้าเรานำรูปแบบของพระพุทธเจ้ามาใช้ในการจัดรูปแบบการเรียนการสอนให้กับนักเรียนในบ้านเรา ผมว่าน่าจะดีครับ ตอนที่ผมเป็นเด็กมัธยมนั้น ผมรู้สึกเบื่อกับการเรียนในห้องเรียนมากครับ ผมไม่รู้ว่าผมเรียนฟิสิกส์ที่มีสูตรสลับซับซ้อนไปเพื่ออะไรกัน และก็หลายวิชาที่ผมมีความรู้สึกแบบนี้ การเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางก็ไม่ได้ทำให้ผมกระตือรือร้นที่จะเรียนเลย มีแต่อยากเล่นครับ แต่ก็มีบางวิชาที่ผมตั้งใจเรียนแบบสุดๆ วิชานั้นเป็นวิชาที่ผมเห็นความสำคัญในอณาคตครับ ผมมานั่งนึกดู ก็รู้ว่าการสอนของครูมีช่องโหว่ครับ โหว่ตรงที่ว่า ก่อนจะสอนอะไร ครูไม่เคยบอกผมเลยว่า เรื่องนี้มันสำคัญมากน้อยแค่ใหน มันนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างไร ผมเป็นเด็กครับ เมื่อไม่บอกก็ไม่รู้ และเรียบนไปก็สงสัยว่า มันไม่ได้เอาไปใช้ในชีวิตเลย ก็เลยเบื่อที่จะนั่งฟังครับ และผมก็เชื่อว่าเด็กนักเรียนหลายคนมีความรู้สึกแบบนี้ครับ ผมจึงคิดว่า ถ้าครูจะสอนอะไรควรที่จะชี้ให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญในสิ่งที่เรียนก่อนครับ เมื่อผู้เรียนเห็นดังนั้นผมคิดว่า เด็กน่าจะตั้งใจเรียนขึ้น เหมือนกับผมตอนที่ยังเรียนอยู่ครับ แล้วครูควรที่จะนำหลัก สุ จิ ปุ ลิ มาใช้เป็นรูปแบบการเรียนการสอน คือพยายามทำให้เด็กเห็นความสำคัญในสิ่งที่เรียน เมื่อเด็ดกเห็นความสำคัญก็จะตั้งใจเรียน ตั้งใจฟัง แล้วครูเองก็ต้องถาม เพื่อให้เด็กแสดงความคิดเห็น และก็หาวิธีจูงใจให้เด็กกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น เขาก็จะได้พูด และการที่จะพูดแสดงความคิดเห็นเขาก็จะได้คิดไปด้วยครัย และหลังจบการสอนก็ให้เขาทบทวนเนื้อหาที่เรียนไป หรือครูเองเป็นคนสรุปให้ฟัง แล้วก็ให้การบ้านทำในคาบเรียนนั้น มันก็จะเข้าไปอยู่ในหลัก สุ จิ ปุ ลิ ซึ่งผมคิดว่า น่าจะดีครับ กับสังคมการเรียนรู้ในบ้านเรา |