พิมพ์หน้านี้
|
Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะ.. ตอนที่ 5 Flinders St. Station .. ที่นี่ คือศูนย์กลางสถานีรถไฟ...อยู่ด้านตะวันออกของตัวเมือง ดูจากแผนที่จะเห็นว่าอยู่ติดกับ แม่น้ำยารา ( ไปทางด้านตะวันตกก็จะเดินเข้าตัวเมือง โดยมีถนน SWANSTON ST เป็นสายกลางเมือง ....เมื่อมาถึงกันแล้ว สันติ กับ แทฮี ...เดินนำข้ามถนนเข้าในเมือง ที่ทางข้ามนั้นมีเสาสัญญาณไฟที่มีรูปชายกำลังก้าวเท้าซึ่งจะสลับไฟระหว่าง สีเขียว เพื่อให้คนเดินข้ามถนนได้ และมีเสียงสัญญาณดัง แต็กๆๆ เพื่อให้คนตาบอดได้ยิน เสียงจะดังเร็วขึ้นเมื่อจะเปลี่ยนสีเป็น สีแดง ..เพื่อให้รถแล่นได้ และเสียงสัญญาณก็จะเงียบไป ซึ่งเสาสัญญาณไฟเพื่อคนข้ามถนนนี้มีปุ่มให้กดด้วยเมื่อต้องการจะข้าม น่าจะให้เวลาสัก 1 นาทีสำหรับคนเดินข้าม (ลืมค่ะ..ไม่แน่ใจ) และมีอยู่ตามทางแยกสำคัญๆ ในเมือง ข้ามถนนที่นี่ต่างจากที่กรุงเทพฯ...พวกเธอวางใจในกฎจราจรได้จงเชื่อสัญญาณไฟ ..หากเธอรอข้ามถนนที่ทางข้าม โดยเฉพาะในเมือง รถที่แล่นมา คนขับเขาพร้อมที่จะหยุดรถเพื่อให้เธอข้ามไป จงอย่าข้ามถนนนอกทางข้ามเป็นอันขาด สันติอธิบายให้สองสาวเข้าใจระเบียบปฎิบัติคนเมืองเมลเบิร์น ห้างใหญ่ๆ ในเมือง ที่เป็นของที่นี่ก็ David Jones และ Myer ซึ่งหากไปเดินที่ ถ้าเธอดูว่าแหล่งผลิตเครื่องสำอางค์ยี่ห้อนี้จะเห็นว่าผลิตออกมาจาก ที่คนไทยที่เคยมารู้จักกันดีมักมาหอบหิ้วครีมชนิดต่างๆ กลับไปฝาก ไปขายกัน เป็นที่รู้จักแพร่หลายในเมืองไทย....สันติบอกสองสาว เราจะเดินดูๆ ในห้างก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยวออกมานั่ง รถรางสำหรับนั่งท่องเที่ยว รอบเมืองสักรอบ รถนี่จะเป็นสีน้ำตาลทั้งคัน สังเกตุได้ง่าย ซึ่งแตกต่างเห็นชัดเจน อันนี้ไม่ต้องจ่ายค่ารถ สำรวจเส้นทางรอบเมืองแบบคร่าวๆ วันหลังก็คงมากันเองได้ เกือบบ่ายโมง แทฮี จึงชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเวียดนาม *PHO (เฝอ) ที่อยู่กลางเมือง ซึ่งลักษณะและเครื่องปรุงคล้ายๆ ของไทย ซึ่งมีชุดเครื่องปรุงวางอยู่ที่โต๊ะไว้ให้ และจะเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับจานที่ใส่ ถั่วงอก กับ โหระพา สดมากๆ มาให้ เครื่องปรุงที่ถูกปากคนไทยก็น่าจะเป็นอันที่หน้าตาคล้ายๆ น้ำพริกเผาของไทยนั่นเอง ดูเหมือนของร้านนี้จะมีสูตรน้ำพริกเผาเป็นของร้านเองโดยเฉพาะซะด้วย... ขณะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงลูกค้าโต๊ะถัดไปคุยเป็นภาษาไทย คงเป็นนักท่องเที่ยวเพราะคุยกันแต่เรื่องช้อปปิ้ง ร้านนี้น่ะนะ..เกี๋ยวเตี๋ยวเวียดนามอร่อยที่สุด? นิสา หันมาถาม แทฮี..เขาพยักหน้ารับ และรสชาติก็ใกล้เคียงของบ้านเราด้วย มีเครื่องปรุงให้เธอเลือกอีกต่างหาก สันติ เสริมขึ้น....และราคาไม่แพง... แทฮี หันมาพูดกับ วารี...แต่หญิงสาวไม่ได้ตอบว่าอะไร อร่อยมั้ยครับ เขามองดูเธอแล้วถามอย่างตั้งใจ หญิงสาวที่กำลังเอาตะเกียบพันเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ชะงักเงยหน้าขึ้นมอง แทฮี ท่าทางน่าอร่อยนะครับ เขาพูดน้ำเสียงปนขบขันรับกับนัยย์ตายิ้มๆ คู่นั้น วารี ไม่ตอบคำพยักหน้าให้นิดนึง แล้วตั้งใจคีบก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก.. เขาเลยเลิกตอแยเธอหันไปกินของตัวเองขณะที่สองพี่น้องหัวเราะเบาๆ ขำไปด้วยกัน คงหิวละสิ เมื่อเช้ากินขนมปังชิ้นเดียวกับกาแฟอีกถ้วยเท่านั้น นิสา บอกกับ แทฮี ปกติอยู่ที่บ้านพวกเรากินอาหารเช้าเป็นหลักกันส่วนใหญ่ เมื่อเช้ากลัวจะสายเลยกินกันนิดเดียว อิ่มหนำดีแล้ว สันติ กับ แทฮี มีธุระแยกตัวไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่อยู่ไม่ไกลนักสองสาวอยากเดินสำรวจห้างต่างๆ และซื้อของส่วนตัวใช้บ้างจึงพากันเดินมาอีกทาง โดย สันติ นัดแนะป้ายรถรางที่จะขึ้นกลับพร้อมกัน...เมื่อทั้งสี่คนกลับเจอกันอีกครั้งก็บ่ายมากแล้ว จึงพากันขึ้นรถรางสาย 109 ซึ่งมีเส้นทางผ่าน ริชมอนด์ ( ซึ่งมีตึกแถวเรียงข้างถนน...เป็นตลาดร้านขายของเอเชีย คล้ายๆ กับตลาดผักสด ผลไม้ ใกล้เคียงกับร้านขายของชำในเมืองไทย มีเครื่องปรุง เครื่องเทศที่ส่งมาจากทางเอเชีย แน่นอนว่ามีของจากประเทศไทยด้วย ตัวอย่าง ... กะปิ น้ำปลา น้ำพริกเผา หน่อไม้ดอง ทุเรียน ฯลฯ สี่หนุ่มสาวช่วยกันซื้อข้าวของเครื่องปรุงและตุนเผื่อสำหรับมื้ออื่นๆ ด้วย เพราะ สันติ และ แทฮี มีรายงานที่ต้องทำร่วมกัน เขาจึงร่วมทางกลับไปด้วย โดยขึ้นรถรางสายเดิมเดินทางกลับแฟลต..... ...............ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ** * Flinders St. Station...(หัวลำโพง ....วารี..แอบเรียกในใจ)
***
**ขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เนต.. *** ตอนที่ 6 http://www.oknation.net/blog/konlangkow/2008/04/27/entry-1/comment#read ** *PHO (เฝอ) ดูภาพประกอบ...ที่นี่http://www.oknation.net/blog/KonLangKow2/category/FooD
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||