พิมพ์หน้านี้
|
ตอนที่ 13 Homesick ค่อนดึกคืนนั้น...สันติ กับ นิสา สองพี่น้องกลับจากทำงานร้านอาหารไทยด้วยกัน เดินคุยกันมาใกล้ถึงถนนทางแยกเข้าที่พัก เขามองไปที่ป้ายรถรางฝั่งตรงข้าม เดี๋ยวเราแวะ McDonalds กันดีกว่า พี่อยากกินไอศกรีม สันติเอ่ยชวน อื้อ!..อยากกินเหมือนกัน อยู่แถวนี้ก็ดีนะคะมีทั้ง Safeway Supermarket, McDonalds แถมมี มินิมาร์ท ที่ปั๊มน้ำมันอีก..ปิดซะดึกเลย..ถึงจะอยู่ไกลจากเมืองมาหน่อยก็ไม่ต้องกลัวอดอยาก .........นิสาชวนพี่ชายคุย พี่เลือกมาอยู่แถวนี้ก็เพราะสะดวกหลายอย่างอย่างที่เธอว่านี่แหละ ..อยู่ที่กรุงเทพฯ หิวดึกดื่นแค่ไหนก็ออกมาหาอะไรกินง่ายๆ ต่างจาก เมลเบิร์น..ลิบลับ เขาเสริมความ นั่นสิคะ..ที่นี่เงียบมากเลย..ทำไมพี่เลือกมาอยู่เมืองนี้ เพื่อนที่ห้องเรียนบอกสา..ว่า.. ในเมืองน่ะ พอ 5-6 โมงเย็นห้างร้านก็พากันปิดแล้ว อย่างกับเมืองร้างแน่ะ ทั้งๆ ที่อาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย เพื่อนเธอก็พูดเว่อร์เกินไป...แต่ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ สำหรับความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ นะ เพราะว่าดึกดื่นแค่ไหนก็ยังเห็นแสงสว่างไปทั่ว..มีทั้งร้านอาหาร ทั้งรถเข็นปากซอยอยู่เกือบทุกแห่ง ทั้งสองเดินคุยกันเข้าไปในร้าน McDonalds สั่งไอศกรีม...ระหว่างที่นิสายืนรอไอศกรีม สันติหันไปมองทางด้านนอกที่ติดทางสามแยกเหมือนจะรอคอย..ใครบางคน นิสาได้รับไอศกรีมแล้วเรียกพี่ชาย ..เขามีท่าทีคล้ายยังรีรออยู่ แต่นิสาไม่ได้สังเกต ทั้งสองออกมาจากร้าน..เดินกินไอศกรีมมากันเงียบๆ กลับที่พัก... เดินผ่านสวนหย่อมเล็กๆ ด้านหน้าที่มี ต้นไม้พุ่ม 2- 3 ต้นอยู่ที่ริมรั้วด้านติดถนน ซึ่งมีสนามหญ้าเล็กๆ คั่น ถัดมามีต้น แอปริคอท (Apricot) สูงใหญ่ต้นหนึ่งขึ้นอยู่ข้างแฟลต ที่มีคันปูนกั้นสนามหญ้าเล็กๆ นั้นเป็นแนวลาดลงเล็กน้อยยาวมาถึงทางเข้าตัวแฟลต เพื่อกันไม่ให้ดินหรือน้ำนองมาที่ถนนยามฝนตก ขนาดถนนกว้างสักรถคันใหญ่แล่นเข้าไปได้ ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังที่จอดรถด้านหลังของแฟลต ที่นั่น. ที่คันปูนมุมโค้งก่อนทางเดินเข้าห้องแรกที่สันติเช่าอยู่นั้น. ...มีใครบางคนนั่งอยู่ใต้เงาต้น แอปริคอท และคงจะได้ยินเสียงฝีเท้าของสองพี่น้องที่เดินใกล้เข้ามา .ร่างนั้นจึงลุกขึ้นยืน โอ๊!... นิสาอุทาน..สองพี่น้องหยุดเดินชั่วขณะ วารี!..ตกใจหมดเลย..ทำไมไม่เข้าบ้าน มานั่งทำอะไรมืดๆ นิสาถามขึ้น ฉันลืมกุญแจไว้ข้างในน่ะ .. สันติไม่พูดอะไร เดินนำไปเปิดประตู..ทุกคนเข้าบ้าน เขาปิดประตูเรียบร้อยเดินตามเข้าไป คืนวันเสาร์นี่นา..ที่ร้านไม่ยุ่งเหรอ..ทำไมกลับเร็ว สันติถามขึ้นเมื่อเดินตามมาถึงที่ห้องนั่งเล่น. ขณะในใจยังนึกเห็นภาพที่มีรถเก๋งมาส่งวารีคืนก่อน ยุ่งมากค่ะ..แต่คนงานเก่าที่เขาลากลับเมืองไทย..เขากลับมาแล้ว เลยช่วยกันเก็บร้านกันได้เร็วขึ้น อ้อ!.. สันติไม่พูดอะไรต่อ..แต่แล้วเหมือนมีอะไรค้างคาใจจึงถามขึ้น... มีคนมาส่งเหรอ รถรางเที่ยวสุดท้ายน่าจะยังไม่มานี่ ค่ะ..เพื่อนที่ร้านเขามีรถ..เขาเห็นว่าไม่ไกลนักเลยขับวนมาส่ง ระหว่างทางเขาชวนแวะกินข้าวต้มเป็นเพื่อนอะไรทำนองนี้บ้างหรือเปล่า... สันติถามอีก ...ไม่หรอกค่ะ..อ๋อ!...พี่เจ้าของร้านก็เคยถามแบบนี้เหมือนกันนะคะ วารีบอก แล้วไปเถอะ...ก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน...ได้ยินข่าวมาไม่ค่อยดีน่ะ...เกี่ยวกับคนคนนี้ วารีสบตาสันติที่ส่งสายตาห่วงใยมาให้...เธอสัมผัสความรู้สึกนั้นได้.. เหมือนมีน้ำตารื้นขึ้นมากะทันหัน....รับรู้..และเต็มตื้นต่อความห่วงใยนั้น ขอบคุณค่ะ เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็นไรไป อย่างกับจะร้องไห้ นิสาที่แยกไปเข้าห้องน้ำเดินออกมา..ถามขึ้นเมื่อเห็นหน้าเพื่อน หันมองคนนั้นทีคนนี้ที..แปลกใจระคนสงสัย ไม่มีอะไร...เห็นเธอสองคนพี่น้องสนิทสนมกันเลยคิดถึงบ้านน่ะ วารีตอบสั้นๆ อย่างที่เธอเป็น วูบหนึ่งนั้น....การแสดงออกถึงความห่วงใยของสันติ..ทำให้ วารี...คิดถึงบ้าน..พี่ชาย..และครอบครัว..และ. ..........................................................โอ้!...กรุงเทพฯ คิดถึงจังเลย .. เพิ่งจะอาทิตย์เดียวเอง..หึหึ!.. สันติหัวเราะในลำคอ..แล้วพูดว่า .พรุ่งนี้ตื่นกันเช้าๆ นะ..แล้วเตรียมตัวให้เรียบร้อยจะพาไปเที่ยว Victoria Market ไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าหรอก ไปหาอะไรกินในเมืองดีกว่า แล้วตอนบ่ายๆ ไปเที่ยวชายหาด ที่ St. Kilda Beach กัน เย้!..พรุ่งนี้จะได้สำรวจเมลเบิร์นแล้ว นิสาส่งเสียง และวารีมีท่าทีร่าเริงขึ้น..สันติมองยิ้มๆ *** ** แอปริคอท (Apricot)
{หน้าตาสีสวยอร่อยด้วยน้า!.ชอบมากๆๆ..เลย...} ขอบคุณ...ภาพสวยที่ค้นเจอจนได้...ในอินเตอร์เนต ** * ตอนที่ 14 http://www.oknation.net/blog/konlangkow/2008/05/04/entry-1/comment#read
|