• konohamaru
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 30282
  • จำนวนผู้โหวต : 105
  • ส่ง msg :
more
ความหวัง คือความฝันที่กำลังตื่น
Do you believe in destiny?
Permalink : http://www.oknation.net/blog/konohamaru
วันศุกร์ ที่ 28 ธันวาคม 2550
เรื่องเล่าของมารูโกะจัง (ตอนที่3)
Posted by konohamaru , ผู้อ่าน : 159 , 15:22:46 น.  
พิมพ์หน้านี้


เข้าๆ ออกๆ แหล่งข้อมูลอยู่บ่อยครั้ง ในที่สุด ตอนที่ 3 ก็ออกมาแล้ว

ตอนนี้ อาจจะติดเรท นิดหน่อยแต่ก็เป็นไปตามความแก่นของวัย บางท่านอ่านบทนี้แล้วอาจจะแอบอมยิ้มนึกถึงตัวเองตอนวัยรุ่นก็ได้

โรงเรียนหญิงล้วน

      ชีวิตในโรงเรียนหญิงล้วนของฉันได้เริ่มต้นขึ้นตามที่หวังไว้
      ทันทีที่เริ่มเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ต่างถอนหายใจและบ่นว่า “เฮ้อ ถ้ามีนักเรียนชายด้วยก็จะดีน้า....”  ฉันก็เป็นอีกคนที่คิดเช่นนั้น... บ่นไปตอนนี้ก็ไม่มีทางมีเด็กนักเรียนชายมาแน่นอน และทั้งที่เตรียมใจตั้งแต่ตอนสมัครเรียน แต่พอต้องมาพบความจริงก็ทำเอาหงอยไปเลยเหมือนกัน
      อย่างไรก็ตาม การไม่มีผู้ชายนี่ล่ะ ก็ทำให้เรื่องที่พวกเราพูดกัน มีแต่เรื่องผู้ชาย หลังจากเปิดเทอมวันแรกไม่ทันครบอาทิตย์ดี ฉันก็เริ่มสนิทสนมกับเพื่อนใหม่ ขณะที่ครูประจำชั้นเป็นผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าดุและเฮี้ยบที่สุดในโรงเรียน แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจเรื่องนี้สักเท่าไร
      ระหว่างเวลาเรียน พวกเรามักคุยเล่นกัน ไม่ก็แลกยืมนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ กัน พอช่วงพักน้อยก็จับกลุ่มคุยเรื่องลามก พอพักกลางวันกินอาหารโรงเรียน อันได้แก่ราเมนเอย อุด้งเอย หรือข้าวหน้าหมูทอด ซึ่งพวกเรากินไปก็คุยเรื่องลามกไป พอตอนกลับบ้านถ้าเผอิญเดินสวนกับเด็กนักเรียนชายโรงเรียนอื่น หัวใจฉันก็จะเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ บางครั้งอาจแวะกินไอศกรีมหรือน้ำแข็งใสบ้าง โดยจะเลือกร้านที่ให้เยอะและถูก และแน่นอนว่าระหว่างกินข้าว พวกเราก็ต้องคุยเรื่องสัปดี้สัปดนกันอีก
      พอฉันรู้ว่าเรื่องอย่างว่ามันสนุกสนานปานนี้ ก็พาลนึกเสียดายเวลาตอนม.ต้นที่เอาแต่ปิดหูปิดตาขึ้นมาจับใจ แต่ว่าไปการไม่มีเด็กผู้ชายอยู่ใกล้ ๆ ก็ดีไปอย่าง เพราะเราไม่ต้องอายที่จะคุยเรื่องทำนองนี้ และพอไม่อาย การคุยก็ยิ่งออกรส ซึ่งเจ้ารสพวกนี้ พอยิ่งจัดมากขึ้น ก็ยิ่งสนุก มันส์ ขำกลิ้งเลย
      เวลาผ่านไปไม่นาน ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาว่า เกิด “ผู้มีประสบการณ์จริง” ขึ้นมาเรียบร้อย พอฉันได้ยินข่าวนี้ก็ถึงกับอึ้ง... ก็การที่ใกล้ตัวเรามีคนทำเรื่องแบบเดียวกับเรื่องลามกที่ชอบคุยกัน จะไม่ให้อึ้งได้ยังไง ในเมื่อฉันเคยนึกว่าเรื่องทำนองนี้ คงจะเกิดแต่กับเด็กใจแตกในโตเกียวหรือไม่ก็พวกแก๊งอันธพาลเท่านั้น
      ทั้งที่ยังอึ้ง ๆ  ฉันก็อยากถลันเข้าไปถามรายละเอียดกับผู้มีประสบการณ์คนนั้นทันทีว่า
      “เธอ...เจ็บมากใช่ไหม”  
      ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้มีประสบการณ์คนใดก็คงตอบประมาณว่า “อือ เจ็บมาก ๆ เลยครั้งแรก”
      แล้วถ้าถามต่อไปว่า “ไอ้ว่าเจ็บเนี่ย เจ็บขนาดไหนเหรอ”
      ก็คงตอบว่า “ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเจ็บอะไรขนาดนั้นเลย” หรือไม่ก็ “ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี” หรือ “เจ็บจนนึกว่าจะตายได้เลย” ....
      คำตอบแบบนี้ ไม่ช่วยให้ฉันเข้าใจสักเท่าไหร่ ก็เลยลองเปลี่ยนมาถามในเชิงเปรียบเทียบบ้าง เพื่อจะได้เห็นภาพชัด ๆ ว่า
      “เจ็บกว่าตอนท้องเสียหรือเปล่า”
      “คนละอย่างแล้ว!!!” ทุกคนหันมาตอบฉันเป็นเสียงเดียว
      นอกจากถามเรื่องความเจ็บแล้ว ฉันยังถามว่า “ตอนที่ทำ...ไม่อายเลยเหรอ” ... ก็ฉัน แค่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากับเพื่อนผู้หญิงกันเองยังอายเลย หรือสมัยม.ต้นถูกเด็กผู้ชายมองตอนใส่ชุดว่ายน้ำในชั่วโมงพละก็แทบทนไม่ไหว แล้วไอ้ที่ว่าเนี่ย มันยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แค่คิด ฉันก็อายม้วนแล้ว รับรองว่าฉันทำแบบนั้นไม่ได้แน่นอน
      แต่เชื่อไหม คนอื่นๆ กลับบอกว่า “นี่ ไม่ใช่กรณีที่ต้องอายย่ะ” ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี แล้วพวกนั้นเสริมอีกว่า มันไม่ใช่การอาบน้ำรวมสักหน่อย ไม่เห็นต้องอาย แต่ฉันว่าถ้าไม่เหมือนกัน แล้วมันเป็นอย่างไรกันล่ะ งงจริง ๆ
      ระหว่างที่กำลังงง ฉันก็พลันคิดขึ้นมาว่า “อ้าว เธอพวกนี้ก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้วซิ...” ซึ่งทำเอาฉันรู้สึกโหวง ๆ ขึ้นมาเลย
      ตอนนี้ฉันยังอยากเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ก็ฉันยังรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่เลย แล้วการเป็นเด็กก็ดีกว่าเป็นสาวบริสุทธิ์ด้วยซ้ำ อีกอย่างการทำเรื่องแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสักหน่อย แค่คิดเตรียมใจยังยากเลย อย่างไรก็ตามสำหรับการเม้าเรื่องใต้สะดือถือเป็นคนละประเด็น ฉันยังเห็นว่าควรทำต่อไป
      ช่วงพักพวกเรามักกินขนมไปคุยเรื่องลามกไป หรือไม่ก็อ่านนิตยสารต่าง ๆ พอตอนทำเวรก็เอาแต่เล่น สภาพห้องเรียนของเราจึงเละขึ้นทุกวัน แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่มีใครสนใจ แม้แต่การซ้อมร้องเพลงประสานเสียงสำหรับงานประกวดกับการซ้อมวิ่งผลัดของโรงเรียน  พวกเราก็โดดหมด
      จนกระทั่งวันหนึ่ง ครูประจำชั้นสุดเฮี้ยบก็ทิ้งระเบิดใส่พวกเราจนได้
      “พวกเธอเนี่ย ไม่ได้เรื่องจริง ๆ เมื่อไรถึงจะทำตัวดี ๆ ได้นะ ฉันไม่เคยเจอห้องเรียนที่ใช้ไม่ได้อย่างนี้เลยนะ ทั้งประกวดร้องเพลงประสานเสียง ทั้งแข่งวิ่งผลัด คว้าที่โหล่มาหมดแบบนี้ ถ้าพวกเธอไม่มีใจเรียนกันแล้ว ก็ลาออกกันไปให้หมด ฉันก็จะเลิกสนใจพวกเธอ จากนี้ไปชั่วโมงโฮมรูม ฉัยจะไม่เข้ามาให้เห็นหน้าอีกแล้ว”
      พอทิ้งระเบิดเสร็จ แกก็ออกจากห้องไปเลย
      หลังจากนั้น ทั้งห้องก็ไม่ได้สนเลยสักนิด ต่างยังคุยเล่นบ้าบอกันต่อไป แม้ฉันจะไม่ได้สำนึกตามที่ครูพูดได้หมด แต่ที่เข้าใจอยู่อย่างก็คือว่า ห้องของฉันคงเป็นห้องที่ไม่ใส่ใจกับทุกเรื่องจริง ๆ ซึ่งฉันก็ดีใจที่ได้อยู่ห้องแบบนี้
      นับแต่นั้นมาครูก็ทำตามที่พูดคือ ไม่มาเข้าชั่วโมงโฮมรูมจริง ๆ และแน่นอน ไม่มีใครสนใจอยู่ดี แถมยังพูดกันด้วยซ้ำว่า “ครูไม่มานี่ก็ดีเนอะ” ต่างคนก็คุยเล่นกัน บ้างก็กินขนม ในบรรยากาศแสนสบายแบบนี้ ทุกคนแค่สงสัยว่า ทำไมครูต้องโมโหขนาดนั้น
      ครูประจำชั้นของเราสอนวิชาพละศึกษา พวกเราจึงได้เจอหน้าครูเฉพาะชั่วโมงนี้เท่านั้น แน่นอน พวกเราที่เพิ่งโดนด่าย่อมรู้สึกกระอักกระอ่วน แต่ฉันคิดว่าอีกฝ่ายก็คงรู้สึกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม คงต้องปล่อยวางเรื่องนี้ไปก่อน และพยายามทำหน้าที่ของตนต่อไป
      ถ้าเป็นวิชาภาคปฏิบัติที่เป็นการออกกำลังก็ยังโอเคล่ะ แต่ปัญหาคือชั่วโมงทฤษฎีสุขศึกษานี่สิ
      หัวข้อที่เรียนก็เป็นเรื่องเพศศึกษา ซึ่งพออธิบายถึรายละเอียด จู่ ๆ ทุกคนก็หยุดคุยหยุดเล่นทันที ทั้งห้องงี้ เงียบกริบอย่างกับป่าช้า
      ครูประจำชั้นก็มีท่าทีอึดอัดไม่น้อยกับคว่ามเปลี่ยนแปลงแบบฉุกละหุกของพวกเรา แต่ก็พยายามปั้นหน้าขรึมแล้วพูดว่า
      “เรื่องพวกนี้ถึงฉันจะสอนไป พวกเธอก็คงรู้กันดีอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นต้องตีหน้าซื่อแบบนี้ก็ได้ มันน่าตลกนะ”  ฉันคาดว่าแกคงถอดใจพูด แต่ไม่ยักมีใครตลกกับแกด้วยสักคน
      บรรยากาศยิ่งอึดอัดกว่าเดิม ถึงจะบอกว่าน่าตลก แต่ทุกคงคิดในใจว่า ขำไม่ออกหรอก ฉันว่านี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ห้องเงียบขนาดนี้
      และจู่ ๆ ฉันดันคิดในใจว่า สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ เล่นเอาทั้งห้องซีดกันอย่างนี้เลยเหรอ... พอคิดไป ฉันก็เกิดบ้าอะไรไม่รู้ขึ้นมา หลุดหัวเราะก๊ากออกมาคนเดียว
      ไม่มีใครหัวเราะตามสักคน จึงมีแต่ฉันที่ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายไม่ออกแบบยกกำลังสอง ต้องรีบก้มหน้างุด แต่ทันใดครูก็พูดขึ้นมาว่า
      “มีแต่ซากุระที่ตรงไปตรงมา”
      หลังจากนั้นครูก็เริ่มสอนต่อแบบเป็นทางการมาก ๆ  คือสั่งให้พวกเราอ่านออกเสียงโดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม จนหัวข้อเพศศึกษาจบลงแบบนั้น
      ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ครูประจำชั้นก็ไม่เข้าชั่วโมงโฮมรูมอีกเลย จนเทอมแรกใกล้สิ้นสุด  ก่อนปิดเทอมภาคฤดูร้อน ในห้องก็มีการสัมภาษณ์รายตัวกับครูประจำชั้น ทุกคนถูกเรียกไปพบทีละคน
      ในที่สุดก็ถึงคิวฉัน พอเข้าไปในห้อง ครูก็ถามว่า
      “ตอนนี้ซากุระไม่มีปัญหาอะไรพิเศษนะ ว่าแต่เรื่องเรียนต่อคิดไว้หรือยัง ว่าจะเอายังไง”
      “หนูอยากได้การรับรองจากโรงเรียน แล้วสมัครเรียนต่อวิทยาลัยค่ะ” พอตอบไปแบบนี้ ครูก็ถามกลับมาว่า
      “ไม่คิดจะลองเอ็นท์ดูหน่อยเหรอ” ฉันตอบกลับไปว่า
      “หนูไม่ค่อยอยากเตรียมตัวมากขนาดนั้นค่ะ”
      ความจริงฉันอยากบอกว่า ฉันฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูน ดังนั้นไม่ต้องเข้าเรียนวิทยาลัยก็ยังได้ และว่าไปฉันคิดถึงขึ้นว่าแม้แต่ม.ปลายก็ไม่ต้องเรียนก็ยังได้ด้วยซ้ำ แต่ที่ยังมาก็เพราะมาแล้วสนุกดี เลยมาเรียนไปงั้น... ฉันคงบอกแบบนี้ไม่ได้หรอก
      แต่ฉันก็รู้ว่า อนาคตอาจไม่ได้เป็นนักวาดการ์ตูน ก็เลยคิดเผื่อว่าอย่างน้อยเข้าเรียนวิทยาลัยกันเหนียวไว้หน่อย เป็นแผนการชีวิตง่าย ๆ ที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนวิทยาลัย... เรื่องนี้ก็บอกไม่ได้เหมือนกัน
      คุณครูพูดขึ้นมาว่า
      “อืม เกรดเฉลี่ยตอนนี้ ขอการรับรองจากโรงเรียน ก็คงไม่มีปัญหาหรอก แต่เธอต้องพยายามรักษามาตรฐานนี้ต่อไปนะ”
      “ค่ะ” พอฉันตอบ แล้วทำท่าจะลุกขึ้น ครูก็พูดกับฉันเบา ๆ ด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ ว่า
      “การเป็นนักวาดการ์ตูน ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ”
      ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนเลือดในกายไหลย้อนกลับ แต่ก็ยังพยายามตอบกลับไปว่า
      “ใช่ค่ะ คงไม่ง่าย.....” แล้วรีบออกจากห้องไปทันที
      ทำไมคุณครูถึงรู้ว่าฉันอยากเป็นนักวาดการ์ตูนได้ เท่าที่จำได้ ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่พ่อแม่หรือเพื่อนๆ ... ก็เรื่องนี้เนี่ย มันอารมณ์เดียวกับเด็กประถมบอกว่าอยากเป็นนักร้องไอด้อลเลยน่ะสิ ก็แม้แต่ตัวฉันเองยังรู้ว่า มันเหมือนนิยายเพ้อฝัน แล้วจะไปกล้าเล่าให้ใครฟังได้อย่างไร
      ปิดเทอมหน้าร้อนมาถึง ตลอดวันหยุดเหล่านั้นฉันก็แค่นั่ง ๆ นอน ๆ อย่างเดียว แล้วขณะที่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่นั้น โรงเรียนก็เปิดเทอมแบบชนิดไม่ทันตั้งตัว
      จนกระทั่งเทอมสองครูประจำชั้นก็ยังไม่ยอมมาเข้าชั่วโมงโฮมรูม และเทอมนี้ฉันดันได้เป็นกรรมการห้อง ก็เลยเริ่มรู้สึกนิด ๆ เกี่ยวกับการที่ครูประจำชั้นไม่ยอมเข้าชั่วโมงโฮมรูม แต่ก็เพราะเพื่อนคนอื่นไม่สนใจเรื่องนี้เลย ทำให้ผ่านไปสักพักฉันก็เลิกเอามาคิดไปด้วย
      พอฉันลองคิดว่าในเมื่อครูคงเป็นคนแบบนี้ ก็คงไม่มาชั่วโมงโฮมรูมแล้ว ฉันก็พลันรู้สึกดีขึ้น ก็ลองแกเป็นอย่างนั้น ไม่มาก็ไม่แปลกหรอก และการที่ครูไม่มา ทุกคนก็สนุกสนานกันอีนดี ฉันจะไปสนทำไมล่ะ
      ย่างเข้าเดือนธันวาคม ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยในฐานะกรรมการห้อง และขณะที่กำลังคิดว่า อีกไม่นานก็จะปิดเทอมภาคฤดูหนาวแล้ว... กรรมการห้องอีกสองคนก็เข้ามาบอกว่า “คิด ๆ แล้วนะ ฉันว่าพวกเราไปขอโทษครูดีกว่า”
      “หา!!” ฉันตกใจมากทีเดียว จึงรีบบอกว่า
      “ไม่ต้องขอโทษก็ได้มั้ง”
      การที่ครูไม่เข้าโฮมรูม ทุกคนก็สุขสบาย รวมถึงตัวฉันด้วย และว่าไปครูเองก็น่าจะสบายเหมือนกัน แล้วจะไปทำลายบรรยากาศดี ๆ ที่ใคร ๆ ก็ชอบทำไม ที่สำคัญทำไมฉันต้องเป็นคนทำด้วยล่ะ ไม่เอาอ่ะ
      ฉันพยายามยืนยันว่าความคิดนี้ แต่ก็ไม่สามารถทัดทานความเห็นของสองคนนั้นได้ ในที่สุดจึงต้องไปขอโทษครูด้วยกัน
      ทำไมฉันต้องไปขอโทษด้วย คิดดูสิ เรื่องอะไรที่เราทำผิดจนต้องไปขอโทษ ฉันยังจำแทบไม่ได้เลย แล้วทำไมต้องไปขอโทษ ยิ่งเรื่องนี้ผ่านมานานกว่าครึ่งปี ไม่มีใครจำกันแล้ว
      อย่างไรก็ตาม ฉันก็ไปถึงห้องพักครูอย่างไม่เต็มใจ เมื่อไปถึงสองคนนั้นก็ขอโทษกับครูว่า
      “พวกหนูผิดไปแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ จากนี้ไปครูช่วยกรุณากลับมาเข้าชั่วโมงโฮมรูมด้วยนะคะ”
      สองคนนั้นพูดไปก้มหัวไป ฉันจึงต้องก้มตามบ้าง แต่ครูกลับพูดแค่
      “มาให้เร็วกว่านี้ไม่ได้รึไง” พวกฉันจึงขอโทษอีกครั้งว่า
      “พวกหนูขอโทษจริง ๆ ค่ะ” จากนั้นจึงโผเผออกมาจากห้องพักครู
      จริงด้วย ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร คงไม่ดีแน่ นี่ดีนะ ที่สองคนนั้นสำนึกได้ก่อน ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ รับรองครูไม่ยกโทษให้แหง แล้วทำไมนะ จนถึงเมื่อกี้ฉันจึงคิดว่าไม่ขอโทษดีกว่า เพราะพวกเราก็ทั้งเละเทะและไม่รับผิดชอบ เอาแต่คุยกันแต่เรื่องอย่างว่ากับกินขนมในห้อง สมควรจะขอโทษครูเขาแล้วล่ะ
      ก่อนปิดเทอมภาคฤดูหนาวเล็กน้อย ครูก็กลับมาเข้าชั่วโมงโฮมรูม ทุกคนในห้องขอโทษครู สภาพในห้องถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นบ้าง แต่กระนั้นเรื่องลามกและการกินขนม รวมถึงการแลกยืมนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ ยังคงดำเนินกันต่อไป ฉันคิดในใจว่า ถ้าเข้าเทอมที่สามแล้ว ครูเกิดโมโหขึ้นมาอีก และตอนนั้นฉันคงไม่ใช่กรรมการห้องแล้ว ฉันก็คงปล่อยวางแล้วล่ะ อย่างไรก็ตามในตอนนี้และจนกว่าจะหมดปี ฉันจะพยายามไม่ทำให้ครูโกรธอีกแล้ว
      นับจากนี้ฉันก็ได้แต่เฝ้ารอปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง



โปรดติดตามตอนต่อไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/piglet22

HNY 2(",)(",)8
ขอให้มีความสุขมั่กๆนะ
ชีวิต ความรัก ทุกสิ่ง สดใส สดใสค่ะ

เรื่องบางเรื่องต้องคุยแต่กับเพื่อนผู้หญิงจิงๆนะ
ความคิดเห็นที่ 6
ทอดน่อง วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 10.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Todnong

สวัสดีปีใหม่...ขอให้มีความสุขตอลดปีและโชคดีตลอดไปค่ะ...แล้วจะแวะเข้าทักทายเป็นระยะๆอิ อิ
ความคิดเห็นที่ 5
Maruko วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/goly


Happy New Year jaa

มีความสุขมากๆๆนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
konohamaru วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 08.41 น.
http://www.oknation.net/blog/konohamaru

ขอบคุณทุกๆท่านน๊ะครับที่แวะมาอวยพร
ความคิดเห็นที่ 3
Sudteerak วันที่ : 31/12/2007 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


H.A.P.P.Y new Y.E.A.R 2008

จะสิ้นปีแล้วเหมียวขอให้ทุกสิ่งดีดีเดินทางเข้าสู่ชีวิตพร้อม ๆกับปีใหม่ที่กำลังจะเดินทางเข้ามา มีสุขภาพแข็งแรงและชีวิตที่พอเพียงอย่างที่ต้องการคะ
ความคิดเห็นที่ 2
inmoon วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 03.44 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

แวะมาสวัสดีปีใหม่ก่อนค่ะ
เริ่มง่วงๆ แล้ว
จะตามมาอ่านค่ะ

ให้สุข สดชื่น ตลอดปีน่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
Jui วันที่ : 28/12/2007 เวลา : 20.34 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

แวะมาขอบคุณที่ไปเยี่ยม
คราวหลังจะเข้ามาบ่อยๆ
มาไล่อ่านครับ
มีความสุขมากๆนะครับ
กับปีใหม่2008ที่กำลังมาถึง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31