|
===========>> ความสงสัยของน้องจันทร์วารีที่บอกว่า "ในเป้ของพี่ต้องมีหนังสืออยู่แน่ เรามันคนเดินทางเหมือนกัน" แล้วอยากรู้ว่าหนังสือที่ผมประทับใจนั่นคือเล่มใด http://www.oknation.net/blog/waranin/2007/07/03/entry-1/ **************************************************** เลยอยากจะบอกว่าผมเป็นคนชอบหนังสือ แต่ไม่ขยันอ่าน คือชอบซื้อ และตั้งใจว่าจะอ่าน แต่มีจำนวนไม่กี่เล่มที่อ่านจบ ที่ซื้อมาก็อยากอ่านทั้งนั้น แต่บางทียุ่งจนลืมอ่านและวางไว้ จนเดินไปเข้าร้านหนังสือแล้วก็ซื้อเล่มใหม่มาอีก จนปัจจุบันมีหนังสือที่ผมอ่านหมดเล่มไม่ถึง 50% ของหนังสือที่มีอยู่ทั้งหมด บางเล่มผมใช้เวลาอ่านเป็นปีครับ.... ผมค่อนข้างสนใจหนังสือหลากหลายประเภท เช่น หนังสือด้านการเงิน(เกี่ยวกับงานที่ทำ) เรื่องสั้น(ด้วยความอยากเป็นนักเขียนกับเขาบ้าง) ความรู้ด้านอินเทอร์เน็ต ศาสนาและปรัชญา(โดยเฉพาะงานของท่านพุทธทาส) การเมือง ฯลฯ เรียกว่าซื้อมันทุกเล่มที่อยากอ่าน ส่วนจะอ่านจบไม่จบมันอีกเรื่องนึง และในนั้นมีอยู่เล่มหนึ่งที่ผมซื้อมาแล้วใช้เวลาในการติดตามเรื่องราวอย่างรวดเร็ว.... การเดินทาง "ด้วยเท้า" จากเชียงใหม่-เกาะสมุย ด้วยเวลา 66 วันกับกว่า 1,000 กิโลเมตร ของ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ "เดินสู่อิสระภาพ"...... 
เนื้อหาหนังสือเป็นการบอกกล่าวถึงการเดินทางด้วยเท้าและเรื่องราวระหว่างทางที่ได้พบเจอตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจากเชียงใหม่ จนถึงเกาะสมุย ซึ่งเป็นบ้านเกิด บนเส้นทางที่ได้ก้าวเดินได้สอดแทรกความคิดในเชิงปรัชญาชีวิต มิตรภาพที่ได้พบเจอ โดยมีวัตถุประสงค์ของการเดินทางด้วยเท้าคือ ต้องการให้การเดินทางเป็นไปอย่างช้าๆ เพื่อเก็บรายละเอียดระหว่างทางให้มากที่สุด ในขณะที่การเดินทางด้วยความเร็วของยานพาหนะไม่สามารถทำได้ ภายใต้เงื่อนไขของการเดินทางคือ 1) ไม่ถือเงินติดตัว เพราะการมีเงินทำให้ค่าและอำนาจของเงิน บดบัง ปกปิดคุณค่าและอำนาจของมนุษยธรรม ที่มีอยู่ในตัวเองและเพื่อนมนุษย์ที่ผ่านพบ 2) ไม่เดินไปหาคนรู้จัก ทั้งนี้ก็เพราะการรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างมิตรภาพใหม่ 3) การไม่มีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ไม่ว่าจะเดินทางถึงที่ไหนเมือไหร่ เนื่องจากต้องการเข้าไปสู่ความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนนี่แหละคือบทเรียนอันประเสริฐที่ปรารถนาจะเรียนรู้ 4) ไม่เรียกร้องโอดครวญให้เพื่อนมนุษย์เห็นใจสงสาร เพราะการทำเช่นนั้น อาจจะเป็นการบีบคั้นให้เพื่อนมนุษย์ต้องให้ความช่วยเหลือ โดยที่เขาอาจจะไม่มีความสุขกับการช่วยเหลือ 5) ไม่ทำในสิ่งที่ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากอำนาจของความโลภ ความโกรธ และความหลงที่มีอยู่ภายในจิตของตนเอง **************************************************** ....... "ผมจะเดินกลับบ้าน" นี่คือคำตอบในวันปิดห้องเรียน และประกาศยุติบทบาทหน้าที่ของครูสอนปรัชญาของชายผมหงอกขาว ผิวเข้ม วัยครึ่งร้อย ด้วยแววตาอัน "แน่วแน่และมั่นคง" เมื่อลูกศิษย์ถามว่า "อาจารย์จะทำอะไรต่อไปหลังจากลาออกจากราชการ?" คำตอบของอาจารย์ทำให้เกิดความวิตกสงสัยขึ้นในใจของพวกเรา ทำไมถึงละทิ้งความมั่นคงก้าวหน้าและฐานะของความเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วตัดสินใจออกเดินทางเพื่อไปเผชิญกับความยากลำบากและความไม่แน่นอน นี่คือผู้ชายที่พวกเราเรียกวเขาว่า "อาจารย์ประมวล".... (คำกล่าวนำ "จากใจลูกศิษย์") ....... ผมกำลังเดินไปเพื่อเรียนรู้จากบุคคลที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ทุกๆ ภูมิภาคของสังคมไทย ก่อนที่จะเดินกลับถึงบ้านเกิดที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ทุกๆ ท่านที่ผมได้พบและสนทนาด้วย คือ "ครู" ของผม เมื่อผมเดินทางถึงเป้าหมายแล้ว ผมจะใช้ความรู้ที่ได้เรียนรู้จากครูของผมให้เกิดประโยชน์สุขแด่มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ตลอดช่วงชีวิตที่ยังเหลืออยู่ของผม (หน้า 61 ตอนฝึกหัดเดิน) ....... สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา เมื่อเดินไปถึงบริเวณลานบ้าน ที่บ้านเงียบสงบ ไม่มีใครอยู่บ้านเลย พ่อ-แม่ เสียชีวิตไปแล้ว พ่อเสียชีวิตไปก่อนหลายปี แม่เพิ่งเสียชีวิตได้ปีเศษๆ ผมก้าวไปยังจุดที่ซึ่งอดีตเคยเป็นส่วนที่ตั้งบันไดขึ้นบ้าน แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนบันไดไปอยู่ด้านอื่น ทรุดกายลงนั่งคุกเข่า ณ จุดที่เคยเป็นบันไดขึ้นบ้าน เสียงหอกระจายข่าวของหมู่บ้านบอกเวลา 7 นาฬิกา ปลดกระเป๋าสะพายหลังออกมาวางข้างตัว ล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าสีกลัก ซึ่งใช้ห่อดินอันเป็นวัตถุมงคล ที่พกติดตัวตลอดมาชั่วระยะเวลาถึง 30 กว่าปี ออกมาจากกระเป๋า คลี่ผ้าเช็ดหน้าออก เททรายทั้งหมดที่มีอยู่ลงบนฝ่ามือขวา กำขึ้นมาแนบอก ยกมือซ้ายทาบลงบนหลังมือขวา ใช้แรงที่มีอยู่กดผ่านฝ่ามือลงไป ตั้งจิตระลึกถึงเรื่องราวในอดีต ณ จุดนี้เมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว ได้หยิบเอาดินทรายหยิบมือหนึ่งติดตัวไป ด้วยจิตกำหนดหมายให้เป็นความรู้สึกว่า ดินนี้คือ พ่อ-แม่-บรรพบุรุษ และทุกๆ สิ่งที่ให้กำเนิดเกิดชีวิตขึ้น จะนำดินนี้ติดตัวไปทั่วทุกหนทุกแห่งที่เดินทางไป เดินทางไปเพื่อศึกษาเรียนรู้ เดินทางไปเพื่อแสวงหาความสำเร็จแห่งชีวิต หากมีอันต้องจบชีวิตลงในช่วงระหว่างการเดินทาง ก็จะถือว่าได้จบชีวิตลง เพื่อคืนกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับดินที่เป็นพ่อ-แม่-บรรพบุรุษ แต่หากว่าได้เดินทางท่องเที่ยวไปจนประสบความสำเร็จ ก็จะนำดินนี้คืนสู่ที่เดิม บัดนี้ ได้เดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ได้เรียนรู้ ได้ประสบกับสิ่งต่างๆ จนรู้สึกว่าเพียงพอแล้ว สำเร็จแล้ว กับการมีชีวิตอยู่เพื่อการเรียนรู้ จึงขอคืนดินนี้สู่ที่เดิม ช่วงขณะแห่งการระลึกได้เช่นนี้ ปรากฏเหมือนมีอะไรมารวมอัดแน่นอยู่ภายใน ร่างกาย เนื้อตัวสั่นสะท้าน ความปิติแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย น้ำตาไหลพรากลงมาอาบแก้ม (หน้า 493-494 ตอนถึงบ้าน) **************************************************** หนังสือขนาด 504 หน้า หนาพอสมควรครับ แต่สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้แน่นอนคือ ปรัชญาชีวิต ที่สอดแทรกอยู่ในทุกบททุกตอนของเนื้อหา ให้กำลังใจในยามท้อแท้ได้เป็นอย่างดี ประทับใจและอยากแนะนำให้ได้ลองอ่านกัน
**************************************************** ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ เกิด 23 ตุลาคม 2497 ที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี การศึกษา B.A. (Political Science, Philosophy, English literature) Meerut Univesity, India M.A. (Philosophy) Panjab University, India Ph.D (Philosophy) Mysore University, India การทำงาน 2532-2548 อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบัน นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน http://www.midnightuniv.org/ **************************************************** เพลง : กลับบ้าน ศิลปิน : ตาวัน เสียงร้อง : ปุ้ม-พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
|