• ฅนผ่านทาง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-18
  • จำนวนเรื่อง : 95
  • จำนวนผู้ชม : 49730
  • จำนวนผู้โหวต : 455
  • ส่ง msg :
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



more
วันพุธ ที่ 26 กันยายน 2550
เพื่อนร่วมทาง
Posted by ฅนผ่านทาง , ผู้อ่าน : 733 , 20:41:45 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกเพ้อเจ้อและเพี้ยน  
พิมพ์หน้านี้


---------------@@@@@---------------

          ก้าวย่างแต่ละก้าวของผมมันเหมือนกับการขับรถไปบนทางอันแสนไกล การได้ชื่นชมธรรมชาติสองข้างทางมีคุณค่าต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงไม่ต้องสงกะสัยเลยว่าทำไมผมถึงได้พิสมัยการได้ออกเดินทางนัก เพียงแค่การได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยมันก็สุขสุดยอดแล้วล่ะครับ (ยังไม่รวมที่หลับอยู่หลังพวงมาลัยนะครับ) จุดหมายปลายทางเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาไปอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นเพียงแค่การหยุดปฏิบัติภารกิจที่เราได้วางแผนไว้แล้ว และก็พักผ่อน ในขณะอยู่บนเส้นทางมันมีอะไรให้ได้คิดและเผชิญเรื่องเฉพาะหน้าอยู่เสมอ.. ดีร้ายคละเคล้ากันไป

          ในบางครั้งผมแกล้งเดินเลยจุดหมายปลายทางไปก็มี เพื่อให้คงสภาพการเดินทางไว้ให้นานที่สุด การได้ค้นพบเส้นทางสายใหม่ที่ไม่เคยผ่านพบน่าตื่นเต้นเสมอ แต่ความเปลี่ยนแปลงของเส้นทางสายเก่าที่เคยผ่านบางทีก็สามารถทำให้ตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้กัน

          กับการเดินทางในเมืองหลวง สำหรับผมใช่ว่าจะเป็นเรื่องน่าเบื่อจากปัญหาการจราจรเสียเลยทีเดียว แต่การที่เราได้นั่งมองถนนที่เต็มไปด้วยยวดยานพาหนะที่ส่งเสียงคำรามเมื่อก่อนมันเคยเป็นเรื่องที่ไม่น่าเจริญใจนัก แต่ตอนนี้ผมเริ่มพิสมัยมันจากการที่ได้รับน้ำใจจากเพื่อนร่วมทางของผม

         "พี่ครับ.. ถ้าไฟเขียวรบกวนช่วยเคาะกระจกผมหน่อยนะ ผมไม่ไหวแล้ว"

          ผมเปิดกระจกรถบอกมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างๆ เพราะเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา กว่าผมจะเดินทางถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบตีสาม แถมมีแอลกอฮอลล์อยู่ในเส้นเลือดแบบเกินพิกัด แล้วเช้าขึ้นมาก็ต้องแหกขี้ตาอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานตั้งแต่ก่อนหกโมง น้ำใจของพี่มอเตอร์ไซด์ในวันนั้นผมยังไม่เคยลืมเลือน

         "ขาดน้ำใช่มั้ยครับ.. เอาของผมไปเลย"

          ในวันนั้นหากผมไม่ได้น้ำหนึ่งแกลลอนที่เพื่อนร่วมทางของผมหยิบยื่นให้ ผมก็คงเสียเวลาไปพอสมควร เนื่องจากหม้อน้ำรถของผมรั่วจนควันโขมง น้ำหนึ่งแกลลอนในเช้าวันนั้นทำให้ผมสามารถนำรถไปถึงอู่ซ่อมได้พอดิบพอดี.. น้ำใจที่มาพร้อมกับน้ำหนึ่งแกลลอนมีค่ายิ่งนักในเวลานั้น

          แล้วผมจะมัวนั่งหลับตาอยู่ทำไม ก้มหน้าก้มตาอยู่กับตัวเองทำไม บางทีการนั่งมองออกไปข้างนอกและสังเกตเพื่อนร่วมทางแต่ละคนแต่ละคันมันมีอะไรที่ทำให้เรามีความคิดออกมาอย่างพร่างพรู.. มองออกไปจากตัวเองสิ

          ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิมเมื่อเหลียวมองรอบๆ ภายในรถของตัวเอง.. ลองเงยหน้าแล้วทักทายเพื่อนร่วมทางสักหน่อยสิ.. เฮ้เพื่อน.. จะไปไหนกัน

          การเป็นคันที่หนึ่งของแยกน่าภาคภูมิใจเสมอ การมีโอกาสได้เห็นเพื่อนร่วมทางที่วิ่งผ่านไปผ่านมาเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นระคนเร้าใจมิใช่น้อย ได้เห็นเพื่อนบางคันแอบลักไก่ฝ่าไฟแดงได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู เหมือนเป็นรสชาดของชีวิตที่อยากจะทำสิ่งที่น่าตื่นเต้นดูบ้าง.. ชีวิตจะได้ไม่ราบเรียบจนเกินไป

          แต่ถ้าหากว่าเราตามหลังเพื่อนร่วมทาง การนั่งบวกเลขทะเบียนรถในใจก็เป็นอะไรที่ประเทืองปัญญาได้เหมือนกัน เป็นการฝึกบวกเลขเร็วที่ได้ผลวิธีหนึ่ง หรือหากให้เหนือชั้นขึ้นไปหน่อย ก็นำทั้งการ ลบ คูณ และหาร ผสมผสานเข้าไป เผลอๆ ฝึกไปฝึกมาอาจจะได้เลขรหัสลับเด็ดๆ ที่แฝงมากับเลขทะเบียนรถเหล่านั้น ทำให้ผมคิดถึงเจ้าของรางวัลโนเบล ศ.จอห์น แนช (ที่เคยเป็นภาพยนต์เรื่อง A Beautiful Mind)  ที่ตัวเลขวิ่งวนในสมองอย่างมีชีวิตชีวา.. แต่สำหรับเราๆ ขอแค่เลขเด็ดๆ สักตัวสองตัวก็คงพอ

          ความสงสัยที่มีต่ออะไรสักอย่างภายใต้ผ้าคลุมกระบะท้ายคันนั้น มันชวนให้สงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องคลุมผ้าด้วย ไม่คลุมได้มั้ย? มันชวนให้คิดเสมอ คงเป็นสิ่งของมีค่ามีราคา.. สิ่งของมีค่าที่ต้องห่อหุ้มอย่างดี แล้วชีวิตของคนเราล่ะ มีอะไรเป็นสิ่งห่อหุ้มบ้างหนอ ภายนอกร่างกายมีเสื้อผ้าห่อหุ้มอยู่ ราคาของเสื้อผ้าเหล่านั้นถูกแพงไม่เท่ากัน หรือผู้สวมใส่มีค่ามีราคาไม่เท่ากัน.. แล้วสิ่งที่ห่อหุ้มจิตใจล่ะคืออะไรกัน

          การที่รถจอดติดอยู่ใต้สะพานดีกว่าการติดอยู่กลางแดดเป็นไหนๆ ครับ หากแสงแดดที่เปรี้ยงลงมายังโลกมันทำให้หัวใจคนเราร้อนรุ่ม ใต้สะพานช่วยให้อารมณ์เย็นตามระดับของรังสีที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาภายใน แต่ชวนให้ขนลุกได้เหมือนกันเมื่อนึกไปถึงการถล่มของสะพานใหญ่ในอภิมหาประเทศอย่างสหรัฐฯ แล้วเมืองเล็กๆ อย่างเราล่ะ จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ้างไหม สะพานในเมืองกรุงของเรามันมีน้อยเสียเมื่อไหร่ การสั่นไหวของสะพานเกิดขึ้นเสมอเมื่อรถติดบนสะพาน โดยเฉพาะสะพานแขวนแห่งแรก สะพานพระราม 9 แห่งนั้น ที่เป็นเส้นทางการเดินทางกลับใต้บ้านเรา มันขรุขระเหมือนถนนที่ใกล้พังเต็มที.. บรื๋อ..ไม่อยากคิดเลย

          หากการเดินทางเลยเถิดไปจนถึงยามค่ำคืน ถือว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าสุดๆ ครับ เพราะว่าเราได้ผ่านการเดินทางที่มีสองบรรยากาศในคราวเดียวกัน ทั้งกลางวันและกลางคืน การเดินทางอันยาวนานถือเป็นกำไรหรือขาดทุนกันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ แต่หากสามารถทำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆ จากการเดินทางนั้น ก็น่าจะถือเป็นกำไรได้.. กำไรจากการเดินทางคือ เรื่องราวที่ได้รับรู้จากการเดินทาง

          เมื่อความมืดเข้ามาเยือนเส้นทางของการเดินทาง ทำให้เรารู้ว่าเพื่อนร่วมทางตอนกลางวันและยามค่ำคืน มีปริมาณที่ต่างกัน เราอาจรู้สึกเหงาๆ กับความมืดที่เข้าเยือน แต่ก็ยังเพื่อนร่วมเหงาอยู่เสมอ ความร้อนรนจากแสงแดดเหมือนตอนกลางวันลดน้อยลง ผมมีโอกาสหรี่แอร์ลงบ้าง เหมือนจะเป็นการประหยัดพลังงาน แต่แท้ที่จริงร่างกายต่างหากที่ไม่สามารถยอมรับความหนาวเหน็บนั้นได้ พลังงานได้ถูกประหยัดไปอย่างแอบแฝง.. มองออกไปข้างนอกสิ เพื่อนร่วมทางยังอยู่เสมอ

          ปลายของลูกศรไฟแดง มันชี้ตรงไปข้างหน้า และชี้ไปทางขวา ที่ให้เราตัดสินใจว่าจะไปตรงไปหรือจะไปขวา เป็นกติกาบนถนนที่มนุษย์ได้คิดค้นขึ้นมา มนุษย์นี่ช่างคิดเสียจริงๆ.. ทำไมต้องเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว ผมอยากรู้จักคนๆ แรกที่คิดจังเลย จะได้ถามถึงแนวความคิดของการนำทั้งสามสีดังกล่าวมาใช้.. เป็นสีอื่นได้มั้ย

          ดวงไฟสีแดงคือการบอกให้รู้ว่า ยังไม่สามารถผ่านไปได้ แล้วการเดินทางแห่งชีวิตล่ะ อะไรคือดวงไฟดวงนั้นที่จะคอยเตือนว่า ชีวิตจงหยุดรออยู่ตรงนี้ก่อน.. และมันควรเป็นสีอะไร

          การเดินทางในครั้งนี้มันช่างได้คิดอะไรได้หลายๆ อย่าง เหมือนกับการเดินทางทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เรื่องราวจากสองข้างทาง ช่างมีคุณค่าเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง.. หากเราเดินทาง

          และหากดวงไฟสีเขียวคือการบอกให้รู้ว่า การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทุกๆ วันแสงสีเขียวมันได้เกิดขึ้นเสมอจนอยากให้มันส่องอยู่ในใจตลอดเวลา และสิ่งที่ทำให้ความอบอุ่นเกิดขึ้นเสมอนั่นคือ ผมมีเพื่อนร่วมทางอยู่ในตลอดเส้นทาง.. ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่น่ารักของผม

ขอขอบพระคุณ
เพลง : Remember
จาก : ภาพยนตร์เรื่อง Troy


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 112
mookie วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
::: โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ชีวิตหมุนรอบดวงใจ ร้อนเย็นเปลี่ยนน้ำเป็นไฟ หัวใจเรานี่แหละกระทำ ::: มาชารี...

เอ....

อันนี้พลาดไป ยังไม่เคยอ่าน....

แต่หลากหลายเรื่องราวจังเรยยย....

A Beautiful Mind หนูก๊ะชอบ....

ความคิดเห็นที่ 111
kaypuccino วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 21.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!

ก๊อก ก๊อก ก๊อก


หวัดดียามค่ำ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 110
พันธกานท์ วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/panthakant

ตามมาแลหลวงไปเที่ยว........
วันหลังชวนมั่งต่ะ
ความคิดเห็นที่ 109
พราวนภา วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

คุณฅนผ่านทาง..
ยุ้ยเคยถูกสอนให้คิดเลขด้วยวิธีนี้มาหลายปีแล้วค่ะ..
ดีใจจังที่คุณใช้วิธีนี้เหมือนกัน...
ความคิดเห็นที่ 108
ผู้หมวดจอมยุ่ง วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 19.38 น.
http://www.oknation.net/blog/happykanny
   Life is a road that i wanna keep going  

เป็นนักเดินทางจริงๆ ค่ะ ขับรถระวังๆ ด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 107
หนึ่งจัง วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 16.48 น.
http://www.oknation.net/blog/amada111

ความคิดเห็นที่ 106
sat11 วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
“You may fool all the people some of the time, you can even fool some of the people all of the time, but you cannot fool all of the people all the time.”

ยังเดินทางอยู่เหรอ

งั้นเดินบ้างเรา
ความคิดเห็นที่ 105
นายขี้เมา วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 14.23 น.
http://www.oknation.net/blog/tham
รักกันไว้นะคนไทย "นายขี้เมา"

วันนี้เป็นไงบ้าง เดินผ่านพบทางใด วานบอกเล่า...
ความคิดเห็นที่ 104
davidgypsy วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/davidgypsy
Thanks My Friends,Thanks My Sunshine.

ทักทายยามบ่ายครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 103
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม


ขอบคุณคับลุงฉุย

แม่บอกว่าลุงจะมาด้วย
ปั้นรอจนดึกแน่ะคับ
เนี่ยยังลุกไม่ไหวเลย อิอิ
ความคิดเห็นที่ 102
coolwater วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 09.21 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

ฅนผ่านทาง วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 21.43 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
เรื่องราวระหว่างทางของ ฅ น ผ่ า น ท า ง

ความล้มเหลวแห่งวิถีดั้งเดิม สื่อได้ถึงความล้มเหลวแห่งแผนพัฒนาฯ ทุกๆ แผนที่เคยมีมา เป็นบทเรียนราคาแพงแห่ง "ตนเอง" ในการคัดเลือกผู้วางนโยบาย และความจริงใจของผู้มีอำนาจ
----------------------------------
.. ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นรวมทั้ง 3 ตอนนะครับครูน้ำแห่งลุ่มน้ำบางปะกง
//////////////////////////////////////////////////////////
ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยือนและวิจารณ์ได้โดนใจจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 101
ชุติภัทร์ วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 08.21 น.
http://www.oknation.net/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

คนรักกันเดินจูงมือกัน เขากลัวพลัดหลงกันต่างหากพี่แป๊ะ เดี๋ยวจะหากันไม่เจอ
ความคิดเห็นที่ 100
ผู้หญิงคนหนึ่ง วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 06.28 น.
http://www.oknation.net/blog/sthnc
อาจไร้สาระ แต่มาจากใจ ไม่คาดหวังสิ่งใด เพียงระบายเพื่อคลายเหงา

อรุณสวัสดิ์ค่ะ

ไม่เมานะคะ
ความคิดเห็นที่ 99
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 00.14 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

"ถนนยังมีวันสุด แต่ขอกำลังใจไม่มีวันหยุด"

เป็นคำให้กำลังใจ ที่ดูเปร่งๆจากนักข่าวชอบทำตัวป่วนๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 98
กิต วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 23.01 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

คับ
แวะมาสวัสดี คนผ่านทาง
เดินทางอย่างมีความสุข นะครับ
ความคิดเห็นที่ 97
แม่สีไฟ วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


เพิ่งกลับจากเดินทางเหรอคะ

เพลงบ้านนี้เพราะดี
แปลก ๆ

ขอบคุณที่ไปฟังเพลง เป้ สีน้ำ เป็นเพื่อนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 96
ผู้หญิงร้อยความฝัน วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 21.38 น.
http://www.oknation.net/blog/Paraneelovely
เพียงแค่.....สายลมพัดผ่าน

สวัสดี ยามคํ่าคืน ค่ะ .....
ขอบคุณ ที่ไปเยือนเสมอมา :A4
ความคิดเห็นที่ 95
aihu วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/aihu
การไม่ก้าวเดิน..ย่อมไม่ถึงซึ่งความหมาย

มีความสุขกับการเดินทางค่ะ
ความคิดเห็นที่ 94
ผู้หญิงคนหนึ่ง วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/sthnc
อาจไร้สาระ แต่มาจากใจ ไม่คาดหวังสิ่งใด เพียงระบายเพื่อคลายเหงา

เมาไม่กลับ ไม่ดีกว่าเหรอคะ
ความคิดเห็นที่ 93
thesnake วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/snake

คืนนี้ไปไหนอ่ะนายหัว..
ความคิดเห็นที่ 92
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/cottonhut
ระบบอุปถัมภ์และพฤติกรรมสอพลอ  คือจุดเกิดก่อแห่งภาวะเสื่อมทรามของทุกสังคม

ขอร่วมเดินทางไปด้วยคนครับ นายหัว
ความคิดเห็นที่ 91
มะอึก วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 18.52 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

แป๊ะ....เมายัง?
ความคิดเห็นที่ 90
noina_za วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/noinaza
>> วาจาคำหนึ่งมี 36 เหลี่ยม >> ทุกเหลี่ยมสามารถทิ่มแทงใจได้ >>...สุภาษิตจีน...<<

สวัสดีค่ะ...
เป็นการเดินทางที่คุ้มค่าจริง ๆ เก็บรายะเอียดกับสิ่งรอบข้างดีกว่านั่งเซ็งรถติด...บวกไปบวกมางวดหน้ามีลุ้น...
ความคิดเห็นที่ 89
ทรายรุ้ง วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

มิตรภาพดี ๆหาได้จากการเดินทาง..ความสุขเกิดขึ้นได้หากมองในมุมดี ๆ...
เพียงแค่เรามีน้ำใจต่อกัน..
มารายตัวค่ะ.ว่ากลับมาแล้ว..ขอบคุณที่ไปเยี่ยมนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 88
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 15.02 น.
http://www.oknation.net/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...มาเยี่ยมยามบ่าย..ท่านเหอ..

ความคิดเห็นที่ 87
เจเจค่ะ วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 12.59 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

เพื่อนร่วมทาง

ให้เลขเด็ด













ความคิดเห็นที่ 86
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 12.40 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower

ฉุย ขอบใจที่แวะไปเยี่ยมนะ
วันนี้ วันหยุดที่น่าเบื่อที่สุดเลยล่ะ
ความคิดเห็นที่ 85
มะอึก วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

สวัสดีเที่ยงวันอาทิตย์ครับพี่แป๊ะ....วันนี้มะอึกต้องไปเลือกตั้ง อบต.บางแก้ว....หาเสียงกันโหดจริง ๆ ไม่น่าเชื่อ
ความคิดเห็นที่ 84
นายสิบหมื่น วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 10.38 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

'ดีสหายฉุย
มาเป็นเพื่อนร่วมทางในวันหยุด
ความคิดเห็นที่ 83
ธมลวรรณ วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 10.22 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

เดินให้เลยจากจุดหมาย..เพื่อยืดเวลาการเดินทาง
เดินทางสู่เส้นทางใหม่ๆ.เพื่อพบการเปลี่ยนแปลง
มองออกไปจากตัวเอง...เพื่อเรียนรู้เพื่อนร่วมเดินทาง...
เดินทางระหว่างเวลากลางวันและกลางคืน.เพื่อเข้าใจชีวิตที่แตกต่างของคน.
ไฟแดง ไฟเขียว..บอกเวลาของชีวิต เมื่อไรจะหยุด จะรอ หรือเดินต่อ..

ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อคิดดีๆ ของคุณคนผ่านทาง
.....ที่ผ่านชีวิตและประสบการณ์มามาก..
ความคิดเห็นที่ 82
khongpu วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 10.05 น.
http://www.oknation.net/blog/khongpu
ค้างพลู

มาอ่านข้อเขียนดีๆ ที่นี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังค่ะ
สวัสดีวันอาทิตย์ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 81