| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
พิมพ์หน้านี้
|
คงเป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากเรื่อง " แอ่วเมืองน่าน กับความทรงจำสุดท้าย.. น้องส้มและน้ำสีใสขวดนั้น " ลองคลิกดูครับเผื่อต้องการความต่อเนื่องของข้อมูล หรือถ้าเคยดูแล้วก็ผ่านไปเลยนะครับ และเพื่อเป็นการทำความตั้งใจของผมให้เสร็จสิ้นไป เพราะผมเคยตั้งใจไว้ว่าจะนำภาพถ่ายฝีมือตากล้องโทรศัพท์มือถืออย่างผมในลำน้ำว้ามาเสนอให้ได้ ก่อนที่ผมจะออกเดินทางสู่ธรรมชาติ.. สู่ความเหน็บหนาวของหุบเขา.. อีกครั้ง การเดินทางสู่จังหวัดน่านคราวนี้จริงๆ แล้วจุดประสงค์เพื่อไปร่วมงานอุปสมบทของรุ่นน้องรายหนึ่ง จะว่าไปก็เหมือนเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเอง โดยในใจของทุกคนที่ร่วมเดินทางมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการได้สัมผัสธรรมชาติของต้นลมหนาวที่กำลังมาเยือนอีกครั้งหนึ่งของปีที่เมืองน่าน จากการได้กางเต้นท์สัมผัสลมหนาวที่ดอยเสมอดาว แวะชื่นชมบรรยากาศที่ผาชู้ ผ่านไปทานมื้อเที่ยงที่ปากนาย (ท้ายเขื่อนสิริกิตต์ สามารถนำรถข้ามแพขนานยนต์ไป จ.อุตรดิตถ์ ได้) แล้วขับปีนขึ้นไปนอนค้างคืนภายใต้อุณหภูมิ 13-14 องศาบนยอดดอยภูคา มันเป็นอะไรที่ครบเครื่องที่พวกเราต้องการสำหรับทริปนี้ อยากไปทุกๆ มุมของเมืองน่าน บอกตรงๆ ว่าเมืองน่านเป็นเมืองที่เงียบสงบน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง สัดส่วนของธรรมชาติที่ยังคงเหลือ มีมากกว่าสิ่งแปลกปลอมที่มาพร้อมกับการพัฒนาเพื่อความเจริญทางด้านวัตถุอีกมากมายนัก ที่สุดท้ายในจังหวัดน่านที่อยากไปและอยากทำ คือการได้ล่องแก่งน้ำว้าสักครั้งหนึ่งในชีวิต พวกเราจึงเคลื่อนขบวนลงจากดอยภูคามุ่งสู่อุทยานแห่งชาติแม่จริม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่จริม (ชื่อเดียวกัน) จัดการติดต่อแพยางเป็นที่เรียบร้อย ก็ออกเดินทางสู่ความหวาดเสียวกันในลำน้ำว้าโดยฉับพลันทันใด "ไกลมั้ยพี่" ผมถามพี่สม คนคัดท้ายแพ "ไม่ไกลหรอก แค่ 10 กว่าโล" ดูๆ มันไม่ไกลเลยสำหรับพี่สม "โห.. 10 โลเลยเหรอ" ผมตลึงเล็กน้อยเพราะไม่เคยมาก่อน "นี่แค่บางส่วนเองนะครับ" "ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะมั้ยพี่" ผมชวนคุยไปเรื่อยๆ ในขณะที่แพก็ล่องไปเรื่อยๆ "ก็พอมีบ้าง แต่จะเยอะช่วงวันหยุดมากกว่า" "แล้วถ้าไม่ใช่ช่วงหน้าท่องเที่ยวพี่ทำอะไรกันครับ" "ก็ทำมาหากินไปเรื่อย ทำไร่ข้าวโพดบ้าง แบบนั้นไง" พี่สมชี้มือขึ้นไปบนฝั่ง ผมเงยหน้าขึ้นมองบนสองฝั่งของลำน้ำ เห็นไร่ข้าวโพดตามนั้นจริงๆ ที่ขึ้นเป็นทิวแถวสุดหูสุดตา "แล้วพื้นที่พวกนี้มีเอกสารสิทธิ์หรือเปล่าครับ" เรื่องราวเกิดขึ้นในความของผมคิดอย่างต่อเนื่อง "ไม่มีหรอก ส่วนใหญ่ก็จำกันได้ว่าเป็นของใครมั่ง" เป็นคำตอบที่มั่นใจมากของพี่สมคนคัดท้ายแพ "อ้าว.. เวลาซื้อขายกันทำไง ที่ตรงไหนเป็นของใคร มีมั่วมั้ย" "ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นของใคร คนที่ซื้อขายกันก็รู้จักกัน ไม่ค่อยมีปัญหาหรอก"
แพยางล่องไปเรื่อยๆ การพูดคุยก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เช่นกัน ผ่านช่วงตื่นเต้นบ้าง เฉยๆ บ้างคละเคล้ากันไป มีทั้งหยุดถ่ายรูป กระโดดลงไปเล่นน้ำบ้างตามอัธยาศัย และบางช่วงก็เป็นจังหวะความนิ่งสงบและความรุนแรงของลำน้ำ และเมื่อเดินทางไปเรื่อยๆ พวกเราเริ่มสังเกตุเห็นเครื่องจักรที่กำลังทำงาน ทั้งรถบรรทุกดินผสมหินที่กำลังเทดินลงมาในลำน้ำจนลำน้ำแคบลงเรื่อยๆ รถแบคโครกำลังไถเกลี่ยดินผสมหินเหล่านั้น ความสนุกสนานของนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราเริ่มเปลี่ยนไป "พี่สม.. เค้าจะถมแม่น้ำเหรอ" ผมงงกับภาพที่เห็นเพราะก่อนลงเรือยางมาก็ไม่รู้มาก่อน "อือครับ..ใช่ เค้ากำลังจะเปลี่ยนทางไหลของน้ำ เพื่อสร้างเขื่อน.. ปิดทางไหลเดิม และเปิดทางไหลใหม่" คำตอบของพี่สมเป็นคำพูดที่ทำให้ผมได้ฉุกคิด "แล้วต่อไปก็ลำน้ำว้าก็ไม่เรียกลำน้ำว้าแล้วสิเนี่ย คงกลายเป็นทะเลสาปเล็กๆ ในไม่ช้า" ผมคิดว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น "คงงั้นแหละครับ" "เขาจะสร้างเสร็จเมื่อไหร่ครับนี่" "เห็นเขาบอกว่าโครงการเสร็จภายใน 5 ปี" พี่แกตอบอย่างมั่นใจในคำที่เขาบอก "แล้วต่อไปพวกพี่จะไปทำอะไรกันต่อล่ะ" เป็นคำถามที่ผมคิดไปถึงอีก 5 ปีข้างหน้า "ก็คงไปทำไร่ทำนากันเหมือนเดิมครับ" คำตอบของพี่สมทำให้ผมไม่ถามอะไรอีกต่อไป การพัฒนาเพื่อพลังงานรุกคืบเข้ามาอีกคราหนึ่งแล้ว ความเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอีก 5 ปีข้างหน้า ผมจ้ำพายลงในลำน้ำอย่างหดหู่ พร้อมคิดอยู่ในใจว่าโชคดีที่ได้มาเยือนลำน้ำแห่งนี้ก่อนที่มันจะกลายเป็นทะเลสาปน้อยๆ อาจจะเป็นความสวยงามอีกแบบก็ได้ แต่คงไม่ใช่ลำน้ำแบบเดิมๆ อย่างแน่นอน "อีก 5 ปีหากมีโอกาสผมจะกลับมาดูอีกครั้งว่าที่นี่จะเป็นอย่างไร" ผมคิดอยู่ในใจพร้อมกับจ้ำพายลงไปในลำน้ำว้าอีกครั้ง จ้ำลงไปด้วยความอ่อนล้าโรยแรง.. วิถีแห่งชุมชนแถบนี้ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยอย่างแน่นอน การปิดทางไหลของสายน้ำเส้นเดิม ด้วยมิตรภาพ
------------------------------------------- ขอขอบพระคุณ |