| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
จุดหมาย การเดินทางครั้งนี้ของผมคงจะเหมือนๆ กับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีโอกาสไปเยือนเมืองสามหมอกอย่างแม่ฮ่องสอน นั่นคือการมุ่งหน้าสู่เมือง "ปาย" แต่ปายในความฝันของผมกับปายในความเป็นจริงมันต่างกันโดยสิ้นเชิง.. อาจเป็นเพราะผมมักเดินหน้าเข้าหาป่าหรือไม่ก็อุทยานแห่งชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ จนเมื่อครั้งนี้ที่ผมต้องเดินเข้าไปในปายจึงไม่ค่อยคุ้นชินนัก กับสภาพเมือง.. ร้านค้า.. รีสอร์ทริมแม่น้ำปาย.. ถนนคนเดิน.. และแน่นอนสถานที่กินเที่ยวยามค่ำคืนที่ไม่สามารถปฏิเสธได้สำหรับเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมโดยทั่วไป ถึงแม้ว่าทุกวันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มหายๆ ไปแล้วก็ตาม แต่ร่องรอยกลิ่นอายตะวันตกยามค่ำคืนก็ยังคงมีให้เห็นเช่นเดิม.. ที่สำคัญผมคิดว่าผมกำลังวิ่งเข้าหาหนาว แต่ปายไม่หนาวอย่างที่คิด เส้นทางการวิ่งเข้าหาความหนาวของผมเริ่มจาก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง รอยต่อเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน หนาวพอสมควร.. เช้าตรู่ผมลุกขึ้นวิ่งไปดูอุณหภูมิ อ่านได้ประมาณ 6 องศา ก็โอเคครับสำหรับความหนาวเหน็บในค่ำคืนแรก
จากห้วยน้ำดังผมมุ่งหน้าไปตามหาเส้นทางสาย "รักจัง" คือการเข้าสู่ "ปาย" นั่นเอง เมืองเล็กที่มีผู้คนค่อนข้างหนาแน่นพอสมควร เหมือนอย่างที่ผมได้เกริ่นนำไปแล้วครับ ถึงแม้ว่าปายจะเป็นเมือนในความใฝ่ฝันของใครหลายคน แต่สำหรับโอกาสหน้าของผมแล้ว ผมขอเดินทางผ่านเฉยๆ ครับ อาจแวะกินกาแฟสักถ้วยหนึ่งก็พอ "ตั้งแต่มีหนังเรื่องรักจัง นักท่องเที่ยวแห่กันมาเพียบเลย" พ่อค้าคนหนึ่งเปรยให้ผมฟัง "ก็ดีนี่ครับ" "นักท่องเที่ยวบ้านเราเข้ามา นักท่องเที่ยวต่างชาติหายหมดเลย" "อ้าว.. ทำไมล่ะครับ" "พวกฝรั่งเขาจะชอบอะไรที่ดิบๆ เงียบสงบๆ ตอนนี้เลยหายๆ ไป" ดูท่าพี่แกจะเสียดายฝรั่ง ทำให้ผมรู้สึกสับสนกลายๆ กับความหมายที่ไร้คำอธิบาย แต่ก็พอจะเดาได้ครับว่าพี่เขากำลังพูดถึง "อำนาจในการจับจ่าย" ระหว่างนักท่องเที่ยวหัวดำและหัวแดงนั่นเอง สะดุดตาเข้าอย่างจังกับหลักกิโลเมตรที่ระบุว่า "หาดใหญ่1500Km-เนเธอร์แลนด์9300Km" ที่อยู่ภายในร้าน "ติ๊งต๊อง" ในปาย ของฮิ๊ปปี้หนุ่มใหญ่นามว่า "พี่ตู่" แต่เมื่อเห็นภรรยาสุดสวยของพี่แก ก็เลยถึงบางอ้อว่า มันเป็นที่มาแห่งความรักระหว่างไอ้หนุ่มฮิ๊ปปี้แห่งเมืองหาดใหญ่ ที่มาพบรักกับสาวเนเธอร์แลนด์ ที่เมืองปายแห่งนี้นี่เอง และก็เปิดเป็นกิจการร้านเล็กๆ เพื่อทำมาหากิน และเตรียมความพร้อมไว้ให้กับพยานรักที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีก 2 เดือนข้างหน้า หากใครมีโอกาสก็ลองแวะเวียนไปดูนะครับ กับบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง เพลงเพราะๆ ชื่อว่าร้าน "ติ๊งต๊อง"
"ปางตอง (ปางอุ๋ง 2)" หรือที่ใครๆ เขาขนานนามกันว่า "สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย" ที่นี่หนาวพอสมควรเช่นกันครับ บรรยากาศดีมาก เสียนิดเดียวผู้คนเข้ามากางเต้นท์กันเยอะไปหน่อย และการจำกัดจำนวนรถยนต์ต่อวันเพียงแค่ 80 คันเท่านั้น แต่ก็ค้างที่นี่ซะ 2 คืน เพราะเนื่องมาจากวันแห่งการเดินทางของพวกเราเริ่มเหลือเมื่อเทียบกับจำนวนสถานที่ที่เราจะไปกัน.. อ้อ.. ที่นี่ผมมี "แม่คะนิ้ง" มาให้ชมกันด้วยครับ.. แต่เป็น "แม่คะนิ้งหลอด..!!"
ออกจากสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ก็เข้าสู่เมืองแม่ฮ่องสอน และเลยลงไปทางอ.ขุนยวม แล้วเลาะเข้าทาง "ปางอุ๋ง" ในเขตอ.แม่แจ่ม ของเชียงใหม่.. ค่อนข้าง.. งง เหมือนกันครับกับคำว่า "ปางอุ๋ง" แต่สำหรับปางอุ๋งที่นี้ถูกใจผมมาก เนื่องจากมันเงียบสงบมากๆ เพราะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้าไป จะมีก็แต่คนที่สับสนกับคำว่าปางอุ๋งที่พลัดหลงเข้าไป แต่ก็ดีครับถือเป็นผลพลอยได้จากความสับสนของชื่อปางอุ๋ง ก็เลยถือโอกาสนอนกอดความหนาว 6 องศาของที่นี่ซะคืนหนึ่ง ก่อนที่เช้าวันถัดมาเราจะค่อยๆ ไต่ระดับน้ำทะเลข้ามจุดสูงสุดของประเทศไทย (ดอยอินทนนท์) จากทางด้านอ.แม่แจ่ม และลงไปนอนค้างคืนสุดท้ายของทริป ณ ดอยชัวร์ญ่า สถานที่กางเต้นท์เอกชนที่มองเห็นต้ำตกสิริภูมิไหลลงจากเทือกเขา ได้ยินเสียงของน้ำตกตลอดทั้งคืน..
และที่นี่ผมมีโอกาสเจอบล็อกเกอร์ "เด็กดอย" (http://www.oknation.net/blog/eapoe) ที่อุตส่าห์ฝ่าความหนาวขึ้นไปพูดคุยและทานอาหารมื้อเย็นด้วยกัน.. อาหารจากฝีมือพ่อครัวแม่ครัวกลางป่าอย่างพวกเรา.. ยินดีที่ได้รับรู้จักครับเด็กดอย
และเมื่ออาทิตย์อัสดงผมก็เดินทางกลับ หากรูปยังไม่จุใจเรียนเชิญคลิกที่นี่ครับผม และขอเชิญชวนเพื่อนชาวโอเคเนชั่นทุกท่านร่วมกิจกรรมด้วยกันครับ
ขอขอบพระคุณ |