| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
"ร้อนน่ะ..แล้วจาวิ่งเข้าหาร้อนป่าว" ผมนั่งอ่านคอมเม้นท์ที่ 127 ของเรื่องที่แล้วของผม (เมื่อหนาวมาเยือน..ต้องวิ่งเข้าหาหนาวแล้วจะหายหนาว-ตอนจบ) ซึ่งคอมเม้นท์โดย Mylife ก็อดไม่ได้ที่จะนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ไม่ได้ขำอะไรหรอกครับ แต่ยิ้มให้กับตัวเอง เพราะในขณะที่นั่งอ่านอยู่นั้นอากาศทำไมมันถึงได้ร้อนตับแตกอย่างนี้ และผมไม่แน่ใจว่ามันใช่หน้าหนาวหรือเปล่า ก็เพราะผมเพิ่งจะเขียนเรื่องหนาวไปเมื่อเอนทรี่ก่อนนี่เอง.. หรือว่าเรื่องนั้นที่ผมเขียนมันนานมาแล้ว นานจนผ่านเลยมาจนถึงหน้าร้อนแล้ว ผมเหลือบมองปฏิทินที่วางอยู่ใกล้ๆ มันก็ยังวันที่ 21 ธันวาคม 2550 อยู่นี่หว่า อีกไม่กี่วันก็จะถึงปีใหม่แล้ว.. แต่ทำไมอากาศถึงได้ร้อนอย่างนี้นะ "เฮ้อออ.." ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ร้อนๆ อย่างนี้สำหรับผมแล้วมักจะนึกถึงทะเล การที่ได้นอนให้คลื่นชายฝั่งมันซัดถือเป็นอะไรที่มีความสุขไม่น้อนทีเดียว แต่ความชอบของแต่ละคนก็คงต่างกันนะครับ บางคนก็ชอบแก้ร้อนโดยการไปเที่ยวน้ำตกมากกว่า แต่สำหรับผมแล้วหากร้อนๆ ต้องทะเลเท่านั้น ทะเลมันให้ความรู้สึกหลายอย่างในตัวมันเอง ทั้งอ้างว้างโดดเดี่ยว มีทั้งความสวยและความน่ากลัว ทะเลมีหาดสวยๆ มีทรายละเอียด มีคลื่นซัดสาดอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันใดที่มันหยุดเลยซักวันเดียว ไม่เหมือนคนเราที่ทำงานต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดประจำปี แต่ทะเลมันทำงานของมันตลอดเวลา
ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่ริมทะเล เราคุยกัน จึงได้รู้ว่าเธอกำลังหนีบางสิ่งบางอย่างมา.. หนีมานั่งที่ริมทะเล เสียงที่สั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ทำให้ผมรู้ทันทีว่าเรื่องราวของเธอต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ เธอเปรียบเทียบให้ผมฟังว่าความทุกข์ของเธอเป็นเหมือนคลื่น ชีวิตของเธอเป็นดั่งหาดทราย ผมได้แต่นั่งฟังเพราะไม่ค่อยเข้าใจ เธอจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า "หาดทรายน่ะ เวลาเราเหยียบก็เป็นรอยเท้า แต่เวลาคลื่นซัดมาทีเดียวก็หายไปทันที มันก็เหมือนความสุขชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อมีคลื่นลมที่เปรียบเสมือนเรื่องเลวร้ายที่คอยซัดเข้ามาตลอดเวลา มันเหมือนความทุกข์ที่มาคอยเกาะกินอยู่ในหัวใจ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนบนชายหาดก็มีแต่ความทุกข์เต็มไปหมดเลย" เธอร่ายยาวเพื่อพยายามให้ผมเข้าใจ แต่ผมก็ยังงงอยู่ดี เธอบอกว่าเวลาเธอนอนหลับ ยังนอนฝันร้ายเลย "สงสัยจะไม่ได้สวดมนต์ก่อนนอน" ผมคิดอยู่ในใจ "ทำไมนะ ความรักเพียงครั้งเดียว ทำให้ชีวิตต้องจมอยู่ในห้วงทุกข์ ทำให้อนาคตและชีวิตไม่ดีเลยซักนิด" "ทำใจน่ะคุณ แล้วคุณจะสบายใจ น้ำตาบางทีก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก มันกลับทำให้หน้าคุณแก่ลงไปเกือบ 10 ปีเลยทีเดียว" ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อย "ก็อยู่ๆ มันก็ออกมาเองนี่" "คุณไม่ลองเปรียบคลื่นเป็นเหมือนสิ่งที่จะมาชะล้างจิตใจบ้างเหรอ ลองคิดสิ.. หากคุณเจอเรื่องร้ายๆ มา และมีอะไรสักอย่างที่จะคอยทำให้ชีวิตจิตใจของคุณราบเรียบอยู่เสมอ ซึ่งหากชีวิตของคุณเป็นชายหาดที่โดนเหยียบย่ำจนเป็นร่องรอยอัปลักษณ์ ผมว่าก็คงมีคลื่นนี่แหละที่จะคอยชะล้างจิตใจให้กับคุณ" ความรักมักเปลี่ยนอะไรได้หลายๆ อย่าง เปลี่ยนความหดหู่ให้กลายเป็นความสดใสขึ้นได้ และตรงกันข้ามก็เปลี่ยนชีวิตและอนาคตไปในทางลบได้เหมือนกัน ผมเชื่อว่าในเสี้ยวชีวิตของคนเราจะต้องพบกับความความสุขบ้าง ก้าวเดินใหม่ด้วยใจลำพอง ด้วยมาดสุขุมไม่วอกแวก ทำชีวิตให้มันสดชื่นเข้าไว้แค่นั้นแหละ.. ต่อให้เป็นทะเลหรือมหาสมุทรที่กว้างใหญ่แค่ไหน.. ก็คงไม่น่ากลัว
และแล้วผมก็ไปได้เรื่อยเปื่อย เพียงแค่จะบอกว่าตอนนี้อากาศมันร้อนมากจริงๆ อยากจะนอนริมหาดให้คลื่นมันซัดเล่นแค่นั้นเอง ขอเชิญชวนเพื่อนชาวโอเคเนชั่นทุกท่านร่วมกิจกรรมด้วยกันครับ
ขอขอบพระคุณ |