| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
"..@%$&^......!!" เสียงสัญญาณเตือน Msg.เข้า จากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตอนเช้าตรู่ในขณะที่ผมกำลังมีความสุขอยู่กับนิทรารมณ์ เอื้อมมือไปคว้ามาเปิดดู จึงเห็นเป็นภาพถนนที่เต็มไปด้วยหมอกที่ส่งมาจากเพื่อนรักของผมนั่นเอง "หมอกเมือง" ข้อความสั้นๆ เป็นชื่อของ Msg. ที่เพื่อนส่งมา ทำให้ผมลุกจากที่นอนเพื่อพาตัวเองออกไปสู่ถนน มันน่าแปลกจริงๆ เพราะตั้งแต่รู้จักท่องเที่ยวมายังไม่เคยเจอหมอกแบบนี้มาก่อน "นักล่าหมอก" อย่างผม แต่ละครั้งที่ออกล่ามักเจอแต่ทะเลหมอกที่ไม่มีคลื่นหมอก แต่ที่กรุงเทพมหานครตอนนี้กลับขาวโพลนไปด้วยหมอกทั้งที่ผมไม่ได้ออกล่ามันแต่อย่างใด.. "อืมม.. หรือเจ้าหมอกมันจะกลับเป็นฝ่ายมาล่าผม"
ก่อนอื่นผมขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ 2551 กับเพื่อนชาวบล็อกโอเคเนชั่นอย่างเป็นทางการนะครับ หลังจากที่ผ่านมาผมวิ่งเข้าๆ ออกๆ ไม่เป็นเวล่ำเวลาเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรก็ตามหวังว่าคงยังไม่สายจนเกินไปที่จะสวัสดีปีใหม่ ยังไงเสียปี 2551 จะยังไม่หนีหายไปไหนง่ายๆ มันคงยังอยู่กับเราไปอีก 11 เดือนกว่าแน่ะ.. แต่อย่าเผลอเด็ดขาดนะ เพราะเผลอเมื่อไหร่ก็เป็นอันสิ้นปีทุกที ผมดีใจมากที่ได้เห็นหมอกแบบจังๆ รอบๆ ตัว.. ผมโอบกอดมันไว้อย่างมีความสุขเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่
จริงๆ เอนทรี่นี้ผมจะเขียนเรื่อง "หมอกดอย ปะทะ หมอกเมือง" ซึ่งเป็นเรื่องราวการฟาดฟันระหว่างหมอกทั้งสองครับ ฝ่ายหนึ่งคือ "หมอกดอย" ภาพหมอกที่ผมได้มาจากการไปเยือนดอยอินทนนท์เมื่อตอนปีใหม่ที่ผ่านมา และนำมาผนวกเข้ากันกับอีกฝ่ายหนึ่งคือ "หมอกเมือง" ที่อบอวลอยู่เต็มเมืองหลวงหรือบางทีมันอาจอบอวลจนถึงจิตใจของเราๆ ไปแล้วก็ได้ ซึ่งฉากสุดท้ายของเรื่องคือ เลือดท่วมจอครับ (โห..!! น่ากลัวจัง อะไรจะไขนหนาด) แต่ความอยากที่จะพูดคุยและสวัสดีปีใหม่กับท่านมีมากกว่า เอาเป็นว่าอ่านไปด้วย ดูหมอกไปด้วย คงแปลกไปอีกแบบนะครับ.. อ้อ!!.. ผมนำเอาเพลงที่เค้าพูดถึง "ความรักใต้ต้นพร้าวริมทะเล" ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับหมอกมาให้ท่านฟัง เพื่อให้บรรยากาศแปลกมากขึ้นกว่าเดิมครับ.. ลองแบบแปลกๆ ซะบ้างจะเป็นไรไป
กับเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผมได้เข้ามายังที่แห่งนี้ ขอบบอกตรงๆ ว่าตอนนั้นไม่รู้อะไรเลยจริงๆ แต่บอกกับตัวเองว่าอยากรู้ในสิ่งที่อยากรู้แค่นั้นเอง กับคำว่าบล็อกเป็นคำใหม่สำหรับผม แต่สปอร์ตโฆษณาจากน้ำเสียงของคุณกิตติพัฒน์แห่งสถานีข่าวเนชั่นชาแนล 24 ชั่วโมง กรอกเข้าสู่หูของผมทุกวัน จนในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว.. เอา.. ลองดูสักตั้งวะ
ลองผิดลองถูก ลองถามทั้งที่ได้คำตอบบ้าง ไม่ได้คำตอบบ้าง จากเพื่อนชาวโอเคเนชั่น และการได้ค้นพบอะไรอีกหลายอย่างด้วยตัวเอง รวมไปถึงได้เจอะเจอมิตรภาพทั้งจากแค่ในบล็อกและตัวตนเป็นๆ ได้เห็นความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ ที่หลากหลายพอสมควรทีเดียว จนถึงวันนี้ขึ้นศักราชใหม่แล้ว ผมจึงคิดว่าจะ "เปลี่ยนหน้าตาของบล็อก" ลองดู มันก็เลยออกมาเป็นหน้าตาอย่างที่ท่านเห็นตอนนี้นั่นหละครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือรูปที่ยัง "เดินหันหลัง" เหมือนเดิม แม้จะมีเพื่อนๆ บางคนเข้ามาทักทายด้วยเม้นท์ที่ผมอ่านแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข "ปีใหม่แล้ว หวังว่าเราจะหันหน้ามาคุยกันนะ" "เข้ามากี่รอบก็เห็นแต่ด้านหลัง" "ปีนี้ยืนหันหลังตลอดปี...ปีหน้าหวังว่าคงจะยืนหันหน้านะคะ...อิอิ" "ปีหน้า หวังว่าท่านคงจะได้หันหน้ามาบ้าง ...." "สวัสดีปีใหม่ครับพี่ฉุย... พี่..พี่ หันหน้ามาคุยกับผมซิครับ.. พี่โกรธอะไรครับ ปีหน้าเราจะหันหน้าหากันหรือเปล่าครับ..." "ขอให้สุขกับเบื้องหลัง..อุ๊ปส์..กับการหันหลัง.. มีสุขภาพกาย+ใจแข็งแรงจนไปได้ทั่วโลกครับ.." "ปีใหม่ขอให้คุณมีความสุขมากกว่าปีเก่าค่ะ.. ว่าแต่เบื่อข้างหลังคุณแล้วค่ะ" "จะปีใหม่แล้ว หันหน้ามาเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ยลกันหน่อยนะ..."
สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับทุกท่านเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อคุณมองเห็นเบื้องหลังฉัน Back is Front
กับการเขียนและโพสท์เอนทรี่ในปีที่ผ่านมา ด้วยความที่ผมไม่ค่อยอยู่นิ่งเป็นที่เป็นทางเท่าไหร่ ก็เลยออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ อาทิตย์นึงโพทส์ที แต่บางทีก็หายเป็น 2 อาทิตย์หรือไม่ก็เป็นเดือนก็ยังเคย ในปีนี้ผมจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นโดยการทำเช่นนั้นอีกต่อไป..(ฮาๆๆ ..ฮิ้ววว) อย่างไรก็ตาม ถึงจะนานๆ อัพที แต่สิ่งที่ออกมานั้นมันถูกกลั่นออกมาจาก้นบึ้งของจิตวิญญาณผม (โห.. เว่อร์ซะ) และสิ่งที่อยากจะบอกไว้อีกอย่างคือ "ผมไม่ใช่กวี"
เรื่องราวในปีที่ผ่านมาที่ผมคิดว่า "ผมเขียนและผมชอบของผมเอง" หากมีเวลาก็ลองขุดขึ้นมาอ่านดูนะครับ -ทะเลน้อย - พื้นที่ชุ่มน้ำโลกแห่งแรกของไทย- -คำสั่งเสียของแม่- -กลับคืนสู่บ้าน- -1 การเดินทางกับ 3 ความรู้สึก- -อย่าเครียดนะคะ.. พวกเรายังอยู่กันได้.. อ้อ!!.. แต่กำลังใจก็สำคัญค่ะ- -เพื่อนร่วมทาง- -เหล้าเหลือที่โยนไว้ท้ายรถ- -แอ่วเมืองน่าน กับความทรงจำสุดท้าย.. น้องส้มและน้ำสีใสขวดนั้น- -ลำน้ำว้า.. สายน้ำที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง- -เดินออกจากความสุขและความทุกข์ในเวลาเดียวกัน- -เมื่อหนาวมาเยือน.. ต้องวิ่งเข้าหาหนาวแล้วจะหายหนาว !! (ตอนจบ)-
ขอบอกอีกครั้งครับว่า "ไม่ใช่กวี.. เป็นเพียงชีวิต เรื่องราว และการเดินทางแบบหนำใจ" และในปีนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเหมือนเดิม และหากท่านเข้ามาแล้วก็อย่าลืมทิ้งรอยเท้า รอยยิ้ม รอยหัวเราะ รอยร้องไห้ ฯลฯ ไว้นะครับ เมื่อว่างเว้นจากหน้าที่การงานแล้วผมจะไปหา ขอบคุณทุกท่านสำหรับทุกความรู้สึกที่มีให้กัน ไม่เฉพาะความรู้สึกที่ดีเท่านั้น แต่ทุกความรู้สึกมันทำให้ผมได้รู้ว่าผมยังมีมิติมาตรฐานแห่งการได้เกิดมาเป็น "มนุษย์!!" "มนุษย์!!.. ที่ได้ถูกรวมทุกสิ่งทุกอย่างหลากหลายไว้ในตัวมันเอง"
ขอขอบคุณ ปล. บทเพลงระหว่างทางของฅนผ่านทางยังเปิดดำเนินการตามปกติครับ
- |