• ฅนผ่านทาง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-18
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 41205
  • จำนวนผู้โหวต : 407
  • ส่ง msg :
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



more
วันอังคาร ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551
ถ่ายเท เพิ่มเติม สู่ปลายทาง
Posted by ฅนผ่านทาง , ผู้อ่าน : 612 , 06:15:17 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกเพ้อเจ้อและเพี้ยน  
พิมพ์หน้านี้


          ผมนั่งมองออกนอกหน้าต่างในขณะที่รถไฟเข้าเทียบชานชลา พ่อค้าแม่ขายประมาณกว่าสิบคนก็กระจายแยกย้ายไปตามโบกี้ คงมีการนัดแนะกันก่อนล่วงหน้า แล้วก็เดินกันขวักไขว่สวนกันไปมา ปากก็ร้องป่าวบอกขายสินค้าที่ตัวเองขาย ฟังรู้เรื่องเรื่องบ้างไม่รู้เรื่องเรื่องบ้าง ผมเห็นพ่อค้าหนุ่มคนหนึ่งมัวแต่เดินแหงนหน้ามองขึ้นมาบนขบวนรถ ขาที่ก้าวเดินก็เลยโดนเจ้าหมาที่วิ่งหันซ้ายหันขวาตัวหนึ่ง แล้วเท้าของพ่อค้าหนุ่มก็เตะเข้าอีกทีหนึ่งเหมือนเป็นการทำโทษ

         "ไอ้เควี่ย .. ขวางอยู่ได้ กูจะขายของ"

          เจ้าหมาร้องเอ๋ง แล้ววิ่งหนีไปอีกทาง มันคงเป็นหมาประจำสถานีแห่งนี้เป็นแน่ เพราะสังเกตุแล้วไม่เห็นเพื่อนหมาตัวอื่นอีกในบริเวณที่สายตาผมจะกวาดถึง สถานีรถไฟเล็กๆ แห่งนี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านเหมือนสถานีในตัวเมืองใหญ่ๆ ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวจากการมาถึงของขบวนรถเกิดขึ้นได้ไม่กี่นาทีก็กลับคืนสู่ความสงบดังเดิมเมื่อผู้โดยสารขึ้นและลงเรียบร้อยแล้ว ตามด้วยเสียงหวูดที่ดังขึ้นพร้อมๆ กับธงเขียวที่ถูกโบกสะบัดขึ้น-ลงจากเจ้าหน้าที่.. การเคลื่อนตัวเริ่มขึ้นอีกครั้ง

          ผมโดยสารมากับรถไฟขบวนนี้อย่างเงียบเหงาจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 4 โมงเย็น ตอนนี้ใกล้ค่ำเต็มที กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางตามตารางเวลาแล้วก็คงจะประมาณ 8 โมงเช้าของพรุ่งนี้ คงเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ต้องนั่งฟังเสียงล้อบดกับรางไปอีกกว่า 13 ชั่วโมง เสียงของมันเหมือนเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดและไม่มีการหยุดจนกว่าจะถึงสถานีข้างหน้า หรือจนกว่าผมจะก้าวเท้าลงไปเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เหมือนชีวิตที่ต้องผ่านเรื่องราวร้อยแปด ทั้งดีทั้งร้าย จนกว่าชีวิตจะถึงจุดหมายของมัน รางรถไฟที่ถูกบดนานเข้าก็เกิดเงาประกายยามต้องแสงแดด ชีวิตที่ผ่านการใช้มาแล้วอย่างโชกโชนก็น่าจะมีประกาย.. ประกายแห่งประสบการณ์

          ท้องฟ้าเริ่มแดงยามดวงตะวันใกล้ตกดิน นกกาบินกลับรวงรัง ภาพแบบนี้มันทำให้ผมเหงาเสมอ ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียวหรือหลายคน ผมชอบนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ มองออกไปจนภาพภายนอกนั้นกลายเป็นสีดำสนิท จึงจะหันกลับมาแล้วหลับตาเพื่อซึมซับภาพนั้นไว้ให้นานที่สุด นกกาบินกลับรวงรังแต่ชีวิตคนกำลังเดินทาง ดูเหมือนกำลังฝืนธรรมชาติ.. ในขณะที่วงจรแห่งชีวิตกำลังเข้าสู่ห้วงเวลาของการพักผ่อน จนบางทีรู้สึกสับสนในความรู้สึกของตัวเอง เพราะยังไม่สามารถค้นหาคำตอบได้ว่าวงจรที่ว่านั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนกำหนด เราจะสามารถกำหนดขึ้นใหม่ได้หรือไม่ แล้วจะผิดมากมั้ยถ้าจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

          รถไฟวิ่งไป จอดเมื่อเจอสถานีที่ต้องจอด ผู้คนโดนถ่ายเทและเพิ่มเติมอยู่ตลอดเส้นทาง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามามากหน้าหลายตา รอเพื่อขึ้น ขึ้นมาแล้วเพื่อลง วนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนใหญ่แล้วจะแปลกหน้าแปลกตาไม่เคยเห็นกันมาก่อน จะมีบ้างที่ผมเจอเพื่อนร่วมทางหน้าเดิมซึ่งถือว่าบังเอิญเป็นอย่างยิ่ง มีอยู่คนหนึ่งที่เจอเกือบทุกๆ ครั้ง ชายร่างอ้วนเนื้อตัวมอมแมม ในมือถือขันพลาสติก เดินขากะเผลกอย่างเชื่องช้า ส่งเสียงที่ฟังดูแล้วคล้ายเสียงพูดติดอ่าง แต่ดังมาก

         "ขะขะขอตะตะตังค์หนะหน่อยค๊าบ.."

         "ผะผะผมทำงานมะมะดะด้ายค๊าบ..."

          สองประโยคหลักที่ผมได้ยินเสมอเมื่อเขาขึ้นมาบนขบวนรถ แต่การทำงานไม่ได้ของเขาผมรู้สึกขัดแย้ง เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ผมคิดว่านั่นแหละคืองานที่เขากำลังทำอยู่ ถ้าไม่ทำงานเขาคงไม่มีรายได้เข้ามาแน่นอน.. ทำงานตามศักยภาพของตัวเอง คำพูดของเขาเปรียบไปแล้วมันเหมือนกับคำโฆษณาสินค้า เขากำลังบอกเล่าถึงคุณสมบัติของสินค้าว่า สินค้าตัวนี้มีคุณสมบัติคือทำงานไม่ได้ แต่.. ได้เงิน เป็นหลักการตลาดขั้นสูงทีเดียว แถมเป็นสินค้าตัวเดียวในตลาด ไม่ต้องใช้สินค้าประกอบ และไม่มีสินค้าทดแทนอีกต่างหาก

         "ที่นี่สถานีรถไฟ... ท่านที่จะเดินทางไป.. กรุณาตรวจดูสิ่งของสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย การรถไฟแห่งประเทศไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ สวัสดีค่ะ"

          คำคุ้นเคยที่ได้ยินทุกครั้งเมื่อรถจอดเทียบชานชลา และเป็นประโยคเดียวกันเกือบทุกสถานี กลายเป็นสัญลักษณ์ที่เมื่อได้ยินเสียงแบบนี้เมื่อไหร่ บรรยากาศเรื่องราวต่างๆ แห่งรถไฟก็จะถูกรื้อขึ้นมาจากความทรงจำได้เสมอ ความคุ้นเคยในชีวิตประจำวันคนเราก็เช่นเดียวกัน อะไรที่เจออยู่ทุกวันย่อมรู้สึกผูกพันกับสิ่งนั้น จะด้วยความเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และหากวันใดวันหนึ่งมันได้หายไปจากชีวิต อาการโหยหา ห่วงใย ใจหาย ย่อมเกิดขึ้นภายในจิตใจอย่างแน่นอน.. ผมเชื่อเช่นนั้น

          การไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ของรถไฟจนกลายเป็นคำเปรียบเปรยรวมๆ ถึงลักษณะความแปรปรวนที่ว่า "รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ" แต่มันกลับทำให้ผมคิดว่าการเดินทางของมันคือการได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้ ได้เจอเรื่องราวแปลกๆ บนเส้นทางที่ได้เดินผ่านไป และเชื่อว่าเรื่องราวเหล่าได้ถูกเปลี่ยนแปลงในทุกๆ วัน.. ซึ่งในโลกแห่งการเรียนรู้ก็ควรเป็นเช่นนั้น

          รถไฟทำให้ผมคิดถึงใครคนหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนเราพบและจากกันที่สถานีรถไฟบ่อยๆ เสน่ห์ของการเดินทางไปเพื่อพบ ผมว่ามันก็คือการจากนั่นแหละ มันสามารถทำให้คนเรารู้ซึ้งถึงความผูกพัน รู้จักความคิดถึง เมื่อหันหลังเพื่อก้าวขึ้นสู่ขบวนรถ

          ถึงสถานีจุดหมายปลายทางของผมแล้ว อืมม.. เช้าแล้ว

          ผมเอื้อมหยิบกระเป๋าสัมภาระเพื่อตรวจดูตามคำประกาศที่ได้ยินมาแว่วๆ แล้วก้าวลงจากขบวนรถ เพื่อเดินทางต่อ

แม้จะถึงสถานีปลายทาง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

ด้วยมิตรภาพ
ฅ น ผ่ า น ท า ง

-----------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณ
เพลง : -----------
โดย : ปฐมพร ปฐมพร
อัลบั้ม : เจ้าหญิงแห่งดอกไม้
Original Photo : http://www.photoontour.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 94
ชุติภัทร์ วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 01.10 น.
http://www.oknation.net/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

นอนดึก

หรือ

นอนไม่หลับ

ความคิดเห็นที่ 93
ป.ประพันธ์ วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 00.52 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

บนเส้นทาง ที่เดินทาง ระหว่างทาง
ใครบางคนอางต้องเดินตามทาง
ที่เขาตัดสินใจครับ
ความคิดเห็นที่ 92
riverpoem วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/riverpoem
 "คนเราน่าจะมีที่สักแห่งและงานสักอย่าง..ที่เรารักและมีความสุขกับมัน"

"เซ้ง" มั้ยคะ บ้านหลังนี้
ความคิดเห็นที่ 91
หนุมานชาญสมร วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 13.57 น.
http://www.oknation.net/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง  มีเรื่องให้ค้นหา  มีความงามให้จดจำ    มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

ระหว่างเส้นทาง มีเรื่องราวและอาหารบ่งบอกว่าถึงที่หนใด
ความคิดเห็นที่ 90
coolwater วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

ทุกการเดินทาง ความหมายมิใช่เพียงปลายทาง
ผู้ร่วมทางและสองข้างทางที่ผ่านไป
ก็สำคัญใช่น้อยเลย

ขอให้มีความสุขกับการเดินทางนะคะ
ความคิดเห็นที่ 89
BlueHill วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

คุณตนผ่านทาง เป็นนักเล่าเรื่องราวของชีวิตระหว่างการเดินทางได้อย่างมีนัยยะ ถ่ายทอดออกมาอย่างละเมียดถึงอารมณ์ นับถือ นับถือครับ

ชอบภาพที่เหมือนสีน้ำมากครับ

ความคิดเห็นที่ 88
Ch.Minivet วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 07.58 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet


ภาพตอนตะวันใกล้ลับ แถมยังอยู่บนรถไฟด้วย
Ch.Minivet ก็รู้สึกเหงาค่ะ

เสน่ห์ของการเดินทาง ของ Ch.Minivet คือมิตรภาพที่ได้รับค่ะ

... ... ...

Ch.Minivet มาส่ง Postcard นะคะ รับด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 87
เจเจค่ะ วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 02.47 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

วันนี้เมามั้ยนิ



ความคิดเห็นที่ 86
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

หวัดดีครับสหาย
เพิ่งสางงานแล้ว
แวะตามรายทางไปเรื่อยๆครับ
.
.
.
บางขณะชีวิตก็ไม่รู้จะไปทางไหน
จะทำอะไร
ผู้คนมากมายแต่รู้สึกว่าเงียบเหงาสิ้นดี....
ความคิดเห็นที่ 85
thesnake วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/snake

ชีวิตนักเดินทางคือความสุขระหว่างทาง..
หวัดดีค่ะพี่..
ความคิดเห็นที่ 84
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 08.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

หวัดดีตอนเช้า ๆ ค่ะ บ้านนี้ยังไม่ Up เหมือนกันเลย...555
ความคิดเห็นที่ 83
HalfMoon วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 07.53 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...

นู๋นึกว่ารถไฟออกจากชานชลาไปแล้ว

แฮ่ ดี ๆ ยังขึ้นทัน

ไปกุงเต้บโลดดดดด

ความคิดเห็นที่ 82
delicoco วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

การนั่งรถไฟ...หลายครั้งที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน

บางครั้งยินยอมให้จังหวะชีวิตช้าลงเพราะรถไฟ นั่งมองวิวสองข้างทาง
บางครั้งอึดอัดใจ ร้อนใจ อยากให้ถึงเร็วๆ จุดหมายปลายทางรออยู่

^_^

คุณฅนผ่านทางสบายดีมั้ยคะ ไม่ได้มาทักทายเสียนาน งานการทำให้ต้องห่างจากบล็อกไปน่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 81
แม่สีไฟ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 07.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


บนรถไฟขายส้มตำป่ะคะ

ตอนนี้กินอะไรมะได้
แหะ แหะ แต่อยากกินส้มตำอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 80
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 02.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊าหนีงาน..แวะพักอัมพวา

สวัสดีครับท่าน..ขอบคุณถ้อยคำสวัสดี..ที่ฝากปุ๊กกี้ไปให้..ได้รับจนใจผองโตเลยครับ..แล้วโอกาสหน้าคงได้เจอกันนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 79
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 01.29 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ขอให้ฉันได้เดินทางเป็นพอ
ความคิดเห็นที่ 78
BITCH วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/bitch
อิ ท ธิ พ ล ชี วิ ต  มี ค่ า สู ง ยิ่ ง ก ว่ า สิ่ ง ใ ด


ต๊ะเอ๋....




ปู๊น ปู๊น...

รถไฟแห่งความคิดถึงและห่วงใยมาแว้วจร้า..

เป็นไงบ้างพี่...โอเคมั๊ย..

ความคิดเห็นที่ 77
khunphai วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/khunphai
...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...

เขียนได้ยาวเชียวนะคะ

แต่เนื้อหาละเอียดเขียนดีมากคะ

มันเป็นจริงอย่างที่เขียนนั่นละ

บางทีเช้าเช้าไปดูเห็นเค้า มานั่งรอกันเต็ม

มาขายของกัน

ถ้าเรานั่งรถไฟ บางทีดึกดึก ยังมีคน

มาขายของเลยละ.......

มารำลึกถึงสถานีรถไฟ

และเพลงของ มาลีฮวนน่า

เพลง "ลัง" มันฟังแล้ว

คิดถึงเรื่องนี้พอดีคะ
ความคิดเห็นที่ 76
mesa วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 20.01 น.
http://www.oknation.net/blog/sanjorn
สัญจร  อิสรา  ท่องทางอย่างเสรี

การเดินทางในแต่ละครั้งล้วนมีเสน่ห์ในแบบฉบับของมันเอง ประสบการณ์เล็กๆที่ได้รับอาจจุดประกายความคิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ....

ชอบเดินทางโดยรถไฟเช่นกันค่ะ แต่ที่ไม่ชอบเอาซะเลยก็คือห้องน้ำในรถไฟนี่แหละ ปราบเซียนสุดๆ....

เจ้ารถไฟนี่แหละเป็นพาหนะที่นำพาตัวเองออกจากเมืองหลวงเมื่อหลายสิบปีก่อน...
ความคิดเห็นที่ 75
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 12.48 น.
http://www.oknation.net/blog/konklaifa


สวัสดีค่ะ
ไม่ได้แวะมาเสียนานเลยค่ะ
ชอบภาพที่ดูเป็นกึ่งจริงกึ่งเขียน
แล้วก็เรื่องรถไฟ
ยังไม่ได้ขึ้นรถไฟเสียที
เชียงรายไม่มีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 74
ตี๋กิมหยง วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 09.10 น.
http://www.oknation.net/blog/kimyong

เรื่องราวเรื่องเล่าเกี่ยวกับขบวนรถไฟทำให้ฉันนึกถึงชีวิตในวันวานช่วงที่ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ยังจดจำเรื่องราวต่างๆได้ป็นอย่างดี....หากเปรียบชีวิตคนเราเป็นเช่นขบวนรถไฟที่มีตู้โดยสารมากมาย ผู้โดยสารขึ้นลง ตลอดจนพ่อค้าแม่ขายที่มานำเสนอสินค้าในแต่ละสถานี ....ร้อยคนร้อยความฝัน ร้อยจุดหมายปลายทาง .... หากเปรียบชีวิตเป็นดั่งการเดินทางของขบวนรถไฟ ฉันก้อยังอยากเป็นขบวนรถไฟสายใต้ ที่มีทั้ง สุข เศร้า เหงา หวาดวิตก รวมถึงความฝันของใครอีกหลายๆคน หวัดดีครับ
ความคิดเห็นที่ 73
Boonjerm วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 00.48 น.
http://www.oknation.net/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

ขอลคุณนะคะที่ยังไม่ลืมกัน

เวลาไอ้เจิมไปเที่ยวแล้วเดินทางโดยรถไฟ ไอ้เจิมชอบเวลาคุณบุรุษรถไปตีระฆังอ่ะค่ะ มันน่ารักดี น้อยแล้วเดี๋ยวนี้ที่จะมาตีระฆังกัน
ความคิดเห็นที่ 72
หมีปิศาจ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

พี่ฉุยครับ ผมชอบรูปที่ทำเบลอทั้ง 3 รูปครับ

อ่านแล้วให้นึกย้อนไปถึง ตอนนั่งรถไฟไปบ้านแม่ผมที่โคราชเลย
ได้คุยกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่รู้ว่าสถานีที่หมายของเขาเป็นที่เดียวกัน
แล้วพอลง เราก็แยกกันไปตามทาง ทั้งที่บ้านเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนั่นเอง

ขำนะครับ เพื่อนร่วมทางหน้าเดิม

ผมก็เพิ่งรู้จากพี่นี่แหละ รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ ว่ามันสื่ออะไร

เสียดาย น่าจะได้ไปเตะบอลด้วยกันนะครับพี่
ความคิดเห็นที่ 71
ทิพย์อาภา วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa


ไม่รู้รถไฟ ประเทศอื่นเขาวิ่งทำนองไหน แต่...

..."รฟท"...รถไฟไทย วิ่งทำนอง "ฉึกกะฉัก กะฉึกกะฉัก" เป็นเอกลักษ์มาช้านาน..น..น..น...

ประเทศญี่ปุ่นมี "ชิงกังเซ็น"

ประเทศฝรั่งเศษมี "TGV"

รู้สึกว่าสองประเทศนี้เค้าทำรถไฟวิ่งเร็วเร็วที่สุดในโลกแข่งกัน

และถ้าจำไม่ผิด "TGV" วิ่งเร็วกว่า

แต่ใครจะเร็วจะช้า เราไม่ขอไปเกี่ยว

เพราะเราวิ่งเอื้อน....อยู่จังหวะเดียว

คือ... ถึงกะช่าง.... ไม่ถึงกะช่าง...

ท่วงทำนองอันน่ารักน่าชังที่มีฟัง

จนถึงจุดหมายปลายทาง

ปู้น... ปู้น.... ฉึกกะฉัก.... กะฉึกกะฉัก....


ความคิดเห็นที่ 70
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 13.50 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

ศิษย์พี่...กฎหมาย ต้องลงสอบหลาย ๆ ครั้งพี่

ศิษย์น้อง...รหัส 50 อ่ะ (ยังไม่ได้สอบสักเล่มเลย)

(อะไรดลใจให้ไปลงนิติพ่อขุนเนี่ย.....ยากกกกกกก)


ความคิดเห็นที่ 69
สิริเกตุ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 09.06 น.
http://www.oknation.net/blog/toy3728

คิดถึง...เข้าใจ...ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมา...เวลาพลบ...เหงากว่าทุกเวลา...กว่าจะถึงจุดหมาย...อืม..จริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 68
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.54 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

หวัดดีวันหยุดค่ะ...ศิษย์พี่ (ได้หยุดเปล่าก็ไม่รู้)

ศิษย์น้อง...ก็ลงเรียนนิติอยู่ศิษย์พี่

แต่,,,,ไม่ได้ลงเรียนที่พ่อขุนน่ะพี่ครั้งนี้

(นิติพ่อขุน...ยากกกกก.....)

ศิษย์น้อง...ก็ยังสอบไม่ผ่านเรยยยย สักเล่ม (เหมือนกัน)

เพราะ,,,,ยังไม่ได้ไปสอบเรยยอ่ะ (เม.ย. ถึงจะสอบจ้ะ)

ศิษย์พี่....เรียนนิตินานยังค่ะ

มาสอนหนูด้วย,,,, งง... ไปหมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 67
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.27 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

รถไฟ ไม่ได้ใช้บริการมานานแล้ว เพราะทุกครั้งที่จะเดินทาง มักเร่งด่วนเกินกว่ารถไฟไทยจะให้บริการได้

เพลง ของปฐมพรก็ไม่ได้ฟังมานานมากแล้ว ได้ฟังอีกก็นึกถึงคืนวันเก่าๆ
ความคิดเห็นที่ 66
ปอจู วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.20 น.
http://www.oknation.net/blog/Paojoo1974

สวัสดีค่ะ.....
เคยนั่งรถไฟเหมือนกัน.....แต่เป็นระยะสั้น ๆ
สายวงเวียนใหญ่ - มหาชัย นั่งไปกลับโรงเรียนทุกวัน
ว่าแล้วก็คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ เหมือนกันนะคะ.....
ความคิดเห็นที่ 65
แม่สีไฟ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 16.56 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ถะถะถะถามรถ รถ รถไฟปะ ปะ ป่าว

ว่ารถไฟไปไหน

คะ คะ คิด คิด คิดถึงบะบะบ้านจังอ่ะ

ไม่ได้นั่งรถไฟนานแล้วค่ะ
แต่นึกภาพบรรยากาศออก

สงสารหมาตัวนั้น
เอ๋ง เลยอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 64
รัตน์ใบขวาน วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 15.43 น.
http://www.oknation.net/blog/khonthook
กลุ่มวรรณกรรมใบขวาน - www.esanstate.com 

ความคิดเห็นที่ 63
undertaker วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/undertaker
ผู้กล้าอยู่หน้า...ผู้ช