| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
การเดินทางแต่ละครั้งผมจะไม่ลืมที่จะบันทึกภาพที่เห็นจากกระจกมองหลังเสมอ ผมคิดว่านั่นเป็นมุมมองที่แปลกไปอีกแบบหนึ่ง เมื่อสายตาของเราจ้องมองไปยังข้างหน้าในขณะที่ตัวเรากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของรถ แต่ภาพด้านหลังเราไม่สามารถหันกลับไปมองได้ ผมจึงอาศัยกระจกมองหลังข้างรถนี่แหละ เป็นสายตาย้อนกลับไปมองมัน.. ย้อนกลับไปมองสิ่งที่เราได้ผ่านมา เพราะในบางครั้งเราได้ผ่านจุดนั้นมาด้วยความเร็วมากเกินไป หรือไม่ทันสังเกตุข้างทางที่กำลังจะกลายเป็นอดีต.. อดีตที่ทอดตัวเพื่อเป็นเส้นทางให้เราได้เหยียบย่ำ
จะว่าไปแล้วเส้นทางสายนั้นแม้มันจะราบเรียบ หรือขรุขระไปด้วยหลุมโคลน ฝุ่นละอองอันหนาทึบแทบจะมองไม่เห็นทาง แต่มันทำให้เราได้เดินทางสู่จุดหมายปลายทางได้ และทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เราจะสามารถผ่านจุดนั้นไปได้อย่างไร ผ่านหลุมโคลนผ่านถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผงหนาทึบนั้นได้อย่างไร หลายๆ ครั้งที่เกือบท้อถอยเพราะคิดว่ามันคืออุปสรรค แต่เมื่อนึกได้ว่ามันประเทืองปัญญาอย่างมากมาย พักหลังๆ เลยเดินทางเข้าหามันบ่อยขึ้น จะด้วยตั้งใจหรือไม่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน.. จนบางทีทำให้คิดว่ามันคือเพื่อนสนิทกันไปแล้ว (มาหาบ่อยจริงๆ) มีบางครั้งเหมือนกันที่ผมคิดว่า เมื่อจ้องไปที่กระจกมองหลัง แล้วผมจะได้เห็นกับรอยยิ้มของใครสักคน แต่ด้วยความเร็วของรถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างข้างหลังเลือนลางลงไปทุกที และแอบหวังว่าทุกระยะของเส้นทางมีใบหน้าปนรอยยิ้ม ซึ่งผมจะเห็นมันเสมอจากกระจกมองหลัง และผมไม่อยากเป็นคนแปลกหน้าต่อสิ่งที่ผมได้มองเห็นด้วย เพราะคิดว่าหากผมไม่อยากรู้จักกับเส้นทางที่กำลังเดินทางอยู่นี้.. ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะผ่านมาทางนี้ทำไม ?? "เฮ้ย.. มัวแต่ถ่ายรูปกระจกอยู่นั่นแหละ ขับดีๆ หน่อยสิวะ" เพื่อนหันมาเตือนเมื่อรถส่ายไปมานิดหน่อย เพราะมือข้างขวาของผมถือโทรศัพท์มือถือเพื่อถ่ายรูปเจ้ากระจกมองข้าง แต่ก็ไม่ได้เสียการทรงตัวอะไรมากมาย "ถ่ายแบบนี้มันได้อารมณ์ดีว่ะ เส้นทางหยุดนิ่งแต่เรากำลังเคลื่อนไหว" ผมว่าไปตามอารมณ์เพราะผมคิดว่า โดยทั่วไปตากล้องมักจะยืนนิ่งๆ แล้วถ่ายภาพเคลื่อนไหว แต่หากเราเคลื่อนไหวแล้วถ่ายอะไรก็ตามที่กำลังอยู่นิ่งๆ ก็น่าจะเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่น่าลิ้มลอง บางสิ่งบางอย่างผิดเพี้ยนไปเพราะเราตั้งใจทำอีกอย่างมากจนเกินไป หรือตั้งใจทำผิดเวลา จนบางครั้งทำให้ถึงกับซวนเซไปบ้าง คงเป็นเรื่องปกติของการพยายามแหกกฎเกณฑ์บางอย่าง และหากจะทำเช่นนั้นเราควรเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อเผชิญกับการส่ายไปส่ายมาหรือเสียการทรงตัวบนถนนของชีวิต
อย่างไรก็ตาม ผมมักมองเห็นภาพความสวยงามจากกระจกมองข้างเสมอ ถึงแม้จะเป็นเพียงฝุ่นจากแรงส่งของล้อรถ ภาพหลุมอันขรุขระ หรืออื่นๆ อีกมากมาย เพราะนอกจากจะเป็นปัญหาต่อการเดินทางที่ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิธีการแก้ไขแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือลักษณะเฉพาะของตัวมันเอง หลุมก็คือหลุม ฝุ่นก็คือฝุ่น ขรุขระก็คือขรุขระ ถึงแม้มันจะให้เราเมื่อยบ้างยามที่รถวิ่งผ่าน แสบตาบ้างหากฝุ่นผงล่องลอยมาเข้าตา แต่ถ้าหากไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็คงไม่รู้จักว่า "ตาสว่าง" มันเป็นอย่างไร สิ่งร้ายๆ มันทำให้เราได้รู้จักและเข้าใจกับสิ่งดีๆ เสมอ .................... ด้วยมิตรภาพ
ขอขอบคุณ
ปล.ขณะนี้มีผู้กำลังชมจำนวน |