| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ผมอยากให้วันเวลาในตอนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน กับการเดินทางในระยะทางประมาณเกือบ 300 กิโลเมตรยามค่ำคืนจากส่วนหนึ่งของจังหวัดที่มีพื้นที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ประตูที่จะมุ่งสู่ภาคใต้ เพื่อคืนกลับสู่เมืองหลวง กับการมีใครสักคนนั่งอยู่เคียงข้างในขณะที่อยู่บนเส้นทาง ถึงแม้ว่าจะเป็นเส้นทางที่มืดมิดยามดึกดื่นแต่ผมไม่ได้มีอาการง่วงเหงาหงาวนอนแม้นิดเดียว หรือแม้กระทั่งมือที่จับพวงมาลัยเพื่อบังคับทิศทางให้วิ่งตรงไปข้างหน้า.. จะเหลือเพียงมือข้างขวาก็ตาม !! ผมมั่นใจว่ารถที่กำลังวิ่งทะยานอยู่นั้นไม่ได้เสียซึ่งการทรงตัวแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่ามันปลอดภัยมากขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะผมขับมันด้วยใจ ขับมันด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นอ่อนหวาน.. ความมืดมิดและมือข้างเดียวไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ความรักที่มิใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายนักสำหรับคนที่เริ่มปลงกับชีวิต ปลงกับความเป็นไปในเรื่องราวอันโหดร้ายที่ได้เดินผ่านเข้ามาในชีวิตของคนอย่างผม เป็นความประหลาดใจที่ยากจะเค้นคำตอบจากตัวเองได้ แม้จะเป็นแค่เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่มันอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก.. กลัวด้วยซ้ำไปว่าจะถึงจุดหมายเร็วเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนที่นั่งอยู่เคียงข้างผมนั้นเป็นเธอ.. เธอคนที่ผมรัก และเธอก็รักผม แสงสุดท้ายแห่งดวงตะวันเสมือนเป็นแบคกราวน์ที่เพิ่งเข้าสู่ราตรีกาล สายลมที่พัดมาอย่างเอื่อยอ่อน เมื่อผมได้ย้อนมองกลับไปพบว่า ตัวเองยืนมองตะวันลับฟ้าอยู่เพียงลำพัง แล้วมีเธอเดินเข้ามาเคียงข้าง หัวใจที่เคยด้านชามันเต้นรัวสั่นไหวจนยากเกินบรรยาย "ทำไมพี่ขับช้าจัง" เธอเปล่งเสียงออกมาหลังจากต่างคนต่างนิ่งเงียบอยู่นานพอควร "พี่ยังอยากอยู่นานๆ..!!" ผมบอกเธอไปแบบไม่ทันได้เกลาคำพูด "อืมม.. ปลอดภัยไว้ก่อน" เธอเลยแปลความหมายของผมผิดไป ผมหันไปมองเธอแล้วอมยิ้มอยู่ในความมืด "ไม่ใช่ยังงั้น.. พี่ยังอยากอยู่ใกล้ๆ เด๊ะนานๆ"
ในชีวิตความเป็นจริงยังมีหลายสิ่งหลายอย่างรอคอยให้คนเราเข้าไปค้นหา การได้ค้นพบตัวเองนับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้ว แต่การได้พบใครสักคนที่สามารถเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีก็เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะบางทีบางครั้งคนที่เรารักอาจไม่ใช่เพื่อนร่วมทางที่ดี และเพื่อนร่วมทางที่ดีก็อาจไม่ได้หมายถึงคนที่เรารักเสมอไป.. คงเป็นเรื่องที่วิเศษไม่ใช่น้อยหากมันรวมอยู่ในเธอเพียงคนเดียว.. เธอคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมในขณะนี้ การหลงประเด็นมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับการที่จะเอาใครสักคนเข้ามานั่งอยู่ในใจ หากความต้องการที่จะดัดแปลงให้ใครคนนั้นแปรเปลี่ยนมาเป็นในแบบที่เราต้องการ ซึ่งมักส่งผลให้เกิดเป็นปัญหาตามมาทีหลังเสมอ และไม่มีวันที่หัวใจจะมีใครเข้ามานั่งได้อย่างสมบูรณ์ บ่อยครั้งที่ได้เห็นการโบกมือโบยบินออกไปสู่อิสระเสรี "ทำไมพี่ถึงรักเด๊ะอ่ะ" เธอเล่นทายปัญหาใจกับผมอีกแล้ว "ก็เพราะเด๊ะเป็นเด๊ะไง.. พี่รักในแบบที่เด๊ะเป็น" ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะงงอีกหรือเปล่า "และขอให้เด๊ะเป็นอย่างนี้ตลอดไป" ผมเลยต้องตบท้ายคำพูดเดิมอีกหน่อย
ชีวิต.. สำหรับผมแล้วเปรียบเสมือนการขับรถไปข้างหน้า ผ่านหลุมผ่านบ่อมาแล้วอย่างโชกโชน กับเส้นทางข้างหน้าหากจะเจอหลุมเจอบ่ออีกมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่ก็ใช่ว่าข้างหน้าจะไม่มีเส้นทางที่ราบเรียบเสียเมื่อไหร่ เพียงแต่ว่าเราจะขับมันด้วยความระมัดระวังแค่ไหน ประสบการณ์การกระแทกตัวอย่างรุนแรงเพราะเราไม่รู้ถึงความลึกของมัน ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความพยายามที่จะค่อยๆ คลานลงไปทีละนิด หรือเบี่ยงหลบหลุมบ่อเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง ถามว่าทำไมไม่จอดเสียล่ะ? ก็คงตอบว่า.. ที่เรายังต้องเคลื่อนตัวไปข้างหน้าต่อไป เพราะเรายังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง.. ชีวิตก็คงเฉกเช่นเดียวกัน "พี่จ๋า.. เด๊ะกลัวจังเลย" น้ำเสียงเธอเจือประหม่าแต่อ้อนนิดๆ "ถ้ากลัวก็คิดถึงพี่สิ" ผมอ้อนกลับ "เป็นคำแนะนำที่เห็นแก่ตัวที่สุด.. นี่แน่ะ" เธอดึงมือผมขึ้นไปกัด "อ้าวว..เฮ้ยย.. เป็นหมาไปแล้ว.. ก็คิดถึงสิ่งที่พี่พูดไง"
"..ลมจงช่วยพัดพารักไปให้ถึงเธอ มั่นเสมอจะรักเธอจนโลกสลาย เราจะเกี่ยวก้อยแล้วล่องลอยไปแสนไกล ถึงจุดหมายครองรักกันบนดวงดาว" ท่อนสุดท้ายของเพลงหวีดหวิว โดยพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ จากเครื่องเสียงในรถจบลง เสียงร้องคลอเบาๆ ของผมก็เงียบลงเช่นกัน ผมได้ยินเพลงนี้ทีไรก็อดไม่ได้ที่จะร้องตามแทบทุกครั้ง เพราะฟังแล้วมันรู้สึกหวีดหวิวเหมือนกับชื่อของเพลง.. ยิ่งฟังเนื้อเพลงแล้วยิ่งหวีดหวิว การรักษาระยะแห่งความสวยงามนั้นฟังดูเหมือนยากในการจะกระทำได้ เพราะเมื่อเห็นความสวยงามเราก็มักวิ่งเข้าหามันให้ประชิดที่สุด ความมั่นคงของสภาวะแห่งจิตใจต่างหากที่ยากยิ่งกว่า แต่ด้วยใจที่มีต่อกัน การมีกำลังใจต่อกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน รักในแบบที่เขาเป็น ไม่ดัดแปลงเขามาให้เป็นในแบบที่เราต้องการ ความสวยงามแห่งระยะก็จะคงอยู่ตลอดไป ใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง เราปล่อยมือที่ประสานกันมาตลอดทาง เพื่อให้ผมได้เปลี่ยนเกียร์เพื่อรักษาแรงเคลื่อนของรถและสามารถจอดได้อย่างนุ่มนวล "พี่รักเด๊ะนะ.. แล้วเจอกันนะครับ.." "เด๊ะก็รักพี่ค่ะ.." ผมโอบหัวเธอมาจุมพิตที่หน้าผาก แล้วเธอก็ก้าวลงจากรถเพื่อไขกุญแจประตูบ้าน ก่อนที่ผมจะเคลื่อนรถออก.. กลับออกไปสู่ถนนอีกครั้ง ด้วยสายตาที่สว่างสดใสยิ่งกว่าไฟหน้ารถที่ทำหน้าที่สาดส่องเส้นทางที่มืดมิดแห่งราตรีกาล........./ --------------------------------------------------------------------- อะแฮ่ม..!! วันนี้ขอผันอารมณ์แบบฉีกขาดกระจุยสักครั้งนะครับ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง และขอฝากเรื่องราวแห่งความปวดร้าวของน้องๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์เผา "โรงเรียนบ้านพรุชิง" ไว้ด้วยนะครับ การช่วยเหลือกันยามเดือดร้อนเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เราอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน เราไม่ได้ทอดทิ้งกัน ช่วยกันตามความสามารถ ตามอรรถภาพ เพราะเราอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินนี้ที่เรียกกันว่า.. ไทย
ท่านสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ ธารน้ำใจร่วมซับน้ำตาเด็กน้อยแห่งโรงเรียนบ้านพรุชิง ขอขอบคุณ
|